รีเซต

สู้ศึก! "ยูนิโคล่-ซาร่า" ผุดบริการซ่อม ดึงลูกค้า Gen Z

สู้ศึก! "ยูนิโคล่-ซาร่า" ผุดบริการซ่อม ดึงลูกค้า Gen Z
TNN ช่อง16
12 สิงหาคม 2569 ( 13:46 )

การแข่งขันในตลาดแฟชันกำลังเปลี่ยนจากการออกคอลเลกชันใหม่ให้เร็วที่สุด ไปสู่การช่วยให้ลูกค้าสวมเสื้อผ้าตัวเดิมได้นานขึ้น เมื่อแบรนด์ระดับโลกตั้งแต่ยูนิโคล่ ซาร่า ลีวายส์ พรีมาร์ก ไปจนถึงเอชแอนด์เอ็ม เพิ่มบริการซ่อมเสื้อผ้าและจัดเวิร์กช็อปสอนเย็บผ้า เพื่อเข้าถึงผู้บริโภค Gen Z ที่ให้ความสำคัญทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายและสิ่งแวดล้อม

แนวคิดดังกล่าวอาจดูสวนทางกับธุรกิจ เพราะการซ่อมเสื้อเก่าอาจทำให้ลูกค้าชะลอการซื้อเสื้อใหม่ แต่สำหรับแบรนด์ บริการหลังการขายกำลังกลายเป็นเครื่องมือสร้างความผูกพัน เพิ่มโอกาสให้ลูกค้ากลับเข้าร้าน และช่วยเสริมภาพลักษณ์ด้านความยั่งยืน ท่ามกลางการแข่งขันจากตลาดเสื้อผ้ามือสองที่เติบโตเร็วกว่าตลาดเสื้อผ้าใหม่ในสหรัฐฯ

ลีวายส์ จัดหลักสูตรเย็บผ้าด้วยมือสำหรับนักเรียนมัธยม ใช้เวลาประมาณ 90 นาที สอนตั้งแต่การติดกระดุม เย็บชายผ้า ปะรู และซ่อมรอยขาด พร้อมขยายโครงการ Wear Longer ในสหรัฐฯ ต่อยอดจากบริการซ่อมและปรับแต่งสินค้าที่มีอยู่ในร้านหลายร้อยแห่งทั่วโลก

ด้านยูนิโคล่ให้บริการซ่อม ปักลวดลาย และซ่อมผ้าแบบซาชิโกะ ซึ่งเป็นเทคนิคการเย็บแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ปัจจุบันมีบริการใน 75 แห่ง จากร้านยูนิโคล่ประมาณ 2,500 แห่งทั่วโลก

ส่วนซาร่า เปิดแพลตฟอร์มออนไลน์ตั้งแต่ปี 2022 ให้ลูกค้านำเสื้อผ้ามาขายต่อ รวมถึงขอรับบริการแก้ไขและซ่อมแซมขั้นพื้นฐาน ปัจจุบันครอบคลุม 17 ประเทศ จากเกือบ 100 ประเทศที่ซาร่าดำเนินธุรกิจ 

ขณะที่พรีมาร์กจัดกิจกรรม Love It For Longer สอนเปลี่ยนซิปและกระดุมฟรีแล้วมากกว่า 730 ครั้ง ใน 9 ประเทศ พร้อมทดลองให้บริการซ่อมภายในร้านบางแห่งในสหราชอาณาจักร

กระแสนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันให้อุตสาหกรรมแฟชันลดปัญหาขยะสิ่งทอ ข้อมูลของสหประชาชาติระบุว่า ทุกหนึ่งวินาที มีสิ่งทอปริมาณเทียบเท่ารถบรรทุกขยะหนึ่งคันถูกนำไปฝังกลบหรือเผาทำลาย ขณะที่วัสดุจากเสื้อผ้าที่ถูกทิ้งมีไม่ถึงร้อยละ 1 ที่ถูกนำกลับไปผลิตเป็นเสื้อผ้าใหม่ 

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการเตือนว่า บริการซ่อมเสื้อผ้าเพียงอย่างเดียวอาจลดผลกระทบได้จำกัด หากแบรนด์ยังเพิ่มปริมาณการผลิตและกระตุ้นให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง อีกอุปสรรคสำคัญคือต้นทุนแรงงาน เพราะการซ่อมใช้เวลา แต่ต้องกำหนดราคาไม่สูงเกินไปจนลูกค้าตัดสินใจซื้อของใหม่แทน

โจทย์ต่อไปของธุรกิจแฟชันจึงไม่ใช่เพียงทำให้การซ่อมดูเป็นมิตรต่อโลก แต่ต้องเปลี่ยนบริการนี้ให้สร้างรายได้ ควบคู่กับการออกแบบเสื้อผ้าที่ทนทานและซ่อมง่าย หากทำได้สำเร็จ เข็มกับด้ายอาจกลายเป็นอาวุธการตลาดชิ้นใหม่ ที่ช่วยให้แบรนด์รักษาทั้งลูกค้า Gen Z และความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง