หัวหินยันฉีดวัคซีนครบ 70% พร้อมเปิดเที่ยว 15 ต.ค.นี้ จี้รัฐขอความชัดเจน หวั่นต่างชาติหมดความเชื่อมั่น

หัวหินยันฉีดวัคซีนครบ 70% พร้อมเปิดเที่ยว 15 ต.ค.นี้ จี้รัฐขอความชัดเจน หวั่นต่างชาติหมดความเชื่อมั่น
มติชน
24 กันยายน 2564 ( 12:22 )
6
หัวหินยันฉีดวัคซีนครบ 70% พร้อมเปิดเที่ยว 15 ต.ค.นี้ จี้รัฐขอความชัดเจน หวั่นต่างชาติหมดความเชื่อมั่น

นายกรด โรจนเสถียร คณะกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมสปาไทย ในฐานะประธานภาคเอกชนของโครงการหัวหิน รีชาร์จ เปิดเผยว่า ตามไทม์ไลน์การเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ และได้เลื่อนมาเป็นวันที่ 15 ตุลาคมนี้ แทน ซึ่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้กำหนดเปิดในพื้นที่ของเทศบาลเมืองหัวหิน จำนวน 2 ตำบล คือ ตำบลหัวหิน และหนองแก พื้นที่ 86.36 ตารางกิโลเมตร โดยขณะนี้ภาคเอกชนในพื้นที่ยืนยันความพร้อมในการเปิดนำร่องรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบแล้ว ให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวแบบไม่กักตัว เพราะที่ผ่านสาได้หารือร่วมกันทั้งรัฐและเอกชน เพื่อเตรียมความพร้อมมามากพอสมควรแล้ว เหลือเพียงการเสนอให้กับที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) วันที่ 27 กันยายนนี้ เห็นชอบเพื่อให้สามารถเปิดทดสอบระบบต่าง ๆ ได้ในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ เท่านั้น

 

 

“การจัดเตรียมความพร้อมทางด้านการตลาดท่องเที่ยวนั้น ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวต่างชาติสอบถามการจองห้องพักล่วงหน้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมั่นว่าประเทศไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วโลก ให้ความสนใจในการเดินทางเข้ามา แต่ขอให้รัฐบาลมีนโยบายที่มีความชัดเจน และแน่นอน ไม่ใช่หมุนไปหมุนมาจนทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่น หรือต่างชาติขาดความเชื่อมั่นไป ขณะที่การจัดทำสถานกักกันในกิจการเพื่อสุขภาพ (Wellness Quarantine) ล่าสุดยังไม่ได้มีแนวทางการจัดทำที่ชัดเจนออกมาแบบเต็มรูปแบบ และคงต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง” นายกรด กล่าว

 

 

นายกรด กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะนี้อยากให้และรอให้เสร็จสิ้นในเดือนกันยายนนี้ เพื่อให้สามารถทำการเปิดในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ เพราะตัวเงื่อนไขหลักที่กังวลมากที่สุด เป็นการฉีดวัคซีนให้คนในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 70% ซึ่งยืนยันว่าไม่ต้องกังวลเพราะพื้นที่นำร่องหัวหินฉีดวัคซีนครบ 70% ตามเกณฑ์แล้ว แต่ที่ภาคเอกชนกังวลจริงๆ เป็นเรื่องของแนวทางการปฏิบัติ (เอสโอพี) ที่ยังไม่ตกผลึก และมีความขัดเจนมากเพียงพอมากกว่า รวมถึงแนวทางการกำกับดูแลจากส่วนราชการ เพราะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย ทำให้อำนาจในหน้าที่การสั่งการต่างๆ คงต้องรอผู้ว่าฯ ใหม่อีกครั้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง