ธุรกิจจีนเผชิญความเสี่ยงลงทุนใน"อิหร่าน"

“รอยเตอร์ส” รายงานว่า ในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนเกิดการโจมตีระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน บริษัทจีนที่ได้รับการสนับสนุนจากทางการจำนวนมากกำลังพิจารณาโครงการลงทุนหลากหลายอุตสาหกรรมในอิหร่าน ตั้งแต่พลังงาน อุตสาหกรรมหนัก ไปจนถึงการค้า ทำให้ปัจจุบันบริษัทเหล่านี้เผชิญความเสี่ยงจากความขัดแย้งที่ตึงเครียดขึ้น
จีนนับเป็นหนึ่งในพันธมิตรใกล้ชิดและเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ของอิหร่าน ทั้งนี้ จากข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างและการประมูลของทางการจีนเกี่ยวกับอิหร่านสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมทางการค้าที่แข็งแกร่งระหว่างทั้ง 2 ประเทศ เมื่อรวมกับกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทเอกชนที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ยิ่งตอกย้ำความสัมพันธ์ระหว่างกัน ซึ่งมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลาง
ข้อมูลของทางการจีนเผยว่า ทั้ง 2 ฝ่ายเพิ่งทำสัญญาบางฉบับหรือสัญญามีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ อาทิ การแปรรูปเหล็ก อุปกรณ์โครงข่ายส่งไฟฟ้า การทดสอบระบบโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การขนส่งสินค้าทางบก และงานแสดงสินค้าในกรุงเตหะราน
ยกตัวอย่างบริษัท “เซี่ยงไฮ้ เป้าเย่” ซึ่งเป็นผู้รับเหมาด้านวิศวกรรมและการก่อสร้างรายใหญ่ในเครือ “ไชนา เมทัลเลอจิคอล กรุ๊ป” ของรัฐบาล ได้ร่วมประมูลการจัดหาเหล็กโครงสร้างสำหรับโครงการในอิหร่าน เมื่อเดือนที่แล้ว
จากข้อมูลยังชี้ถึงการไหลเวียนของสินค้าระหว่างจีนและอิหร่าน ทั้งอุปกรณ์และบริการด้านวิศวกรรมของจีนไปยังอิหร่าน ในขณะที่วัตถุดิบและปิโตรเคมีของอิหร่านส่งเข้าไปยังภาคอุตสาหกรรมของจีน
“ไมเคิล เฟลเลอร์” หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ของบริษัทที่ปรึกษา “จีโอโพลิติคอล สเตรติจี้” (Geopolitical Strategy) มองว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในอิหร่านทั้งหมด ไม่ใช่แค่การลงทุนจากจีน แต่จีนมีความได้เปรียบ เพราะหากสงครามยุติ ธุรกิจจีนอาจได้รับเลือกให้เข้าฟื้นฟูบ้านเมืองมากกว่าบริษัทจากตะวันตก
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
