รีเซต

กทม.อ่วม “ฝุ่นพิษ” ถึงต้นก.พ. ขอให้ WFH ด่วน 29-30 ม.ค.นี้

กทม.อ่วม “ฝุ่นพิษ” ถึงต้นก.พ. ขอให้ WFH ด่วน 29-30 ม.ค.นี้
TNN ช่อง16
29 มกราคม 2569 ( 09:30 )
5

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครกลับมาอยู่ในระดับวิกฤตอีกครั้งว่า มีปัจจัยหลักจากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่จังหวัดนครนายก โดยจากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมพบว่ามีพื้นที่เผาสะสมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเกือบ 20,000 ไร่ในช่วงเวลาสั้นๆ


ประกอบกับสภาพอากาศในช่วงเช้าที่เกิดภาวะอุณหภูมิผกผัน หรือที่เรียกว่า “ปรากฏการณ์ฝาชีครอบ” ส่งผลให้อากาศนิ่ง การระบายอากาศต่ำ ทำให้กลุ่มฝุ่นควันจากการเผาไหลเข้ามาสะสมในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ได้แก่ เขตหนองจอก มีนบุรี คลองสามวา คันนายาว และประเวศ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


จากสถานการณ์ดังกล่าว กรุงเทพมหานครจึงยกระดับมาตรการดูแลสุขภาพประชาชน โดยขอความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในเครือข่าย พิจารณาใช้มาตรการทำงานที่บ้าน (Work From Home) ในวันที่ 29 และ 30 มกราคมนี้ เนื่องจากการคาดการณ์พบว่าค่าฝุ่นละอองจะยังคงอยู่ในระดับสีส้มต่อเนื่อง และครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 35 เขต


ขณะเดียวกัน นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมทางไกลร่วมกับ นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เพื่อติดตามสถานการณ์เหตุไฟไหม้ทุ่งนาในพื้นที่อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 โดยเหตุเพลิงไหม้ได้ลุกลามเป็นวงกว้างเกือบ 20,000 ไร่


กรุงเทพมหานครได้สนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่จำนวน 14 นาย พร้อมยานพาหนะและอุปกรณ์เครื่องจักรกลสาธารณภัย ได้แก่ รถสูบน้ำระยะไกล 2 คัน รถบรรทุกน้ำดับเพลิงขนาด 10,000 ลิตร 2 คัน และรถตรวจการณ์ เพื่อเร่งระงับเหตุและบรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่ต้นทาง


ด้าน นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า กรุงเทพมหานครมองปัญหาการเผาในภาคการเกษตรเป็น “ปัญหาเชิงเศรษฐกิจ” จึงได้ร่วมกับจังหวัดนครนายกผลักดันทางเลือกใหม่เพื่อลดต้นทุนให้เกษตรกร อาทิ การใช้จุลินทรีย์หมักปุ๋ยในแปลงนา ซึ่งดำเนินการไปแล้วกว่า 1,000 ไร่ รวมถึงการสนับสนุนเครื่องอัดฟางเพื่อสร้างรายได้ทดแทนการเผา และลดปัญหาฝุ่นอย่างยั่งยืน


ด้าน นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์เหตุไฟลามทุ่งที่ว่าการอำเภอปากพลี เมื่อวันที่ 28 มกราคมว่า จากการตรวจสอบพบว่าเพลิงได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายรวมกว่า 9,500 ไร่ จังหวัดจึงประสานขอความร่วมมือจากกรุงเทพมหานครในการสนับสนุนรถดับเพลิงแรงดันสูง รถบรรทุกน้ำ และเจ้าหน้าที่กู้ภัย เข้าปฏิบัติการควบคุมเพลิงอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน จนสามารถจำกัดวงเพลิงได้สำเร็จ


พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้จัดชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว และเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนเฝ้าระวังในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการลักลอบเผาซ้ำ รวมถึงดำเนินมาตรการเชิงรุกด้วยการตั้งรางวัลนำจับจำนวน 10,000 บาท สำหรับผู้แจ้งเบาะแสที่นำไปสู่การดำเนินคดีต่อศาลกับผู้ลักลอบเผาในที่โล่ง


ขณะที่กรมอนามัยได้ส่งมอบหน้ากากอนามัยและมุ้งสู้ฝุ่น เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ ส่วนจังหวัดนครนายกได้ออกประกาศขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในที่โล่งทุกชนิด เพื่อร่วมกันลดปัญหาฝุ่น PM2.5 และรักษาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อย่างยั่งยืน


สำหรับภาพรวมสถานการณ์ฝุ่นในช่วงนี้ สาเหตุหลักมาจากอัตราการระบายอากาศที่ลดต่ำลง ร่วมกับสภาพอากาศปิดคล้าย “ฝาชีครอบ” ทำให้ฝุ่นละอองสะสมในชั้นบรรยากาศและไม่สามารถระบายออกได้ โดยในช่วงวันที่ 29–30 มกราคม คาดว่าทิศทางลมจะเปลี่ยนเป็นลมใต้ พัดพาความชื้นจากอ่าวไทยเข้ามาเสริม ส่งผลให้เกิดสภาพฟ้ามัวและทัศนวิสัยลดลง


ทั้งนี้ คาดว่าฝุ่นละอองจะยังคงสะสมต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ก่อนที่สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายหลังวันที่ 3 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป เมื่อมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดกลับเข้ามาช่วยเพิ่มการระบายอากาศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง