SCL อะไหล่ติดสปีดโต Q1 เทรนด์ซ่อมรถพรึ่บ

#SCL #ทันหุ้น – SCL ส่งสัญญาณฟอร์มแรงต้นปี! ส่งซิกยอดขายเดือนมกราคมพุ่งกระฉูด 30% หนุนแนวโน้มผลงานโค้งแรกโตเด่น รับอานิสงส์ผู้ใช้รถแห่ซ่อมบำรุงคันเดิม ฟากผู้บริหารปักธงรายได้ปี 2569 โต 10% ทุบสถิติใหม่ พร้อมเร่งเครื่องลงทุนคลังสินค้าอัจฉริยะ รับการขยายพอร์ตเต็มสูบ
นายสกล ตั้งก่อสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอส.ซี.แอล. มอเตอร์ พาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SCL ผู้นำศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์อะไหล่รถยนต์ที่ครอบคลุมค่ายรถยนต์ชั้นนำในประเทศไทย เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/2569 มีทิศทางเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะยอดขายในเดือนมกราคมที่ขยายตัวถึง 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ก่อนหน้านี้บริษัทมองว่าแรงหนุนบางส่วนมาจากบรรยากาศการเลือกตั้งที่ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น แต่หลังผ่านช่วงดังกล่าวไปแล้วยอดขายยังคงขยายตัวต่อเนื่อง
ซ่อมบำรุงพรึ่บ
ทั้งนี้ บริษัทมองว่า ภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ยังเติบโตไม่มาก ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาดูแลรักษาและซ่อมบำรุงรถยนต์คันเดิมมากขึ้น เพื่อยืดอายุการใช้งานและให้พร้อมใช้งานต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากการลงนามสัญญากับแบรนด์รถยุโรป ซึ่งคาดว่าจะเริ่มทยอยรับรู้รายได้จากกลุ่มอะไหล่รถยุโรปได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/2569 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ บริษัทไม่ได้รับผลกระทบเชิงลบจากทิศทางราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ตรงกันข้ามกลับกลายเป็นปัจจัยบวกในระยะสั้น เนื่องจากช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าเร่งสั่งซื้อสินค้ากลุ่มเคมีภัณฑ์ อาทิ น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ และจาระบี ล่วงหน้า จากความกังวลว่าราคาสินค้าอาจปรับขึ้นเร็วกว่าปกติ โดยทั่วไปผู้ผลิตมักพิจารณาปรับราคาขายในช่วงเดือนเมษายน
สำหรับ SCL มีการจำหน่ายสินค้ากลุ่มดังกล่าวอยู่แล้ว และการเร่งตัวของราคาสินค้าช่วยให้บริษัทได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากการมีสต็อกสินค้าเดิมและคำสั่งซื้อล่วงหน้าในมือ ซึ่งการจำหน่ายสินค้าจากต้นทุนเดิมในราคาขายใหม่ที่ปรับเพิ่มขึ้น จะช่วยหนุนอัตรากำไรของบริษัทได้ดีขึ้น แม้จะเป็นผลบวกระยะสั้นก็ตาม
ส่วนกรณีนโยบายภาครัฐที่ให้หน่วยงานบางส่วนทำงานแบบ Work From Home เพื่อลดการใช้งานรถยนต์นั้น บริษัทประเมินว่าไม่ส่งผลกระทบต่อยอดขายอะไหล่ เนื่องจากฐานลูกค้าหลักของ SCL เป็นกลุ่มรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ เช่น รถปิกอัพ และรถที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งยังมีความจำเป็นต้องใช้งานเพื่อการขนส่งสินค้าและดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง แตกต่างจากรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่มีสัดส่วนไม่มาก
ปักหมุดโต 10%
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2569 เติบโตประมาณ 10% และทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องจากปี 2568 โดยมองว่าธุรกิจอะไหล่รถยนต์เป็นธุรกิจที่มีความมั่นคงสูง เนื่องจากเป็นสินค้าจำเป็นที่ต้องใช้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งประเทศไทยยังมีฐานรถยนต์รวมกว่า 22 ล้านคัน ขณะที่ SCL ถือเป็นบริษัทจดทะเบียนเพียงรายเดียวที่ดำเนินธุรกิจในลักษณะดังกล่าว ส่งผลให้ได้รับความเชื่อมั่นจากร้านค้า อู่ซ่อมรถ และลูกค้าทั่วไป
ในด้านแผนลงทุน บริษัทเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้าผ่านโครงการก่อสร้างคลังสินค้าอัจฉริยะ เพื่อรองรับการขยายตัวของอะไหล่รถยุโรปและแบตเตอรี่ที่เพิ่มขึ้น โดยยังเป็นไปตามแผนเดิม คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในช่วงไตรมาส 2/2569 และแล้วเสร็จในช่วงต้นปี 2570
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
