88TH ปลุกพลัง LYO คึก ปั้นรายได้ทะยาน 30%

#88TH #ทันหุ้น – 88TH ส่ง LYO เขย่าตลาด หลังเปิดตัว “LYO MY COLOR SHAMPOO” พร้อมคว้า “นุนิว-ชวรินทร์” นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์ ดันกระแสขายออนไลน์คึกคัก วางหมากปูพรมครบทุกช่องทาง Modern Trade ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ หนุนไตรมาส 2/2569 บุ๊กยอดเต็มๆ ดันรายได้ปีนี้โตทะยาน 30%
นางสาวนพรัตน์ มาลัยวงค์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริษัท บริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ 88TH เปิดเผยถึง ความสำเร็จในช่วงที่ผ่านมาว่า บริษัทได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “LYO MY COLOR SHAMPOO” โดยมี “นุนิว - ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์” เป็นพรีเซ็นเตอร์ โดยวันที่ 25 มีนาคม 2569 เปิดจำหน่ายพร้อมกันทุกช่องทางออนไลน์ อาทิ Shopee, Lazada ,TikTok Shop และ Line ซึ่งคาดว่าจะสามารถวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ได้ครบทุกช่องทาง Modern Trade ภายในเดือน พฤษภาคมนี้ ทำให้ตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 บริษัท สามารถรับรู้รายได้เข้ามาแบบเต็มจำนวน ส่งผลให้บริษัทประเมินว่า “LYO MY COLOR SHAMPOO” จะสร้างการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายรายได้ทั้งปีที่เราตั้งเป้าเติบโตไว้ที่ประมาณ 30% (YoY)
“ในปีนี้ 88TH วางแนวทาง 2 กลยุทธ์หลัก เพื่อสร้างโอกาสแห่งความสำเร็จ ได้แก่ 1.การพัฒนาและขยายแบรนด์ LYO : มุ่งเน้นการต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่นวัตกรรมที่ทันสมัย เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเดิม พร้อมขยายฐานลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง 2.การขยายตลาดต่างประเทศ : โดยเฉพาะในตลาดประเทศจีนและฮ่องกง ซึ่งมีดีมานด์การสั่งซื้อสูง เนื่องจากผลิตภัณฑ์ทุกกลุ่มของ LYO สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด จึงเป็นปัจจัยหลักที่บริษัทต้องเร่งขยายตลาดเพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศให้มากขึ้น” นางสาวนพรัตน์ กล่าว
ด้านนายชนพัฒน์ ขาวอุบล ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน บริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ 88TH กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทคาดการณ์ทิศทางธุรกิจในไตรมาส 1/2569 น่าจะใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) อย่างไรก็ดี ช่วงเวลาที่เหลือของปีน่าจะได้รับแรงหนุนจากทั้งผลิตภัณฑ์เดิมและผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เตรียมออกสู่ตลาดอีกกว่า 15 SKUs ดังนั้นบริษัทจึงมั่นใจว่าภาพรวมธุรกิจในปีนี้ จะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ส่วนประเด็นความผันผวนของต้นทุนจากราคาน้ำมัน และสถานการณ์ความไม่สงบในต่างประเทศนั้น บริษัทมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อวางกลยุทธ์ในการบริหารความเสี่ยงให้เหมาะสม ทั้งการบริหารสต๊อกสินค้าให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในบางส่วนและการเจรจาราคาล่วงหน้า (Contract Price) เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อควบคุมผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและต้นทุนขนส่งให้อยู่ในวงจำกัด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
