"ทรัมป์" จ่อแบนอินเวอร์เตอร์จีน หวั่นคุมโครงข่ายไฟฟ้า

รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังยกระดับการสกัดเทคโนโลยีจีน จากเดิมที่มุ่งเป้าไปยังอุปกรณ์โทรคมนาคม โดรน และเราเตอร์ ล่าสุดเตรียมขยายแนวรบเข้าสู่อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ด้วยการพิจารณาห้ามนำเข้า "อินเวอร์เตอร์" จากต่างประเทศ
อินเวอร์เตอร์ ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญของระบบพลังงาน ทำหน้าที่แปลงไฟฟ้ากระแสตรงจากแผงโซลาร์เซลล์หรือแบตเตอรี่ ให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับสำหรับส่งเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้า หากอุปกรณ์ดังกล่าวถูกควบคุมหรือแทรกแซงจากระยะไกล อาจส่งผลต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าในวงกว้าง
แหล่งข่าว 5 คนเปิดเผยว่า คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ หรือ FCC กำลังจัดทำร่างข้อจำกัด ซึ่งจะครอบคลุมอินเวอร์เตอร์รุ่นใหม่ที่ผลิตจากต่างประเทศ และอาจประกาศได้เร็วที่สุดภายในปีนี้
แม้มาตรการจะเขียนในลักษณะไม่เจาะจงประเทศ แต่เป้าหมายสำคัญถูกมองว่าอยู่ที่จีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตอินเวอร์เตอร์รายใหญ่ที่สุดของโลก นำโดยซันโกรว์ พาวเวอร์ ซัพพลาย และหัวเว่ย ที่กำลังเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในชาติตะวันตก ผ่านการแข่งขันด้านราคาอย่างหนัก
ความกังวลของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น หลังผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงเคยตรวจพบอุปกรณ์สื่อสารที่ไม่ได้ระบุไว้ในเอกสารผลิตภัณฑ์ ภายในอินเวอร์เตอร์พลังงานแสงอาทิตย์จากจีนบางรุ่น ทำให้เกิดข้อกังวลว่าอุปกรณ์เหล่านี้อาจถูกใช้เป็นช่องทางหลีกเลี่ยงระบบรักษาความปลอดภัย หรือสั่งควบคุมระบบไฟฟ้าจากระยะไกลได้
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มาตรการยังอยู่ในขั้นตอนการร่าง และอาจถูกแก้ไขหรือยกเลิกได้ โดยทั้ง FCC และทำเนียบขาวยังไม่แสดงความเห็นอย่างเป็นทางการ ขณะที่สถานทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันคัดค้านการนำแนวคิดด้านความมั่นคงแห่งชาติมาใช้กว้างเกินไป และมองว่าเป็นการกดดันบริษัทจีนอย่างไม่เป็นธรรม
หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้รัฐบาลทรัมป์รื้อฟื้นมาตรการนี้ คือความเคลื่อนไหวของคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งเสนอจำกัดการใช้เงินทุนของสหภาพยุโรปกับโครงการพลังงานที่ใช้อินเวอร์เตอร์จากผู้จำหน่ายที่ถูกจัดว่ามีความเสี่ยงสูง รวมถึงบริษัทจากจีน ขณะที่ยุโรปกำลังพิจารณากฎความมั่นคงไซเบอร์เพิ่มเติม ซึ่งอาจนำไปสู่การขึ้นบัญชีดำผู้ผลิตบางรายในอนาคต
ก่อนหน้านี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ถูกห้ามจัดซื้อเซลล์แสงอาทิตย์ แผงโซลาร์เซลล์ และอินเวอร์เตอร์จากบริษัทต่างชาติที่ถูกจัดว่าเป็นภัยด้านความมั่นคงอยู่แล้ว
หากมาตรการใหม่มีผลบังคับใช้ จะไม่เพียงกระทบผู้ผลิตจีน แต่ยังอาจทำให้ต้นทุนโครงการโซลาร์เซลล์และระบบกักเก็บพลังงานในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการต้องเร่งหาอุปกรณ์จากแหล่งผลิตอื่น
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงสะท้อนว่า การแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ กับจีนกำลังขยายจากชิปและโทรคมนาคม เข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งจะเป็นหนึ่งในสนามยุทธศาสตร์สำคัญของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
