ศัลยแพทย์มีดบากขณะผ่าตัดมะเร็ง มะเร็งจากคนไข้มาต่อที่มือของหมอ

เพจ Tensia ให้ความรู้เรื่องสุขภาพ ยกเคสดังในตำนานจากสหรัฐฯ เกี่ยวกับ ศัลยแพทย์มีดบากขณะผ่าตัดมะเร็ง มะเร็งจากคนไข้มาต่อที่มือของหมอ โดยระบุว่า
ชาย 32 ปี เสียชีวิตจากมะเร็ง แต่สิ่งที่หลงเหลือไว้ ไม่ได้หยุดอยู่ที่ร่างเขา มันไปอยู่ในมือของศัลยแพทย์ที่ผ่าตัดเขา ไปโตต่อที่นั่น
ฟังดูเหมือนนิยาย แต่เคสนี้เกิดขึ้นจริงค่ะ และเป็นหนึ่งในเคสที่ทำให้เราเข้าใจว่า “มะเร็ง” ไม่ใช่แค่ก้อนเนื้อธรรมดา แต่มันคือเซลล์ที่มีชีวิต
แต่กันผู้อ่านประสาทกินก่อน เคสแบบนี้หายากมากถึงมากที่สุด ทั้งโลกนับเคสไม่ถึง 20 ด้วยซ้ำ เพราะมันต้องซวยแบบเหมาะเจาะจริงๆ ต้องหยิบจากตัวก้อนตรงๆ หลุดออกมา และฝังลึกจริงๆ เพราะมะเร็งไม่ใช่แค่ตๅยง่ายเวลาย้ายร่าง แต่โดนภูมิคุ้มเล่น เล่นด้วยสองเงื่อนไขเลย เพราะมะเร็ง และเพราะมนุษย์ต่างคน
ชาย 32 ปี ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งชนิดหนึ่งในช่องท้อง ชื่อ malignant fibrous histiocytoma (มะเร็งเนื้อเยื่อเกี่ยวพันชนิดรุนแรง) อาการหนักจนต้องผ่าตัดฉุกเฉิน
ระหว่างผ่าตัด ศัลยแพทย์วัย 53 ปี ที่กำลังใส่สายระบาย ได้พลาดโดนเครื่องมือบาดเข้าที่ฝ่ามือซ้าย แผลเล็กมาก แต่ค่อนข้างลึก ถูกล้าง ฆ่าเชื้อ และปิดแผลทันที ทุกอย่างดูเหมือนจะจบตรงนั้น
คนไข้เสียชีวิตไม่นานหลังผ่าตัด เรื่องราวเหมือนจะจบลงแล้ว แต่จริง ๆ มันเพิ่งเริ่มต้น
ผ่านไป 5 เดือน ศัลยแพทย์คนนั้นเริ่มคลำได้ “ก้อนแข็ง” ที่ฝ่ามือซ้าย ตรงตำแหน่งเดียวกับที่เคยโดนบาด ก้อนขนาดประมาณ 3 เซนติเมตร โตขึ้นเรื่อย ๆ
เขาไปพบแพทย์ (ใช่ค่ะ เวลาหมอเป็นอะไร ก็ไปหาหมอคนอื่นด้วย) ตรวจร่างกาย ตรวจเลือด ไม่มีอะไรผิดปกติ ไม่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
สุท้ายจึงผ่าตัดเอาก้อนนั้นออก ผลชิ้นเนื้อออกมา เป็นมะเร็งชนิดเดียวกับคนไข้ที่เขาเคยผ่าตัด
อ่ะ มาถึงตรงนี้ กรณีที่พบบ่อยที่สุดดดด แบบสุดๆ เลยคือ บังเอิญ บังเอิญเป็นมะเร็งเองพอดี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแบบนั้น แต่สิ่งที่ตามมา ทำให้เคสนี้ไม่เหมือนเคสไหน
แพทย์พยาธิวิทยา (หมอที่คอยตรวจชิ้นเนื้อละเอียด) เริ่มสงสัยว่า ก้อนของศัลยแพทย์ กับก้อนของคนไข้ “มันเหมือนกันเกินไป”
จึงส่งตรวจระดับพันธุกรรม เหมือนการตรวจลายนิ้วมือของเซลล์ เรียกว่า short tandem repeat (STR) ผลออกมา DNA ของก้อนในมือศัลยแพทย์ ตรงกับของคนไข้แทบทุกตำแหน่ง
และเมื่อดูยีนภูมิคุ้มกัน (HLA typing) ยิ่งชัดเจนว่า เซลล์มะเร็งในมือเขา “ไม่ใช่ของเขาเอง” แต่มาจากคนไข้คนนั้น (เคสปี 1996 ยุคนั้นตรวจเต็มที่ได้เท่านั้น แต่ก็ข้อมูลเพียงพอละ)
ใช่ค่ะ มะเร็งของคนไข้ ถูก “ปลูกถ่ายโดยไม่ได้ตั้งใจ” เข้าไปในร่างกายของศัลยแพทย์ ผ่านแผลเล็ก ๆ ที่ฝ่ามือ
เหตุผลเพราะว่า มันเป็นการทำหัตถการที่ ลงไปจัดการกับ ‘เซลล์มะเร็งโดยตรง’ ที่แทบในชีวิตปกติไม่มีโอกาสไปสัมผัสเลย แม้คนไข้จะเป็นมะเร็งผิวหนังก็ตาม เหมือนเครื่องมือนี้ไปช้อนเซลล์มะเร็งติดมาด้วย และในระยะเวลาชั่วแว้บเดียว มันก็บาดลึกลงไป ในร่างมนุษย์คนใหม่ทันที
ปกติแล้วร่างกายเราจะปฏิเสธเซลล์ของคนอื่นทันที เพราะระบบภูมิคุ้มกันจะจำได้ว่า “นี่ไม่ใช่ของเรา” เรื่องนี้ทุกคนน่าจะรู้กันดี เพราะการปลูกถ่ายอวัยวะนั้น โคตรยาก ต้องให้โปรตีนผิวเม็ดเลือดขาว (HLA) คล้ายกันมากๆ
แต่ในเคสนี้ แม้จะมีการอักเสบรอบก้อนอย่างรุนแรง เซลล์มะเร็งกลับยังอยู่รอด และเติบโตขึ้นได้ เหมือนมันหลบภูมิทั้งเงื่อนไขที่เป็นสิ่งแปลกปลอมจากร่างอื่น และเงื่อนไขที่มันเป็นมะเร็งพร้อมกันเลย
โชคดีคือ เหอะๆ มะเร็งคงรีดพลังมาทั้งหมดละ หลังจากก้อนถูกตัดออกหมด ผ่านไป 2 ปี ศัลยแพทย์ไม่มีการกลับมาเป็นซ้ำอีกเลย และไม่มีการกระจายของมะเร็งใดๆ ด้วย คือมะเร็งมันมาได้แค่นี้แหละ
เคสนี้สอนอะไรเราหลายอย่างมาก
มะเร็งไม่ใช่แค่ก้อน แต่มันคือ “เซลล์ที่มีชีวิต และสามารถอยู่รอดได้”
ระบบภูมิคุ้มกันของเรา ปกติแข็งแรงมาก แต่บางครั้ง มะเร็งสามารถ “หลบ” ได้
เหตุการณ์แบบนี้จะหายากมาก แต่มันทำให้เรารู้ว่าเซลล์มะเร็งมันทนมาก เพราะมันผ่านร้อนผ่านหนาวในตัวก้อนมาเยอะแล้ว แต่ก็นั่นแหละค่ะ เงื่อนไขในการเกิดโคตรยากมากๆ คือต้องเป็นเซลล์ที่หลุดออกมา แล้วจมเข้าไปอยู่อีกร่าง และต้องหลบนั่นหลบนี่สุดๆ เลย
ดังนั้นเน้นย้ำเลยค่ะว่า เคสนี้มันคือเคสสุดโต่งนะคะ เซลล์มะเร็งกระโดดไปเองไม่ได้ แทบจะ impossible เลย สัมผัสกับผู้ป่วยมะเร็งได้ตามปกติเลยค่ะ (เคสในตำนานที่กล่าวขานกัน ในปี 1996 - สหรัฐฯ)
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
