รีเซต

วัคซีน IPD คืออะไร ทำไมเด็กๆต้องฉีด เรื่องสำคัญที่พ่อแม่ต้องรู้! ถ้าไม่อยากให้ลูกป่วย

วัคซีน IPD คืออะไร ทำไมเด็กๆต้องฉีด เรื่องสำคัญที่พ่อแม่ต้องรู้! ถ้าไม่อยากให้ลูกป่วย
TNN ช่อง16
26 มกราคม 2569 ( 02:00 )
4

นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ หมอเด็กเฉพาะทางโรคทางเดินหายใจและผู้ป่วยวิกฤต เจ้าของเพจ "หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า" ได้โพสต์เฟซบุ๊กให้ความรู้เกี่ยวกับวัคซีน IPD โดยระบุว่า

1. วัคซีนไอพีดี (IPD) คือวัคซีนอะไร?

ไอพีดี (IPD) ย่อมาจาก Invasive Pneumococcal Disease

เป็นชื่อเรียกของกลุ่มโรครุนแรง ที่เกิดจากแบคทีเรียชื่อว่า Streptococcus pneumoniae 

หรือเรียกกันสั้นๆว่าเชื้อ “นิวโมคอคคัส” 


คำว่า Invasive disease หมายถึง การติดเชื้อที่ลุกลามเข้าสู่ระบบสำคัญของร่างกาย เช่น

 • เยื่อหุ้มสมองอักเสบ

 • ติดเชื้อในกระแสเลือด

 • ปอดอักเสบรุนแรง


ดังนั้น วัคซีนไอพีดี (IPD) คือวัคซีนที่ใช้ป้องกันโรครุนแรงที่เกิดจากเชื้อนิวโมคอคคัสนั่นเอง ชื่อเรียกของวัคซีนนี้มีหลายชื่อ พ่อแม่อาจคุ้นกันในหลายแบบ เช่น วัคซีนไอพีดี

วัคซีนปอดอักเสบ (แม้จริงๆ จะป้องกันได้มากกว่านั้น เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ติดเชื้อในเลือด) วัคซีนนิวโมคอคคัส

หรือในสมุดวัคซีนจะเขียนว่า PCV (Pneumococcal Conjugate Vaccine) ทั้งหมดนี้คือวัคซีนชนิดเดียวกัน แค่ต่างชื่อเรียกกันเฉยๆครับ


2. วัคซีนไอพีดี (IPD) ป้องกันอะไรได้บ้าง?

วัคซีนไอพีดี (IPD) ป้องกันเฉพาะแบคทีเรียที่ชื่อ "นิวโมคอคคัส" เท่านั้น ไม่ป้องกันไวรัส เช่น RSV, Influenza ฯลฯ ไม่ป้องกันแบคทีเรียชนิดอื่น


เด็กเล็กส่วนใหญ่เวลาไม่สบาย ก็มักเกิดจากไวรัส ส่วนใหญ่อาการไม่หนักและหายได้เอง แต่ในบางคน โดยเฉพาะเด็กเล็กมาก ๆ หรือเด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น หัวใจพิการ ภูมิคุ้มกันต่ำ ร่างกายจะอ่อนแอจนทำให้เชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้ง่าย หนึ่งในแบคทีเรียตัวหลักที่ “ชอบแทรกซ้อน” ในเด็กเล็กก็คือ เชื้อนิวโมคอคคัส (S. pneumoniae) นี่แหละครับ


และเมื่อมันแทรกซ้อน มันไม่ได้มาเล่น ๆ แต่อาจทำให้อาการป่วยของลูก “รุนแรงขึ้นอย่างมาก” เช่น

 • ปอดอักเสบที่ลุกลามจนต้องแอดมิท

 • หายใจลำบาก ต้องให้ออกซิเจน

 • บางคนต้องถึงขั้นเข้า ICU


นี่แหละครับคือ “จุดสำคัญ” ของวัคซีนไอพีดี มันเป็นวัคซีนที่ช่วยป้องกัน “การติดเชื้อแทรกซ้อนรุนแรง”จากเชื้อนิวโมคอคคัส ที่มักเกิดขึ้นเวลาลูกเราป่วยจากไวรัสนำมาก่อน

พูดง่ายๆ คือ วัคซีนนี้จะช่วยลดโอกาสที่ลูกเราจะเจ็บหนักจากเชื้อแทรกซ้อน เวลาที่ร่างกายอ่อนแอจากการป่วยเล็กๆ น้อยๆ


3. ป้องกัน “ปอดอักเสบ” ได้จริงไหม?

คำตอบคือ ได้ครับ แต่เฉพาะกรณีที่ “ปอดอักเสบเกิดจากเชื้อนิวโมคอคคัส” เท่านั้น

แต่ วัคซีนไอพีดี (IPD) ไม่ได้ป้องกันปอดอักเสบทุกชนิด เช่น

• ปอดอักเสบจากไวรัส เช่น RSV หรือไข้หวัดใหญ่

• ปอดอักเสบจากแบคทีเรียตัวอื่น


ป้องกันได้แค่ตัวเดียว ทำไมถึงสำคัญ?

เพราะในบรรดาเด็กที่ปอดอักเสบจนต้องนอนโรงพยาบาล หรือแย่จนต้องเข้า ICU

หนึ่งในเชื้อที่พบแทรกซ้อนบ่อย ก็คือนิวโมคอคคัส นี่แหละ


ตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ

เด็กเล็กที่ติดเชื้อ RSV ตอนแรกอาการอาจจะยังไม่หนักมาก แต่พอมีเชื้อนิวโมคอคคัสแทรกซ้อนตามมา (เฉพาะบางคน) อาการจะทรุดลงเร็ว ต้องนอน รพ.  และบางรายถึงขั้นเข้า ICU


ดังนั้นการฉีดวัคซีนไอพีดี (IPD) คือการ “ป้องกันแบคทีเรียตัวร้าย” ที่มักจะแทรกซ้อน

และทำให้ปอดอักเสบกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่ควรจะเป็นครับ



4. รู้จัก “สายพันธุ์” ของนิวโมคอคคัสกันหน่อย

รู้ไหมครับว่าเชื้อนิวโมคอคคัสมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์ก็มี “นิสัย” และ “ความร้ายแรง” ไม่เหมือนกันเลย เหมือนกับ หมาที่มีหลายสายพันธุ์ 

ลองนึกแบบนี้ครับ

• แบคทีเรียนิวโมคอคคัส เท่ากับ หมา

• สายพันธุ์ของมัน เท่ากับ ชิสุ ปั๊ก พุดเดิ้ล โกลเด้น ฯลฯ

ถึงแม้จะเป็นหมาทั้งหมดแต่นิสัยก็ไม่เหมือนกัน บางพันธุ์น่ารัก ขี้อ้อน บางพันธุ์ดุ ดื้อกัด แถมแรงเยอะอีกต่างหาก สายพันธุ์ของนิวโมคอคคัสก็เหมือนกันเป๊ะ บางตัวเจอบ่อย บางตัวไม่ค่อยมี บางสายพันธุ์ดื้อยารักษายาก บางสายพันธุ์ดุมาก ทำให้เด็กป่วยรุนแรง


วัคซีนจึงถูกออกแบบมาให้ป้องกันเฉพาะ “สายพันธุ์ที่ดุและระบาดบ่อย” เท่านั้น แต่ละประเทศก็เจอสายพันธุ์ไม่เหมือนกัน วัคซีนที่ใช้ในไทย  จึงต้องเน้นครอบคลุมสายพันธุ์ที่พบในไทยให้ได้มากที่สุด


ในประเทศไทย สายพันธุ์ที่พบได้บ่อย เช่น 3, 6B, 10A, 14, 15B, 19A, 19F และ 23F
และหนึ่งในสายพันธุ์ที่น่ากลัวมากที่สุดก็คือ สายพันธุ์ 19A ตัวนี้เหมือน “หมาพิตบูลที่ดุเป็นพิเศษ” มันดื้อยา รักษายาก และมักทำให้เด็กมีอาการรุนแรง 


เพราะฉะนั้นถ้าเราฉีดวัคซีนที่ไม่ครอบคลุมสายพันธุ์ที่ระบาดจริงในบ้านเรา ก็เหมือนเตรียมรับมือชิสุแต่ดันเจอพิตบูล เท่ากับ ไม่รอดครับ  การรู้ตรงนี้จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจมากขึ้นว่าทำไมวัคซีนฟรีที่กำลังจะเริ่มในปี 2569 ถึงเลือกยี่ห้อที่กำลังจะเล่าให้ฟังนี้ครับ


5. วัคซีนไอพีดี (IPD) มีกี่แบบ? ป้องกันได้มากน้อยแค่ไหน?

วัคซีนไอพีดีถูกพัฒนามาหลายรุ่นแต่ละรุ่นจะ “ป้องกันสายพันธุ์ของเชื้อนิวโมคอคคัส” 

ได้มากขึ้นเรื่อยๆเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจ ผมจะเล่าให้ฟังเรียงตามรุ่นเลย 


 PCV7 (Prevnar7) 

- รุ่นแรกสุด ป้องกันได้แค่ 7 สายพันธุ์เท่านั้น

- ปัจจุบันไม่ใช้แล้ว


 PCV10 (Synflorix) 

- ป้องกันได้ 10 สายพันธุ์ 

- แต่พลาดตัวสำคัญ ที่เจอในไทยบ่อยๆ อย่าง 3, 6A และ 19A

- โดยเฉพาะ 19A ที่เป็นสายพันธุ์ “ดุมาก” และ “ดื้อยา”

- รุ่นนี้จึงครอบคลุมสายพันธุ์ที่เจอในไทยได้ประมาณ 41.8% เท่านั้น


 PCV10 รุ่นใหม่ (Pneumosil)

- ป้องกันได้ 10 สายพันธุ์เช่นกัน

แต่!

- จุดแข็งคือ “สายพันธุ์ที่เลือกมาเหมาะกับประเทศไทยมากกว่า”

- ป้องกันได้ทั้ง 6A และ 19A

- ใช้ในอินเดีย แอฟริกา

- และกำลังจะเป็น “วัคซีนไอพีดีที่ฉีดฟรีในไทยปี 2569”


 ครอบคลุมสายพันธุ์ในเด็กไทยได้ประมาณ 58.2% ถือว่าดีกว่ารุ่นเดิม


 PCV13 (Prevnar13)

- ป้องกันได้ 13 สายพันธุ์ 

- จุดเด่นคือ เพิ่มสายพันธุ์ “3” เข้ามาซึ่งพบในไทย และเป็นตัวที่ Pneumosil ป้องกันไม่ได้

- ทำให้รุ่นนี้ ครอบคลุมสายพันธุ์ที่เจอในไทยได้ถึง 62.6%


 PCV13 (Weuphoria)

- ป้องกันได้ 13 สายพันธุ์ เหมือนกับ Prevnar13 ทุกอย่าง

- ผลิตโดยบริษัทในประเทศจีน

- เริ่มนำเข้ามาใช้ในไทยตั้งแต่ปี 2023

- จุดเด่นคือ ราคาย่อมเยากว่า Prevnar13 แต่ยังคงประสิทธิภาพในการป้องกันสายพันธุ์หลักๆ ได้เหมือนกัน


 ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับครอบครัวที่ต้องการวัคซีนครอบคลุมดี แต่ราคาย่อมเยากว่า


 PCV15 (Vaxneuvance)

- เพิ่มอีก 2 สายพันธุ์ คือ 22F, 33F 

- สองสายพันธุ์นี้เจอในอเมริกาและยุโรปมากกว่า

- ในไทยเจอน้อย ทำให้เปอร์เซ็นต์การครอบคลุมยังอยู่ที่ 62.6% เท่าๆ กับ Prevnar13


 PCV20 (Prevnar20)

- ตัวล่าสุด ป้องกันได้ถึง 20 สายพันธุ์

- รวมถึง 10A และ 15B ซึ่งพบบ่อยในไทย แต่รุ่นอื่นยังป้องกันไม่ได้


 ทำให้รุ่นนี้ ครอบคลุมได้ถึง 75.8% ของสายพันธุ์ที่เจอในไทย

- ถือว่าเยอะที่สุดแล้วในตอนนี้

- แต่ราคาก็สูงสุดตามไปด้วยเช่นกัน


6. ทำไมไทยถึงยังไม่ได้ฉีดฟรี? แล้วจะได้เมื่อไหร่?

รู้ไหมครับว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศท้ายๆ ของอาเซียนที่ยังไม่ได้บรรจุวัคซีนไอพีดี (IPD) ให้เด็กไทยได้รับฟรี ขณะที่หลายประเทศรอบบ้านเรา เช่น ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ไปจนถึงสิงคโปร์ ต่างก็มีวัคซีนไอพีดีอยู่ในแผนวัคซีนแห่งชาติกันหมดแล้ว


แต่ข่าวดีคือ

 ปี 2569 เด็กไทยทุกคนจะได้รับวัคซีนไอพีดีฟรี!

โดยจะใช้วัคซีน Pneumosil ที่เหมาะกับประเทศอย่างเรา ทั้งในแง่ของสายพันธุ์ที่ระบาดและต้นทุนที่รัฐสามารถจัดหาได้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของระบบวัคซีนในประเทศไทย

ที่รอคอยกันมานานครับ 


7. วัคซีน Pneumosil ที่จะได้ฟรี ดีแค่ไหน?

วัคซีน Pneumosil คือ PCV10(ป้องกันได้10สายพันธุ์) รุ่นใหม่จากประเทศอินเดีย

ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาให้เหมาะกับบริบทของประเทศกำลังพัฒนาทั้งในด้านประสิทธิภาพและราคาที่จับต้องได้ แม้วัคซีน Pneumosil จะเป็นวัคซีนตัวฟรี ที่รัฐเตรียมจัดให้ในปี 2569 แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณภาพจะด้อยลงเลยครับ


 จุดเด่นของ Pneumosil คือ

• มีสายพันธุ์ 19A และ 6A ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่สำคัญมากในประเทศไทย

• ต้นทุนไม่สูง → รัฐจึงสามารถจัดสรรงบประมาณให้เด็กทุกคนได้รับอย่างทั่วถึง

• ผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO)

• มีการใช้งานจริงแล้วในหลายประเทศ เช่น อินเดีย และหลายประเทศในแอฟริกา

แม้ว่าความครอบคลุมของ Pneumosil

อาจจะยังไม่เท่ารุ่นใหญ่กว่าอย่าง Prevnar13, Vaxneuvance หรือ Prevnar20

แต่เมื่อพิจารณาจากความคุ้มค่าและการเข้าถึงที่ครอบคลุมทั่วประเทศแล้ว

นี่คือวัคซีนที่ “ดีในระดับที่น่าพอใจ”และถือเป็นก้าวสำคัญของระบบวัคซีนในประเทศไทย ที่ช่วยให้เด็กทุกคนเข้าถึงการป้องกันโรครุนแรงได้มากขึ้นกว่าที่เคย

นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ หมอเด็กเฉพาะทางโรคทางเดินหายใจและผู้ป่วยวิกฤต

8. แล้วแบบนี้ ใช้ของฟรีไปเลย ไม่ต้องซื้อเพิ่มใช่ไหม?

คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละครอบครัวครับ


 ถ้าครอบครัวยังไม่สะดวกเรื่องค่าใช้จ่าย

- การฉีดวัคซีน Pneumosil ที่รัฐจัดให้ฟรี ก็ถือว่าเพียงพอในระดับหนึ่งแล้วครับ เพราะดีกว่า “ไม่ได้ฉีดอะไรเลย” อย่างแน่นอน


 แต่ถ้าครอบครัว มีกำลังจ่ายมากขึ้น

- อาจเลือกวัคซีนรุ่นที่ป้องกันได้มากกว่า เช่น PCV13, PCV15 หรือ PCV20 ซึ่งครอบคลุมสายพันธุ์ที่พบในไทยได้มากขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงในระยะยาวได้มากขึ้นด้วย


สุดท้ายแล้ววัคซีนที่เหมาะที่สุดสำหรับลูกคุณ คือวัคซีนที่คุณพ่อคุณแม่ “เลือกเองอย่างเข้าใจ”โดยดูทั้งข้อมูล ประสิทธิภาพ และความเหมาะสมของครอบครัวครับ


9. ผลข้างเคียงของวัคซีนไอพีดี (IPD) มีอะไรบ้าง?

ผลข้างเคียงพบได้น้อยและไม่รุนแรง เช่น

 • ปวด บวม แดง ตรงที่ฉีด

 • ไข้ต่ำๆ งอแง เบื่ออาหารชั่วคราว

อาการเหล่านี้สามารถหายได้เอง วัคซีนนี้ผ่านการศึกษาในหลายประเทศ ใช้ทั่วโลกมานาน มีความปลอดภัยสูง 


10.  แล้วต้องฉีดกี่เข็ม? ตอนอายุเท่าไหร่?

ประเทศไทยแนะนำให้ฉีดวัคซีนไอพีดี (IPD) แบบ 3+1 เข็ม เป็นมาตรฐาน เหมาะกับเด็กทุกคน โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ยังมีภูมิคุ้มกันต่ำ


 แบบ 3+1 คือ

• เข็มที่ 1: อายุ 2 เดือน

• เข็มที่ 2: อายุ 4 เดือน

• เข็มที่ 3: อายุ 6 เดือน

• เข็มกระตุ้น (Booster): อายุ 12–15 เดือน

แต่ในบางกรณีเฉพาะเด็กที่แข็งแรงดี ไม่มีโรคประจำตัว อาจพิจารณาฉีดแบบ 2+1 เข็ม แทนได้


 แบบ 2+1 คือ

• เข็มที่ 1: อายุ 2 เดือน

• เข็มที่ 2: อายุ 4 เดือน

• เข็มกระตุ้น (Booster): อายุ 12–15 เดือน


11. ถ้าลูกอายุเกิน 1 ขวบแล้ว เพิ่งมารู้จักวัคซีนไอพีดี ยังฉีดได้ไหม?

คำตอบคือ: ยังฉีดได้ครับ

วัคซีนไอพีดี (IPD) สามารถฉีดได้ในเด็กจนถึงอายุ 5 ปี แม้จะเริ่มฉีดช้ากว่าช่วงวัยทารก

แต่ก็ยังช่วยลดความเสี่ยงจากโรครุนแรงได้อยู่ แค่ต้องมีการ “ปรับจำนวนเข็ม” ให้เหมาะกับช่วงอายุ


 ยกตัวอย่างเช่น

• เด็กอายุ 1.5 ขวบ  จะฉีดเพียง 2 เข็ม ห่างกัน 2 เดือน

• ส่วนเด็กโตมากขึ้น  อาจฉีดเพียง 1 เข็ม 

คำแนะนำที่ดีที่สุดคือ

ปรึกษาคุณหมอเพื่อประเมินว่า ลูกควรฉีดกี่เข็ม ตามอายุและสุขภาพครับ 


12. ลูกป่วยติดเชื้อทางเดินหายใจบ่อยๆ พาไปฉีดวัคซีนตัวนี้ดีไหม? จะช่วยได้แค่ไหน?

เด็กเล็กป่วยติดเชื้อทางเดินหายใจบ่อย เป็นเรื่องที่เจอได้เป็นปกติ ส่วนใหญ่ 80–90% ของการติดเชื้อทางเดินหายใจในเด็กเกิดจาก “ไวรัส” เช่น RSV, ไข้หวัดใหญ่, ไรโนไวรัส ฯลฯ ซึ่งวัคซีนไอพีดี (IPD) ไม่สามารถป้องกันเชื้อไวรัสเหล่านี้ได้


สิ่งที่ดีที่สุดในการป้องกันการติดไวรัสคือ

- ล้างมือให้สะอาด

- สอนลูกไม่เอามือเข้าปากหรือขยี้ตา

- พักผ่อนให้เพียงพอ

- หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับคนป่วย

- ใส่หน้ากากอนามัยในพื้นที่แออัด


แต่เมื่อเด็กติดเชื้อไวรัสแล้ว ก็มีโอกาสเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้และหนึ่งในแบคทีเรียที่เจอบ่อยในเด็กก็คือ “นิวโมคอคคัส”ซึ่งอาจทำให้ลูกอาการทรุดลงเร็วกลายเป็นปอดอักเสบ หูอักเสบ หรือในบางรายต้องนอนโรงพยาบาล


 ดังนั้น วัคซีนไอพีดี (IPD)ไม่ใช่การป้องกันไวรัสโดยตรง แต่เป็น “ตัวช่วยลดความเสี่ยง” ไม่ให้เชื้อแบคทีเรียร้าย ๆ เข้ามาซ้ำเติมเวลาที่ลูกป่วยจากไวรัส


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง