รีเซต

ผ่าจิ๊กซอร์การลงทุน ผ่าน ”สุกิจ อุดมศิริกุล”

ผ่าจิ๊กซอร์การลงทุน ผ่าน ”สุกิจ อุดมศิริกุล”
ทันหุ้น
17 กันยายน 2563 ( 17:25 )
86
ผ่าจิ๊กซอร์การลงทุน ผ่าน ”สุกิจ อุดมศิริกุล”

“การลงทุนในยุค New Normal ต้องลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานดี  อีกทั้ง นักลงทุนควรซื้อหุ้นปลอดภัยมากกว่า อาทิ หุ้นโรงไฟฟ้า หุ้นค้าปลีก หุ้นปันผล รวมถึงซื้อกองทุน ซึ่งทั้งหมดล้วน มีความแข็งแรงของรายได้ 80-90% “

 

ในโลกแห่งการลงทุนเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ผลักดันให้มุมความคิดของการลงทุนเปลี่ยแปลงไปจากยุคเคาะกระดาน  เนื่องเพราะในอดีตการเรียนรู้อาจมีข้อจำกัดแถมเข้าถึงยาก    ปัจจุบันการลงทุนที่แท้จริง คือการเรียนรู้ ไล่เรียงตั้งแต่นักลงทุนรุ่นเก่ามักใช้พื้นฐานของบริษัท รวมถึงผลกำไรที่สม่ำเสมอเป็นดัชนีชี้วัดการลงทุน

 

ผลสนับสนุนของนักลงทุนรุ่นใหม่ เห็นจะเป็นความกล้าได้กล้าเสีย รวมถึงการยอมรับความเสี่ยงได้  บทวิเคราะห์อาจไม่ใช่ทางเลือกที่เป็นบรรทัดฐาน ดังนั้น  การเล่นหุ้นในยุคปัจจุบันอาจเปลี่ยนไปจากที่เคยเป็น แต่ผลสนับสนุนอาจเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับ ซึ่งอาจ ไม่ใช่สูตรตายตัวอีกต่อไป

 

แน่นอนว่า นักลงทุนยังคงเทใจให้กับ”ตลาดหุ้น” เพื่อเดินไปสู่เป้าหมายอย่างมีทิศทางผ่านมุมมองการตกผลึกของ “สุกิจ อุดมศิริกุล” กรรมการผู้จัดการสายงานวิจัย บล. ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ร่วมฉายภาพการบริหารความเสี่ยง และวางวิชั่นเดินไปสู่เป้าหมายอย่างมีทิศทาง

 

ผ่ากรอบการลงทุน

สุกิจ อุดมศิริกุล  กรรมการผู้จัดการสายงานวิจัย บล. ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เผยถึงทิศทางการลงทุนในปีนี้  ว่า เป็นปีพิเศษของการลงทุน  เนื่องจากหุ้นราคาถูกทำให้นักลงทุนรายย่อยเข้ามาเทรดกันมาก แต่ทั้งนี้หุ้นอาจจะไม่ถูกตลอดเวลา ดังนั้นสตอรี่ที่จะทำให้การลงทุนมีความน่าสนใจเห็นจะเป็น “หุ้นไอพีโอ” ที่ยังคงมีเสน่ห์ดึงดูดให้ตลาดหุ้นคึกคัก    สร้างกำไรให้กับนักลงทุน ดังจะเห็นว่าในปีนี้มีหุ้นที่เข้ามาทำให้อารมณ์ในการเทรดหุ้นมีความน่าสนใจ ขณะที่ปีนี้บล.ไทยพาณิชย์มีหุ้นไอพีโออยู่ในมือประมาณ 2-3 ตัว ซึ่งถือเป็นหุ้นไซต์ใหญ่และมีพื้นฐานดี

 

หากไล่เรียงถึงทิศทางการลงทุนในปีนี้ คงต้องเลือกหุ้นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบน้อย อาทิ หุ้นกลุ่มอาหาร  และหุ้นกลุ่มบริโภค  ทั้งนี้มองว่า ค้าปลีก ขนส่ง ยังคงมีเสน่ห์ให้ลงทุน ส่วนท่องเที่ยวคงต้องใช้เวลา เพราะนักท่องเที่ยวเข้ามาต้องกักตัว ข้อจำกัดมีมาก ส่วนโมเดลนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศคงต้องรอวัคซีน และ  หากต้องรอกักตัว คงนานเกินไป ดังนั้น ไตรมาส 4 จะแผ่ว เนื่องจากหมดความมั่นใจ เนื่องจากสถานการณ์ ไม่เอื้อในการบริโภค ทำให้คนระมัดระวังในการจับจ่าย หุ้นที่จะได้ประโยขน์จากตรงนี้ ควรจะมาจากภาครัฐ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง