รีเซต

ปลัด สธ.ชี้ 14 วัน โควิดไทยทรงตัว จ่อลดระดับเตือนภัย แนะปชช.ตรวจ ATK สัปดาห์ละครั้ง

ปลัด สธ.ชี้ 14 วัน โควิดไทยทรงตัว จ่อลดระดับเตือนภัย แนะปชช.ตรวจ ATK สัปดาห์ละครั้ง
มติชน
14 มกราคม 2565 ( 11:57 )
53
ปลัด สธ.ชี้ 14 วัน โควิดไทยทรงตัว จ่อลดระดับเตือนภัย แนะปชช.ตรวจ ATK สัปดาห์ละครั้ง

เมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ.กล่าวระหว่างแถลงสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทย ร่วมกับอธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบดีกรมการแพทย์ และรองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ว่า ตามที่คาดว่าจะมีการระบาดหลังจากช่วงปีใหม่ เนื่องจากมีการเดินทางและมีเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน ขณะนี้ครบ 14 วันแล้ว สธ.จึงขอสรุปแนวโน้มสถานการณ์โควิด-19 โดยทั่วโลกพบติดเชื้อใหม่วันนี้ 2.9 ล้านราย ถือว่าตัวเลขสูง แต่มาดูอัตราเสียชีวิตลดลงมา ซึ่งประเทศที่พบการติดเชื้อเพิ่มขึ้น คือสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี และอิตาลี แต่อัตราป่วยหนักและเสียชีวิตมีสัดส่วนลดลง สำหรับไทยพบติดเชื้อใหม่ในประเทศ 7,916 ราย มาจากต่างประเทศ 242 ราย ผู้เสียชีวิต 15 รายในจำนวนนี้เป็นกลุ่ม 608 ถึง 13 ราย ส่วนผู้ป่วยปอดอักเสบ 110 ราย ที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ 105 ราย

 

“แนวโน้มการติดเชื้อในประเทศใน 14 วัน พบว่า ช่วงสัปดาห์แรกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ขณะนี้ทรงตัว มีแนวโน้มทรงต่อไปและค่อยๆ ลดลง ส่วนผู้ป่วยหนักมีแนวโน้มลดลงมาตลอด ส่วนผู้ใส่ท่อช่วยหายใจที่ป่วยหนักมากลดลงต่ำที่สุด เท่าที่เราเคยมี โดยล่าสุด สธ.ได้ประกาศเตือนภัยในระดับ 4 คือให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการ Universal Prevention งดเข้าสถานที่เสี่ยง ชะลดเดินทาง ซึ่งจะพิจารณาลดระดับสถานการณ์ลดในระยะถัดไป” นพ.เกียรติภูมิ กล่าว

 

ปลัด สธ. กล่าวว่า ตามการคาดการณ์ฉากทัศน์การระบาดระลอกเดือนมากราคม 2565 ช่วงแรกการระบาดรวดเร็วเป็นไปตามเส้นสีเทา คือ หากมาตรการไม่ได้ผลจะทำให้พบติดเชื้อวันละ 3 หมื่นราย ซึ่งอยากให้อยู่ในเส้นสีเขียว ที่พบผู้ติดเชื้อจำนวนน้อย แต่ด้วยเชื้อโอมิครอนที่ระบาดเร็ว ทำให้ช่วงแรกพบติดเชื้อไปในเส้นสีเทา แต่ด้วยความร่วมมือประชาชนดี ระวังมากขึ้น ทำให้การระบาดคงที่และมาแตะที่เส้นสีส้ม คือ อยู่ในระดับปานกลาง

 

“โดยคาดว่าหากการติดเชื้อยังทรงตัวเช่นนี้ต่อเนื่อง ก็จะลดลงไปถึงเส้นสีเขียวโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม โรครุนแรงน้อยลง คนมีภูมิต้านทานมากขึ้น ทำให้อัตราเสียชีวิตลดลงเช่นกัน โดยเราก็จะสามารถอยู่กับโรคได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น” นพ.เกียรติภูมิ กล่าวและว่า สำหรับสถานการณ์การฉีดวัคซีนโควิด-19 สะสม 108,594,507 โดส ถือว่า ฉีดได้มาก โดยต้นปีได้ปรับฐานประชากรใหม่จากกระทรวงมหาดไทย (มท.) โดยเข็มที่ 1 ครอบคลุมประชากร ร้อยละ 76.92 ส่วนเข็มที่ 2 ครอบคลุม ร้อยละ 70.32 เข็มที่ 3 ครอบคลุม ร้อยละ 13.63 ซึ่งเข็มที่ 3 ขึ้นเร็วมาก ข้อมูลวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา 337,033 โดส โดยเข็มที่ 3 ในพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยว หรือแซนด์บ็อกซ์ อยากให้ถึงร้อยละ 50 โดยเร็วใน 1-2 เดือนนี้ ซึ่งจะพยายามเร่งฉีดวัคซีน หากทำได้ถือว่าประเทศปลอดภัยอีกระดับหนึ่ง

นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า สำหรับ สธ.วางมาตรการรับมือโอมิครอน 4 ส่วน คือ

1.มาตรการสาธารณสุข โดยต้องชะลอการระบาด เนื่องจากโอมิครอนติดเร็ว หากเร็วมากอาจส่งผลต่อระบบสาธารณสุข แม้จะไม่รุนแรง แต่หากระบาดซ้ำ อาจเกิดกลายพันธุ์ได้ ทั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รายงานว่า ปัจจุบันยังไม่พบการกลายพันธุ์ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา 14 วัน แผนการชะลอการระบาดถือว่าควบคุมได้ดี ไม่ได้ระบาดรวดเร็วจนโกลาหล อยู่ในการควบคุม จึงต้องขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกัน ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนมารับวัคซีน เน้นมาตรการ ATK First ตรวจตามความเสี่ยง เช่น สัปดาห์ละ 2 ครั้ง หรือ 1 ครั้ง หรือ 2 สัปดาห์ครั้ง เพราะอาจไม่ทราบว่าติดหรือไม่ เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่มีอาการ

2.มาตรการการแพทย์ มีระบบสายด่วนประสานผู้ติดเชื้อ เน้นการดูแลที่บ้าน Home Isolation เพราะโรคไม่ร้ายแรง อาการน้อยมากเกือบร้อยละ 90 และเรามีระบบการติดตาม คอยดูแลจากโรงพยาบาล โดยให้ติดต่อ สายด่วน 1330 หรือสายด่วนในระดับจังหวัด ทั้งนี้ หากดูแลที่บ้านไม่ได้ สามารถดูแลผ่านศูนย์ระดับชุมชน Community Isolation หากอาการรุนแรงขึ้นก็จะส่งโรงพยาบาล (รพ.)

3.มาตรการสังคม ประชาชนใช้การป้องกันตัวเองขั้นสูงสุด หรือ Universal Prevention สถานบริการปลอดความเสี่ยงโควิด โดยการทำ Covid Free Setting ซึ่งทั้งผู้ให้บริการ และผู้รับบริการต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อย 2 เข็ม ที่สำคัญขอให้ชะลอการเดินทางช่วงนี้

4.มาตรการสนับสนุน เรื่องค่าบริการรักษาพยาบาล ค่าตรวจต่างๆ รัฐบาลสนับสนุนเต็มที่

“สุดท้ายขอประชาชนทุกภาคส่วนช่วยกันทำ VUCA ประกอบด้วย V- Vaccine, U-Universal Prevention, C- Covid-19 free setting และ A- ATK สำหรับชุดตรวจ ATK ที่มีการขาดแคลน ขณะนี้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้จัดหาและเตรียมไว้จำหน่ายสัปดาห์ละ 1 ล้านชุดเทสต์ ราคาชุดละ 35 บาท” นพ.เกียรติภูมิ กล่าว

 

บทความน่าสนใจอื่นๆ

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง