UOBAMส่งกองทุนแฟล็กชิพ ดันAUMปี69แตะ 3.2แสนล้านบ.

#UOBAM #ทันหุ้น - UOBAM เดินหน้าโตต่อ AUM ขยายตัว 10% ที่ 320,000 ล้านบาท ผลจากผลิตภัณฑ์ Flagship อย่างกองทุนตลาดเงินที่เตรียมรองรับเม็ดเงินฝากไหลเข้า หลังอัตราดอกเบี้ยจะเป็นขาลง และกลุ่มกองทุนสกุลดอลลาร์ ที่ลูกค้าให้การตอบรับล้นหลามในปีที่ผ่านมา สุดปลื้ม ปัจจุบัน AUM ทำได้เกือบครึ่งทางแล้ว ลุ้นผลงานปลายปีตามคาด
นายวนา พูลผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ UOBAM กล่าวว่า บริษัทวางเป้าหมายการเติบโตของสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ปีนี้ไว้ประมาณ 10% อยู่ที่ 320,000 ล้านบาท จากปี 2568 ซึ่งมี AUM อยู่ที่ 290,000 ล้านบาท ซึ่งการเติบโตมาจากการออกกองทุนรวมที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะกองทุนรวมสกุลเงินดอลลาร์ที่เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงในสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์ได้โดยไม่ต้องนำเงินออกไปลงทุนเอง และทำให้ผลตอบแทนที่ได้มาไม่ต้องเสียภาษีเงินได้จากการลงทุนในต่างประเทศ
“เปิดต้นปีมาเราก็ทำ AUM ได้โตจากปีที่แล้ว 4% อยู่ที่ประมาณ 304,000 ล้านบาท และปีนี้ก็ตั้งเป้าหมายว่าจะโตไม่ต่ำกว่าอุตสาหกรรมกองทุนรวม เพราะเราค่อนข้างมั่นใจในโปรดักต์กองทุนรวมที่เป็นเรือธงของเรา ทั้งกองทุนสกุลเงินดอลลาร์ ทั้งกองทุนตราสารหนี้ ที่คาดว่าจะไหลจากเงินฝากมาเข้ากองทุนตลาดเงิน”
*เงินฝากไหลเข้ากองทุนตลาดเงิน
นายวนา กล่าวต่อไปว่า ในมุมมองของอัตราดอกเบี้ยนั้นยังคงเป็นขาลง แม้ไทยอาจจะเสี่ยงต่อเงินเฟ้อที่ปรับเพิ่มขึ้นจากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นกับเหตุการณ์สงครามตะวันออกกลาง แต่เชื่อว่าจะกดดันเงินเฟ้อไทยไม่ได้มาก เนื่องจากฐานเงินเฟ้อไทยอยู่ค่อนข้างต่ำไม่ถึง 1% ขณะที่พลังงานก็มีผลต่อการปรับขึ้นเงินเฟ้อของไทยแค่ 10% ดังนั้นมองว่าอัตราดอกเบี้ยไทยปีนี้ แบงก์ชาติน่าจะปรับลงสู่ระดับ 0.75% ในช่วงปลายปี 2569 จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.00%
ดังนั้น เงินฝากที่อยู่ในระบบธนาคารกว่า 16 ล้านล้านบาท ส่วนหนึ่งจะไหลเข้าสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า อย่างกองทุนตลาดเงิน ซึ่งในส่วนของ UOBAM เองก็มี กองทุนเปิด ไทย แคช แมนเนจเม้นท์ ชนิดเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (TFMC) รองรับเม็ดเงินที่ไหลออกจากธนาคารมากองทุนที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า
อีกผลิตภัณฑ์ที่เป็นเรือธง (Flagship Fund) ของ UOBAM คือ กองทุนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ซึ่งในปีที่ผ่านมาลูกค้าของ UOBAM ให้การตอบรับกองทุนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐค่อนข้างมาก เนื่องจากสามารถลงทุนได้โดยไม่ต้องเสียภาษีเงินได้จากการลงทุนในต่างประเทศ ขณะเดียวกันก็ให้ผลตอบแทนดี ไม่ต้องกังวลเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ที่มีความผันผวน
*โอกาสในการเติบโต
“เรายังมองเห็นโอกาสในการขยายพอร์ตกองทุนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ เนื่องจากฐานเงินฝากที่อยู่ในรูปสกุลดอลลาร์ มีอยู่ประมาณ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีที่ผ่านมาได้ลงทุนกับกองทุนของเราด้วยตัวเลขAUM ประมาณ 419 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เท่านั้น และเราก็ถือเป็นผู้เล่นเบอร์หนึ่งด้วยส่วนแบ่งตลาดถึง 53% ดังนั้นจะเห็นว่าตลาดยังมีพื้นที่ให้เติบโต”
ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา กองทุนรวมของ UOBAM มีการเติบโต 23% ซึ่งสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตภาพรวมของอุตสาหกรรมที่ 9% ผ่านการนำเสนอทางเลือกการลงทุน ดังนี้ กองทุนเรือธง (Flagship Fund) ได้แก่ กลุ่มกองทุนตลาดเงิน- กองทุนเปิด ไทย แคช แมเนจเม้นท์ ชนิดเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (TCMF) ซึ่งเมื่อสิ้นปี 2568 มี AUM อยู่ที่ 26,000 ล้านบาท โต 65% และล่าสุดยังสามารถสร้างผลการดำเนินงานเป็นอันอันดับ 1 เมื่อเทียบกับกองทุนที่มีนโยบายเดียวกัน
และกลุ่มกองทุนตราสารหนี้ - กองทุนเปิด ยูไนเต็ด อินคัม เดลี่ อัลตร้า พลัส ฟันด์ (UIDPLUS) มี AUM สิ้นปี 2568 ที่ 4,700 ล้านบาท โต 135% และสามารถสร้างผลงานดำเนินงานย้อนหลัง อยู่ในอันอันดับ 1 Quartile เมื่อเทียบกับกองทุนที่มีนโยบายเดียวกัน
*เบอร์ 1 กองทุนสกุลเงินดอลลาร์
UOBAM ยังเป็นผู้นำกองทุนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ครองส่วนแบ่งตลาดกองทุนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD Funds) แบ่งตลาดสูงถึง 53% (US$ 419 Million) และบริษัทจัดการลงทุนรายแรกในประเทศไทยที่เปิดตัว กองทุนตราสารหนี้
สกุลเงิน USD ที่สามารถขายคืนได้ทุกวัน คือ กองทุนปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี เดลี่ (USDALY)
นอกจากนี้ ยังเสนอ Private Assets (สินทรัพย์นอกตลาด) สำหรับกลุ่มนักลงทุนสถาบันและกลุ่ม Ultra High Net Worth ได้แก่กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไพรเวท โดเวอร์ซิไฟด์ เลนดิ้ง ฟันด์ ห้ามชายผู้ลงทุนรายย่อย (UPD-UI) และ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไพรเวท อินฟราสตรัคเจอร์ ห้ามขายผู้ลงทุนรายอย (UPINFRA-UI)
สนับสนุนนโยบายภาครัฐในการส่งเสริมการลงทุนระยะยาวในตลาดทุนไทย และเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้รับสิทธิประโยซน์ทางภาษี โดยนำเสนอ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด หุ้นไทยเพื่อความยั่งแบบพิเศษ (UEQ-TESGX) และ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด มิกซ์ 70/30 ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (UMIX-TESGX) เพิ่มเติม ทำให้ปัจจุบันมีนโยบายที่หลากหลายครอบคลุมมากขึ้น
*วาง 3 กลยุทธ์ปี 69
นายวนา ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงกลยุทธ์ของปี 2569 ว่า UOBAM มีวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนธุรกิจภายได้แนวคิดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง(Customer-Centric) ด้วยความพร้อมด้านศักยภาพรองบริษัท ความร่วมมือจากเครือข่ายระดับภูมิภาคและพันธนธมิตรระดับสากลของกลุ่มยูโอบี จะดำเนินธุรกิจผ่าน 3 กลยุทธ์
ดังนี้ 1. Customized Investment Solution นำเสนอความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ทางการลงทุน ตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงินของนักลงทุนในระยะยาว มุ่งเน้นการสร้างกองทุนเรือธง (Flagship Fund) ที่สามารถสร้างโอกาสรับผลตอบแทนได้ทุกสภาวะตลาด (All-Weather Strategy Flagship Funds) พร้อมขยายความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนต่างประเทศโดยตรง หรือ Structured Note เพื่อการกระจายความเสี่ยงพอร์ตการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
2. Sustainability Focusing ประยุกต์ใช้ข้อมูลเชิงลึก Data-Driven Insights ผสานเครื่องมือบริหารความเสี่ยงและด้าน ESG เข้าไว้ในกระบวนการลงทุน ครอบคลุมทั้งกลุ่มนักลงทุนสถาบันและรายย่อย เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาว และ 3. New S-Curve Opportunities มุ่งมั่นในการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม ติดตามกระแสการลงทุนเพื่อเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ๆ อาทิ ขยายธุรกิจไปยังกองทุนสกุลเงิน USD ครอบคลุมทุกประเภทสินทรัพย์ และพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนทั้งก่อนและหลังเกษียณ เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุของไทย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
