รีเซต

MRDIYT โบรก แนะนำ “ซื้อ” เพิ่มเป้าเป็น 10.30 บาท กำไรไตรมาส 2 โตเด่น

MRDIYT โบรก แนะนำ “ซื้อ” เพิ่มเป้าเป็น 10.30 บาท กำไรไตรมาส 2 โตเด่น
ทันหุ้น
15 มิถุนายน 2569 ( 13:14 )
12

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #MRDIYT โบรก แนะนำ “ซื้อ” เพิ่มเป้าเป็น 10.30 บาท กำไรไตรมาส 2 โตเด่น   

บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT พร้อมปรับราคาเป้าหมายสิ้นครึ่งแรกปี 2570 ขึ้นเป็น 10.30 บาท จากเดิม 9.70 บาท โดยมองว่าการเติบโตของสาขา อัตรากำไรที่แข็งแกร่ง และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง จะช่วยสนับสนุนผลประกอบการในระยะต่อไป แม้ภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อผู้บริโภคยังเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ

KGI คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 จะเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนและไตรมาสก่อน จากแรงหนุนของการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทเปิดสาขาใหม่แล้วประมาณ 41 สาขาในช่วงไตรมาสปัจจุบัน ส่งผลให้จำนวนสาขาใหม่สะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ประมาณ 106 สาขา คิดเป็นกว่าครึ่งหนึ่งของเป้าหมายทั้งปีที่ 210 สาขา

ฝ่ายวิจัยระบุว่า ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ในเดือนพฤษภาคมมีทิศทางดีขึ้นจากเดือนเมษายน โดยกลับมาอยู่ในระดับทรงตัว จากเดิมที่ติดลบระดับเลขหลักเดียวต่ำ ๆ สะท้อนการฟื้นตัวของจำนวนลูกค้า (Traffic) และมูลค่าซื้อเฉลี่ยต่อบิล (Ticket Size) หลังความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ลดลง ประกอบกับแรงหนุนจากฤดูกาลเปิดภาคเรียน

นอกจากนี้ ช่วงเปิดเทอมยังช่วยสนับสนุนอัตรากำไรขั้นต้นจากการเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนสินค้า (Sales Mix) ที่ดีขึ้น และต้นทุนสินค้าคงคลังที่อยู่ในระดับต่ำ โดยบริษัทตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ 51-52% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 52% ส่งผลให้ KGI เชื่อว่าอัตรากำไรในไตรมาส 2/2569 จะยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง

อีกปัจจัยสนับสนุนสำคัญคือการลดลงของต้นทุนทางการเงิน หลังบริษัทได้รับเงินทุนจากการเสนอขายหุ้น IPO ซึ่งช่วยลดภาระดอกเบี้ยและสนับสนุนการเติบโตของกำไรสุทธิในระยะสั้น

แม้ KGI จะยังมองว่าความเสี่ยงด้านกำลังซื้อผู้บริโภคและภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวยังคงเป็นปัจจัยกดดันในระยะข้างหน้า แต่เชื่อว่าจุดแข็งของ MRDIYT ในฐานะผู้จำหน่ายสินค้าคุณภาพในราคาคุ้มค่า (Value-for-Money) จะช่วยให้บริษัทสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การเป็นส่วนหนึ่งของเครือ MR. D.I.Y. ระดับภูมิภาค ยังช่วยให้บริษัทมีอำนาจต่อรองสูง สามารถพัฒนาสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีความยืดหยุ่นในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย การสร้างการรับรู้แบรนด์ และการปรับราคาสินค้าเพื่อรองรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

KGI ยังประเมินว่าความเสี่ยงด้านการขาดแคลนสินค้าอยู่ในระดับจำกัด เนื่องจากบริษัทได้เตรียมสินค้าคงคลังล่วงหน้าเพียงพอรองรับการจำหน่ายอย่างน้อยถึงไตรมาส 3/2569

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยได้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2569-2571 ลง 2-3% เพื่อสะท้อนสมมติฐานที่ระมัดระวังมากขึ้น โดยปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นลง 10-20 basis points ให้อยู่บริเวณกรอบล่างของเป้าหมายบริษัท และปรับเพิ่มสมมติฐานค่าใช้จ่าย ส่งผลให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A/Sales) เพิ่มขึ้นประมาณ 0.1-0.2%

แม้มีการปรับลดประมาณการกำไร แต่ KGI ยังมองว่าผลประกอบการของ MRDIYT อยู่ในทิศทางเติบโตต่อเนื่อง โดยจุดแข็งด้านการขยายสาขา ความสามารถในการทำกำไร และการบริหารต้นทุน จะช่วยลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ และสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว

ความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว การขยายสาขาต่ำกว่าเป้าหมาย ภัยธรรมชาติ ระดับสินค้าคงคลังที่สูงเกินไป การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง