‘จีน-เมียนมา’ ติดกลุ่มร้ายสุด ละเมิดเสรีภาพในการนับถือศาสนา

‘จีน-เมียนมา’ ติดกลุ่มร้ายสุด ละเมิดเสรีภาพในการนับถือศาสนา
มติชน
21 เมษายน 2564 ( 08:10 )
13
‘จีน-เมียนมา’ ติดกลุ่มร้ายสุด ละเมิดเสรีภาพในการนับถือศาสนา

รายงานเสรีภาพในการนับถือศาสนาทั่วโลกประจำปี 2019-2020 ที่จัดทำโดยองค์กรการกุศลที่ได้รับการสนับสนุนจากวาติกันชี้ว่า พบการละเมิดเสรีภาพในการนับถือศาสนารวมถึงการข่มเหงเพิ่มขึ้นในมากกว่า 25 ประเทศทั่วโลก โดยจีนและเมียนมาจัดอยู่ในกลุ่มที่เลวร้ายที่สุด

 

 

ในรายงานซึ่งมีความหนา 800 หน้าซึ่งจัดทำโดยองค์กร Aid to the Church in Need International หรือ ACN ระบุว่า ในบางประเทศ อาทิ ไนเจอร์ ตุรกี และปากีสถาน มีความไม่ยุติธรรมต่อชนกลุ่มน้อยที่นับถือศาสนาอื่นโดยชนพื้นเมือง โดยใช้ข้ออ้างของการแพร่ระบาดของโควิด-19 และยังปฏิเสธไม่ให้คนเหล่านี้เข้าถึงการรักษาพยาบาลด้วย

 

 

รายงานของ ACN ล่าสุดนี้มี 26 ประเทศที่อยู่ในกลุ่มสีแดง ซึ่งหมายความว่ามีการก่อกวนกลั่นแกล้งและข่มเหงรังแกคนต่างศาสนา ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 21 ประเทศในรายงานเมื่อสองปีก่อน ขณะที่มี 36 ประเทศอยู่ในกลุ่มสีส้ม ที่แปลว่ามีการเลือกปฏิบัติเพิ่มขึ้นจาก 17 ประเทศ

 

 

รายงานระบุว่าการเลือกปฏิบัติที่เกิดขึ้นกับคนต่างศาสนาหมายถึงมีการกำหนดกฎหมายหรือกฎบางอย่างเพื่อใช้กับคนเฉพาะกลุ่มแต่ไม่ใช่ทั้งหมด ขณะที่การข่มเหงรังแกคือมีการทำโครงการขึ้นเพื่อเอาชนะหรือปราบปรามผู้คนบนพื้นฐานการนับถือศาสนาของพวกเขา

 

 

ในจีน พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้สร้างเครื่องมือเพื่อจัดการกลุ่มคนต่างศาสนาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามา และได้มีการปรับแต่ง ดำเนินการอย่างแพร่หลาย และมีความซับซ้อนในการใช้เทคโนโลยีเข้ามาร่วมด้วย

 

 

ตัวอย่างของการละเมิดที่เลวร้ายที่สุดคือการกระทำต่อชาวมุสลิมอุยกูร์ในซินเจียง ซึ่งความเลวร้ายได้พัฒนาไปถึงในระดับที่มีผู้เชี่ยวชาญจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ให้คำจำกัดความว่ามันคือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

 

 

ACN ระบุด้วยว่าชุมชนชาวแคทอลิกในจีนก็ยังคงเผชิญกับการคุกคามและการจับกุม ถึงแม้จะมีการลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลจีนกับวาติกันเพื่อการแต่งตั้งบาทหลวงในจีนแผ่นดินใหญ่เมื่อปี 2018 ก็ตาม

 

 

โดยมีรายงานว่าเมื่อปีที่ผ่านมาแม่ชีสองคนที่ทำงานให้กับวาติกันในฮ่องกงถูกจับกุมตัวเมื่อเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านในจีนแผ่นดินใหญ่ ทั้งนี้จีนได้เพิ่มการใช้ระบบติดตามใบหน้าผู้ที่นับถือศาสนาต่างๆ ด้วย

 

 

ขณะที่ในเมียนมา ชาวมุสลิมโรฮีนจาตกเป็นเหยื่อของการละเมิดสิทธิมนุษยชนอันเลวร้าย โดยในปีที่ผ่านมาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศได้สั่งให้เมียนมาดำเนินมาตรการฉุกเฉินเพื่อปกป้องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจา แต่รัฐบาลเมียนมาออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

 

 

รายงานของ ACN ชี้ว่า การยึดอำนาจของกองทัพเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ดูเหมือนจะยิ่งทำให้ทุกอย่างยิ่งเลวร้ายลงสำหรับชนกลุ่มน้อยที่นับถือศาสนาต่างๆ ทั้งหมดในเมียนมา ซึ่งในจำนวนนี้ราว 8% เป็นชาวคริสต์

 

 

ขณะที่แอฟริกาจะกลายเป็นสนามรบถัดไปของกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงติดอาวุธ ซึ่งได้ทำให้เกิดความวุ่นวายในหลายประเทศอยู่ในปัจจุบัน อาทิ ชาด คองโก โซมาเลีย โมซัมบิก มาลี บูร์กินาฟาโซ ไนเจอร์ ไนจีเรีย สาธารณรัฐแอฟริกากลาง และแคเมอรูน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง