โลกดิจิทัลเปลี่ยนไทย คนรุ่นใหม่พร้อมแค่ไหน ในมุม ‘Huawei’

คำว่า “AI” หรือ “เทคโนโลยีดิจิทัล” กลายเป็นสิ่งที่เราได้ยินบ่อยขึ้นเรื่อยๆ โลกกำลังเปลี่ยนเร็ว และหลายอาชีพก็กำลังเปลี่ยนไปพร้อมกัน แต่คำถามสำคัญอาจไม่ใช่แค่ เทคโนโลยีจะไปไกลแค่ไหน แต่คือ คนในโลกใบนี้จะต้องเรียนรู้อะไร เพื่ออยู่กับมันให้ได้
ถ้าเทคโนโลยีคือเครื่องมือของอนาคต “ทักษะของคน” ก็คือสิ่งที่กำหนดว่า
ประเทศหนึ่งจะไปได้ไกลแค่ไหน
เมื่อ “ดิจิทัล” กลายเป็นนโยบายของประเทศ
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเริ่มพูดถึงคำว่า Digital Skills หรือทักษะดิจิทัลมากขึ้น การเข้าสู่โลกดิจิทัล ไม่ใช่แค่เรื่องของระบบหรือโครงสร้างพื้นฐาน
แต่คือการ “สร้างคน” ให้สามารถใช้เทคโนโลยีเหล่านั้นได้จริง คำถามจึงไม่ใช่แค่ เรามีเทคโนโลยีหรือยัง แต่คือ เรามี “คน” ที่พร้อมจะใช้มันหรือไม่
ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านนี้ บริษัทเทคโนโลยีจากหลายประเทศ เข้ามามีบทบาทในภูมิภาคเอเชียมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจในไทยมากว่า 2 ทศวรรษ และกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 27
ดร. ชวพล จริยาวิโรจน์ กรรมการผู้จัดการของบริษัท อธิบายชัดว่า Huawei ไม่ได้มองตัวเอง เป็นเพียง “บริษัทเทคโนโลยี” แต่เป็นพันธมิตรระยะยาวของประเทศ
บทบาทสำคัญของบริษัท คือการสนับสนุนยุทธศาสตร์ของไทยโดยเฉพาะ Thailand 4.0 ผ่านการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เช่น 5G, Cloud และ AI
แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ไม่ใช่แค่ “การมีเทคโนโลยี” แต่คือการนำเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์จริง และสิ่งนั้นต้องอาศัยอีกองค์ประกอบหนึ่งเสมอคือ
“คน”
เมื่อโครงสร้างพื้นฐานต้องมาพร้อม “ระบบนิเวศ”
ภายในสำนักงานใหญ่ของ Huawei Thailand ภาพของโลกดิจิทัลไม่ได้อยู่แค่ในแนวคิด แต่ถูกถ่ายทอดออกมา ผ่านโซนนวัตกรรมและโมเดลจำลอง
วรกาน ลิขิตเดชาศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยีเครือข่ายโทรคมนาคมและสารสนเทศ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด อธิบายว่า โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ไม่ได้หมายถึงแค่สัญญาณหรือเครือข่าย แต่คือระบบที่เชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ Data Center Fiber Network ไปจนถึง Smart City และ Smart Campus ที่รวมเอา พลังงาน ความปลอดภัย IoT และการจัดการทรัพยากร
ไว้ในระบบเดียว
เทคโนโลยีเหล่านี้ กำลังถูกนำไปใช้ในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ภาคธุรกิจ
ไปจนถึงภาครัฐ แต่คำถามคือ ใครจะเป็นคนใช้มัน ซึ่งแม้เทคโนโลยีจะพัฒนาเร็วเพียงใด หาก “คน” ยังไม่พร้อม โอกาสก็อาจไม่เกิดขึ้นจริง
นี่คือเหตุผลที่ “Digital Talent” กลายเป็นประเด็นสำคัญของทั้งภาครัฐและเอกชน
และในอีกมุมหนึ่งการเรียนรู้เทคโนโลยีอาจไม่ได้เริ่มต้นจากห้องทดลองเสมอไปบางครั้ง มันเริ่มจาก “ความสนใจเล็ก ๆ”
อริย์ธัช ธรรมาพิทักษ์พร หรือ “โซกิ” คือหนึ่งในเยาวชนจากโครงการ ODOS Summer Camp ที่สะท้อนภาพนั้นได้ชัดเจน
เขาเริ่มสนใจเทคโนโลยี จากการได้ลองทำงานกับเพื่อน และเข้าร่วมโครงการด้านดิจิทัล ก่อนจะพัฒนาตัวเอง จนกำลังจะได้ไปเรียนต่อด้าน AI ที่ประเทศจีน
สิ่งที่น่าสนใจ ไม่ใช่แค่เส้นทางของเขา แต่คือ “วิธีคิด” โซกิมองว่า AI ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกลัว แต่ควรเป็น “เครื่องมือ” ที่ช่วยให้มนุษย์ ทำสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น แต่ไม่ใช่สิ่งที่มาแทนตัวตนของเรา
ในอีกมุมหนึ่ง เขายังสะท้อนว่า การค้นหาตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเริ่มเร็วที่สุด แต่ควรเริ่มจากการ “อยู่ใกล้สิ่งที่เราสนใจ” เพราะบางครั้ง แรงบันดาลใจ เกิดจากคนรอบตัว ไม่ใช่แค่ในห้องเรียน
เมื่ออนาคตไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว
สิ่งที่เราเห็นทั้งหมด ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน นโยบาย ไปจนถึงการเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ สะท้อนความจริงข้อหนึ่ง โลกดิจิทัล ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ขับเคลื่อนด้วย“คนที่เข้าใจมัน”
ในขณะเดียวกัน โจทย์ของประเทศ ก็ไม่ใช่แค่การนำเทคโนโลยีเข้ามา แต่คือการทำให้ “ทุกคนมีโอกาสเติบโตไปพร้อมกัน”
ในโลกที่เทคโนโลยีเดินเร็วขึ้นทุกวัน คำถามสำคัญอาจไม่ใช่แค่ไทยมี 5G หรือยัง
มี AI หรือยัง
แต่คือเรากำลังเตรียมคนรุ่นต่อไป ให้พร้อมกับโลกนี้มากแค่ไหน และเราจะทำอย่างไร ให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
