รีเซต

เจนเนอราลี่ กรุ๊ป ปิดงบปี68สุดแกร่ง กำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์

เจนเนอราลี่ กรุ๊ป ปิดงบปี68สุดแกร่ง กำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ทันหุ้น
24 มีนาคม 2569 ( 10:11 )
18

#ทันหุ้น-เจนเนอราลี่ กรุ๊ป เผยภาพรวมผลประกอบการประจำปี 2568 กวาดกำไรรวมกว่า 1.61 แสนล้านบาท เบี้ยประกันภัยรับรวม 3.67 ล้านล้านบาท เตรียมเสริมแกร่งให้ธุรกิจดึงเทคโนโลยี AI เพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินงานให้แก่เจนเนอราลี่ ทั่วโลก

นายฟิลิปป์ ดอแนต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเจนเนอราลี่ กรุ๊ป กล่าวว่าในปี 2568 ที่ผ่านมา เจนเนอราลี่ กรุ๊ป สามารถสร้างผลประกอบการสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับเป็นหมุดหมายสำคัญตอกย้ำความสำเร็จในปีแรกของการขับเคลื่อนแผนกลยุทธ์ “Lifetime Partner 27: Driving Excellence” ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

*เติบโตแข็งแกร่ง

ผลประกอบการปี 2568 ที่ผ่านมา เจนเนอราลี่ กรุ๊ป สามารถสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมี เบี้ยประกันภัยรับรวม (Gross Written Premiums) อยู่ที่ 98.1 พันล้านยูโร หรือประมาณ 3.67 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6%

ซึ่งได้รับแรงหนุนสำคัญจากผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมของ ธุรกิจประกันวินาศภัย (P&C) ที่เติบโตถึง 7.6% ขณะที่ธุรกิจประกันชีวิต มีกระแสเงินสดรับสุทธิจากประกันชีวิต (Life Net Inflows) เติบโตอย่างโดดเด่นแตะระดับ 13.5 พันล้านยูโร หรือ 5.05 แสนล้านบาท โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านความคุ้มครองและสุขภาพ รวมถึงผลิตภัณฑ์ควบการลงทุน (Unit-Linked & Hybrid) เป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อน ส่งผลให้มูลค่าธุรกิจใหม่(New Business Value) เพิ่มขึ้นเป็น 3.1 พันล้านยูโร หรือ 1.16 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.2%

*กำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์

จากปัจจัยบวกในทุกกลุ่มธุรกิจ ส่งผลให้ ผลกำไรจากการดำเนินงาน (Operating Result) พุ่งทะยานสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 8 พันล้านยูโร หรือ 2.99 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% พร้อมกันนี้ยังทำสถิติ กำไรสุทธิหลังปรับปรุง (Adjusted Net Result) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4.3 พันล้านยูโร หรือ 1.61 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 14.5%  

ขณะที่กำไรต่อหุ้นที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted EPS) เพิ่มขึ้นเป็น 2.85 ยูโร หรือ 106.67 บาท ต่อหุ้น เติบโตขึ้น 16.2% สะท้อนถึงศักยภาพอันแข็งแกร่งในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น และยังคงรักษาสถานะทางการเงินที่มั่นคงในระดับสูงสุด มีอัตราส่วนการดำรงเงินกองทุน (Solvency Ratio) อยู่ที่ 219% เพิ่มขึ้นจาก 210% ในปี 2024 ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการสร้างเงินกองทุนอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความพร้อมในการรองรับความเสี่ยงและเดินหน้าขยายธุรกิจตามแผนกลยุทธ์ในอนาคต

*ธุรกิจบริหารสินทรัพย์แกร่ง

ทางด้านธุรกิจบริหารสินทรัพย์และความมั่งคั่ง (Asset & Wealth Management) ยังคงรักษาแรงส่งในทิศทางบวก โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจบริหารสินทรัพย์ที่เติบโตขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) เพิ่มสูงขึ้นถึง 900 พันล้านยูโร หรือ 33.69 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% โดยธุรกิจบริหารสินทรัพย์มีเงินไหลเข้าสุทธิ 16 พันล้านยูโร หรือ 5.99 แสนล้านบาท

“จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งควบคู่กับสถานะเงินกองทุนที่มั่นคง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการสร้างผลตอบแทนที่เติบโตให้แก่ผู้ถือหุ้น บริษัทจึงเสนอการเพิ่มเงินปันผลต่อหุ้นอีกครั้ง พร้อมเดินหน้าโครงการซื้อคืนหุ้นมูลค่า 500 ล้านยูโรสำหรับปี 2569 โดยความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความทุ่มเทของพนักงานและตัวแทนที่ปรึกษาทุกคน ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการเริ่มต้นแผนกลยุทธ์ครั้งนี้” นายฟิลิปป์ ดอแนต์ กล่าว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง