รีเซต

รัฐบาลออกมาตรการจูงใจ "เพิ่มเที่ยวบินไทย" เร่งดันสนามบินภูมิภาค กระจายรายได้

รัฐบาลออกมาตรการจูงใจ "เพิ่มเที่ยวบินไทย" เร่งดันสนามบินภูมิภาค กระจายรายได้
TNN ช่อง16
13 สิงหาคม 2569 ( 14:10 )
3

รัฐบาลเร่งเปิด “New Route – New Airline” ดันสนามบินภูมิภาค เชื่อมเมือง-กระจายรายได้


รัฐบาลเดินหน้าขยายโอกาสการเดินทางทางอากาศสู่ภูมิภาค ผ่านมาตรการ “New Route – New Airline” จูงใจสายการบินเปิดเส้นทางใหม่และเพิ่มเที่ยวบินในสนามบินภูมิภาค ด้วยการลดค่าบริการขึ้น-ลง และค่าบริการที่เก็บอากาศยาน 50% หวังเพิ่มทางเลือกให้ประชาชน กระตุ้นการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน พร้อมกระจายรายได้สู่ชุมชน


ลดต้นทุน ดึงสายการบินเปิดเส้นทางใหม่


น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม และกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เดินหน้ามาตรการส่งเสริมพัฒนาเส้นทางบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ “New Route – New Airline” เพื่อเพิ่มการเชื่อมโยงระหว่างเมืองหลักกับภูมิภาค


มาตรการดังกล่าวลดค่าบริการขึ้น-ลง และค่าบริการที่เก็บอากาศยาน 50% เพื่อสร้างแรงจูงใจให้สายการบินเข้ามาเปิดเส้นทางและให้บริการในท่าอากาศยานภูมิภาคมากขึ้น โดยมีผลตั้งแต่ 10 สิงหาคม 2569 ถึง 9 สิงหาคม 2570


มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทาง “Airport for Regional Development” ที่ผลักดันโดยนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โดยต้องการใช้สนามบินเป็นมากกว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทาง แต่เป็นกลไกเชื่อมโยงโอกาสทางเศรษฐกิจไปยังภูมิภาค



2 สิทธิประโยชน์ เปิดทางทั้ง “เส้นทางใหม่-สายการบินใหม่”


มาตรการแบ่งสิทธิประโยชน์ออกเป็น 2 กลุ่ม


1. New Route – เส้นทางบินใหม่

ลดค่าบริการขึ้น-ลง และค่าบริการที่เก็บอากาศยาน 50% เป็นเวลา 1 ปี สำหรับเส้นทางที่ไม่เคยให้บริการมาก่อน หรือเส้นทางที่เคยให้บริการแต่หยุดบินมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี


2. New Airline – สายการบินใหม่

ลดค่าบริการในอัตราเดียวกัน 50% เป็นเวลา 6 เดือน สำหรับสายการบินที่ไม่เคยให้บริการ ณ ท่าอากาศยานนั้น หรือเคยให้บริการแต่หยุดบินมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี โดยครอบคลุมทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ ณ ท่าอากาศยานที่อยู่ในสังกัดกรมท่าอากาศยาน


ปี 2568 มีสายการบินขอใช้สิทธิแล้ว 8 เส้นทาง


รัฐบาลระบุว่า มาตรการส่งเสริมเส้นทางบินที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากสายการบินอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มีการขอใช้สิทธิ New Route จำนวน 6 เส้นทาง ได้แก่ อุดรธานี–อู่ตะเภา, บุรีรัมย์–กรุงเทพฯ, นราธิวาส–กรุงเทพฯ, นครศรีธรรมราช–กรุงเทพฯ, เบตง–หาดใหญ่ และสุราษฎร์ธานี–หาดใหญ่


นอกจากนี้ ยังมี New Airline ขอใช้สิทธิในเส้นทางนครศรีธรรมราช–กรุงเทพฯ และนครพนม–ดอนเมือง สะท้อนว่าการลดต้นทุนด้านค่าบริการสนามบินสามารถช่วยจูงใจให้สายการบินขยายเครือข่ายเข้าสู่เมืองรองและภูมิภาคได้มากขึ้น


เป้าหมายไม่ใช่แค่เพิ่มเที่ยวบิน แต่ต้องเพิ่มโอกาสให้คนในพื้นที่


รัฐบาลมองว่า ประโยชน์ของมาตรการไม่ได้จำกัดอยู่ที่การช่วยลดต้นทุนให้สายการบิน แต่ต้องการให้ผลลัพธ์กลับมาถึงประชาชนโดยตรง


เมื่อมีสายการบินและเส้นทางเพิ่มขึ้น ประชาชนจะมีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น ทั้งเรื่องเส้นทาง ราคา และคุณภาพการให้บริการ ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มการแข่งขัน โดยเฉพาะเส้นทางที่มีผู้ให้บริการเพียงรายเดียว


ที่สำคัญ การเดินทางที่สะดวกขึ้นสามารถต่อยอดไปถึงภาคการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน เพราะนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าสู่เมืองรองได้ง่ายขึ้น ผู้ประกอบการในพื้นที่สามารถเข้าถึงตลาดใหม่ และรายได้จากการเดินทางมีโอกาสกระจายเข้าสู่ธุรกิจและชุมชนท้องถิ่นมากขึ้น


ใช้สนามบินภูมิภาคเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจ


รัฐบาลคาดหวังว่า การต่อยอดมาตรการ “New Route – New Airline” ในปี 2569 จะช่วยดึงดูดทั้งสายการบินไทยและต่างประเทศให้เข้ามาเปิดเส้นทางใหม่ในท่าอากาศยานภูมิภาคมากขึ้น


โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการทำให้คนเดินทางได้สะดวกกว่าเดิม แต่คือการทำให้ สนามบินกลายเป็นประตูเชื่อมโอกาสทางเศรษฐกิจ จากเมืองหลักไปสู่ภูมิภาค ตั้งแต่การท่องเที่ยว การค้าขาย การลงทุน ไปจนถึงการสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการและชุมชน


ภายใต้แนวคิด “Airport for Regional Development” รัฐบาลจึงต้องการใช้โครงสร้างพื้นฐานด้านการบินเป็นหนึ่งในเครื่องมือกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ ให้การเติบโตไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะเมืองใหญ่ แต่เดินทางไปพร้อมกับเที่ยวบินถึงภูมิภาคทั่วประเทศ



ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง