จับมือเผาตอซังพิจิตร ฝ่าฝืนกฎหมาย สร้างฝุ่นพิษ PM 2.5 พุ่งสูง

ตร.บก.ปทส. บุกจับผู้ลักลอบเผาตอซังกลางทุ่งนา จ.พิจิตร ทำค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งกระทบสุขภาพ จับผู้ต้องหาได้ 2 ราย ดำเนินคดีตามกฎหมาย
วันที่ 4 เมษายน 2568 จังหวัดพิจิตรยังคงเผชิญปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างหนัก หลังเกษตรกรจำนวนมากลักลอบเผาตอซังข้าวอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีประกาศห้ามเผาเด็ดขาดจากภาครัฐ ท่ามกลางการเพิกเฉยของหลายหน่วยงานในพื้นที่ และการขาดความร่วมมือจากผู้นำชุมชน
กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กก.4 บก.ปทส.) ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผบก.ปทส. และ พ.ต.อ.ณัทกฤช น้อยคำปัน ผกก.4 บก.ปทส. ได้รับการร้องเรียนผ่านสายด่วน 1136 จำนวนมาก จึงมอบหมายให้ พ.ต.ท.หญิง ภิ์ษัชกร เลิศวิลัย สารวัตรสอบสวน กก.4 นำชุดปฏิบัติการลงพื้นที่
ผลการปฏิบัติงาน พบกลุ่มควันลอยหนาทึบจากพื้นที่การเกษตรริมถนนโพทะเล–บางลาย หมู่ 3 ต.ท้ายน้ำ อ.โพทะเล จ.พิจิตร เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบ นายสุชาติ เป็นผู้ลักลอบเผาตอซังข้าว โดยยอมรับสารภาพ เบื้องต้นแจ้งข้อหา “เผาหรือกระทำให้เกิดควันในระยะที่กระทบต่อความปลอดภัยของการจราจร” ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 130
วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่อีกชุดร่วมกับฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย เข้าตรวจพื้นที่ ต.หอไกร อ.บางมูลนาก หลังพบการเผาตอซังข้าวกว่า 50 ไร่ ลุกลามใกล้ชุมชน เมื่อตรวจสอบพบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายกฤษณะ ไม่ใช่ชาวนาเจ้าของพื้นที่ แต่เป็นบุคคลภายนอกรับจ้างจุดไฟ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “กระทำการอันอาจก่อให้เกิดสาธารณภัย” ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท
พ.ต.ท.หญิง ภิ์ษัชกร ระบุว่า ปัจจุบันมีแนวโน้มลักลอบเผาในเวลากลางคืนมากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม บางรายวิ่งหลบหนีทันทีที่เห็นเจ้าหน้าที่ เธอย้ำว่าแม้รู้ว่าผิดกฎหมาย ผู้ก่อเหตุยังคงฝ่าฝืนอย่างตั้งใจ ซึ่งเป็นอันตรายทั้งต่อสุขภาพ การจราจร และสิ่งแวดล้อม
เธอฝากถึงประชาชนว่า การเผาเพียงม่กี่รายอาจสร้างผลกระทบรุนแรงในวงกว้าง ไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ ยังอาจเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุบนถนน และการถูกดำเนินคดีในข้อหาหนัก จึงขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายให้ช่วยกันยุติพฤติกรรมลักลอบเผา หากพบเห็นสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน บก.ปทส. โทร. 1136