น้ำมันแพงหนุนใช้ GPS DTCENT เล็งกวาด SME

#DTCENT #ทันหุ้น – DTCENT รับความต้องการติด GPS เพิ่มขึ้นหลังน้ำมันแพง ชี้กลุ่มเอสเอ็มอีและรถส่วนกลางบริษัทหันติด GPS ชูคุ้มค่า จ่อออกแคมเปญดูด SME สัปดาห์นี้ พร้อมนำโซลูชันที่มากกว่าติดตามพิกัดรถ ผสานเทคโนโลยี AI มอนิเตอร์พฤติกรรมเสี่ยง ระบบบันทึกซ่อมบำรุง ทั้งประหยัดต้นทุนและปลอดภัยในระยะยาว
นายทศพล คุณะเพิ่มศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ DTCENT เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นในปัจจุบัน ส่งผลให้ผู้ประกอบการในทุกกลุ่มธุรกิจตื่นตัวในการควบคุมต้นทุนการใช้รถมากขึ้น ทำให้มีความต้องการติดตั้งอุปกรณ์ GPS เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย (SME) และกลุ่มรถส่วนกลางของบริษัทต่างๆ ที่หันมาให้ความสำคัญกับการตรวจสอบเส้นทางเพื่อป้องกันการนำรถไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือการทุจริตน้ำมัน
@ ส่งโปรโมชันรุกตลาด SME
ทั้งนี้ บริษัทเตรียมเปิดตัวโปรโมชันใหม่ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้า SME และรายย่อยให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี GPS ได้ในราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการได้ทันทีผ่านศูนย์บริการของบริษัทที่มีครอบคลุมกว่า 15-18 แห่งทั่วประเทศ
ซึ่งบริษัทมองว่าในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้าจะเป็นช่วงที่มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างหนักเพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง
@ชู "Spider Marketing" เสริมแกร่ง
นอกจากนี้ DTCENT ยังได้นำกลยุทธ์ "Spider Marketing" มาใช้เพื่อนำเสนอโซลูชันที่มากกว่าแค่การติดตามพิกัดรถ โดยมีการผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับกล้องติดรถยนต์เพื่อมอนิเตอร์พฤติกรรมการขับขี่ที่มีความเสี่ยง รวมถึงมีระบบบันทึกการซ่อมบำรุง การอบรมผู้ขับขี่ และอุปกรณ์ตรวจเช็คสุขภาพความพร้อมของพนักงานก่อนปฏิบัติหน้าที่ เพื่อความปลอดภัยและประหยัดต้นทุนในระยะยาว
“เดิมกลุ่มโลจิสติกส์มีการติดตั้ง GPS อยู่แล้ว แต่ปัจจุบันเราเห็นเทรนด์ชัดเจนว่ากลุ่มรถส่วนกลางและรถบริษัทขนาดเล็กเริ่มเข้ามาติดตั้งมากขึ้น เพราะเมื่อต้นทุนพลังงานสูงขึ้น 30-40% การลงทุนใน GPS จะมีความคุ้มค่าสูงมาก สามารถคืนทุนได้ภายในไม่กี่เดือนหากควบคุมการวิ่งนอกเส้นทางได้” นายทศพล กล่าว
@ มั่นใจ Q2 ผลงานโตเด่น
สำหรับรูปแบบรายได้ของธุรกิจ GPS นั้น จะเป็นลักษณะรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Income) จากค่าบริการรายเดือน ซึ่งปัจจุบันมีระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ตั้งแต่หลักร้อยถึงหนึ่งพันบาทต้นๆ ขึ้นอยู่กับฟังก์ชันการใช้งาน
โดยบริษัทเชื่อมั่นว่าจากปัจจัยหนุนด้านความต้องการที่เพิ่มขึ้นหลังผ่านพ้นช่วงสงครามและการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน จะส่งผลให้ภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2567 มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
