รีเซต

ททท.พร้อมแก้เกมต่ำเป้า ดึงคุณภาพ-ไทยเที่ยวไทย

ททท.พร้อมแก้เกมต่ำเป้า ดึงคุณภาพ-ไทยเที่ยวไทย
ทันหุ้น
25 มีนาคม 2569 ( 02:45 )

                นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์  ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ได้ประเมินแนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวภายใต้ 3 ฉากทัศน์หลัก โดยกรณีสถานการณ์คลี่คลายภายใน 1 เดือน คาดนักท่องเที่ยวลดลง 2-5% จากเป้าหมายทั้งปี 2569 ที่ตั้งไว้ 36.7 ล้านคน เติบโตราว 11% YoY จากปี 2568 ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 32.97 ล้านคน   ขณะที่กรณียืดเยื้อเกิน 1 เดือน ผลกระทบจะชัดขึ้นคาดจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง 5-8% และหากสถานการณ์รุนแรงต่อเนื่อง อาจทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่ำกว่าเป้าหมายลงมาอยู่ที่ราว 30 ล้านคน หรือหดตัวมากกว่า 10% สะท้อนความเปราะบางของดีมานด์ต่อปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่กระทบต้นทุนการเดินทางทั่วโลก

                ทั้งนี้ เพื่อลดผลกระทบดังกล่าว ททท. เดินหน้ามาตรการ 4 ด้าน ได้แก่ 1.ตั้งทีมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ปรับกลยุทธ์เน้นตลาดในประเทศและเอเชีย  2.บริหารจัดการเที่ยวบินให้สอดคล้องดีมานด์  3.ร่วมมือผู้ประกอบการลดต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์  4.เร่งสื่อสารสร้างความเชื่อมั่น “ไทยเป็นจุดหมายปลอดภัย” เพื่อรักษาโมเมนตัมการเดินทาง

                พร้อมกันนี้ ททท. เตรียมปรับเงื่อนไขสนับสนุนสายการบินภายใต้โครงการ Thailand Summer Blast จากเดิมที่กำหนดอัตราบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) 75-80% โดยพร้อมพิจารณาผ่อนคลายเงื่อนไข หากสายการบินได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงคราม เพื่อคงเส้นทางบินและรักษาขีดความสามารถการแข่งขันของไทย

                ขณะเดียวกัน กลยุทธ์ตลาดต่างประเทศยังมุ่งดึงดีมานด์จาก “ตลาดศักยภาพ” ทั้งจีน มาเลเซีย อินเดีย และรัสเซีย รวมถึงขยายตลาดระยะไกลในยุโรปและอเมริกา ซึ่งยังมีความต้องการเดินทางต่อเนื่อง หากมีเที่ยวบินรองรับ พร้อมเจาะกลุ่มคุณภาพ เช่น ชาวต่างชาติที่พำนักในไทย (Expats) ผ่านแคมเปญ Workation Paradise throughout Thailand ควบคู่เดินหน้าดึงกลุ่มนักทำงานอิสระและผู้ที่ทำงานจากที่ใดก็ได้ (Digital Nomads) เข้ามาพำนักและทำงานในประเทศไทยมากขึ้น โดยชูจุดแข็งด้านความปลอดภัย มาตรฐานการท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตที่ตอบโจทย์การทำงานระยะยาว ควบคู่การออกแคมเปญส่งเสริมรูปแบบ Workation เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและยกระดับรายได้จากนักท่องเที่ยวคุณภาพ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มสูงขึ้น

                ด้านตลาดในประเทศ ททท. เตรียมเสนอภาครัฐสนับสนุนโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง พลัส” กระตุ้นการเดินทางระยะใกล้และการท่องเที่ยวแบบหมู่คณะ ภายใต้แนวคิด “เจียระไนของดีใกล้บ้าน” ส่งเสริมให้คนไทยค้นหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ในพื้นที่ที่อาจถูกมองข้าม เพื่อนำมาพัฒนาและยกระดับเป็นจุดขายใหม่ของชุมชน สร้างโอกาสกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อยและเศรษฐกิจฐานราก ก่อนต่อยอดสู่การท่องเที่ยวในระดับที่สูงขึ้น

@ ดาวน์ไซด์จำกัดชู ERW-  AOT เด่น

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุ ภาพรวมของกลุ่มการท่องเที่ยวในปัจจุบันมีปัจจัยกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก จึงพิจารณาปรับประมาณการนักท่องเที่ยวต่างประเทศทั้งปี 2569 ลงในกรอบระหว่าง 32 ล้านคน – 28 ล้านคน พร้อมปรับลดน้ำหนักหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว – โรงแรมลงเป็น “กลาง” จากเดิม “ดีกว่าตลาด”  

อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปรับตัวลงไปสะท้อนมุมมองที่แย่ที่สุด (Worst Case) ไปแล้ว ดังนันในเชิงการลงทุนมองว่าหุ้นกลุ่มนี้ Downside เริ่มจำกัด จึงมองเป็นโอกาสเข้า “ซื้อสะสม” หุ้นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัวหากราคาลดลง อาทิ AOT ราคาเป้าหมาย 60 บาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โลกน้อยกว่ากลุ่มโรงแรมเพราะมีรายได้อื่นๆ เช่น พื้นที่เชิงพาณิชย์, ค่าธรรมเนียมการขึ้น-ลง (Landing Fee), ค่าจอดอากาศยาน (Parking Fee) ฯลฯ   นอกจากนี้ยังมีศักยภาพในระยะยาวจากการขยายเป็นศูนย์กลางการบิน (Hub) และแผนการจัดเก็บค่า PSC จากผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง (Transit/Transfer)

และ ERW  ราคาเป้าหมาย 3.90 บาท เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในกลุ่มโรงแรมเนื่องจากราคาหุ้นปรับตัวลงมาลึก และในช่วงไตรมาส 2-3 จะได้รับผลกระทบจากยุโรปและตะวันออกกลางน้อย เพราะเน้นกลุ่ม Short-Haul เช่น อินเดียและสิงคโปร์เป็นหลัก ขณะเดียวกัน แบรนด์ Hop Inn ของ ERW ยังเป็นพอร์ตโรงแรมที่มีอัตราการเข้าพัก (Demand) ตลอดทั้งปี ราคาห้องพักไม่ผันผวนตามฤดูกาล และกำลังขยายสาขาไปต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง