วิกฤตเด็กจบใหม่หางาน ปี 2026 งานยิ่งหายากกว่าเดิม

วิกฤตคนตกงานเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นทั่วโลก และส่งผลกระทบต่อชีวิตคนโดยตรง เพราะเมื่อไม่มีงานทำก็ไม่มีรายได้ ก่อให้เกิดปัญหาความเครียด การก่ออาชญากรรม การฆ่าตัวตาย การใช้ยาเสพติด และปัญหาสังคมอีกหลายรูปแบบ ซึ่งวิกฤตคนตกงานเกิดขึ้นต่อเนื่องมานานหลายปีแล้ว และดูเหมือนจะเลวร้ายลงทุกปี ด้วยปัจจัยหลายอย่าง ทั้งปัญหาเศรษฐกิจที่ชะลอตัว การเข้ามาของเอไอที่ทำงานแทนคน และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
The Wall Street Journal รายงานเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาว่า บริษัทกว่า 66% ในสหรัฐฯ ไม่มีแผนจ้างพนักงานเพิ่มเติมในปี 2026 บางบริษัทวางแผนจะลดพนักงานด้วยซ้ำ บริษัทในประเทศอื่นก็มีแผนคล้าย ๆ กัน ซึ่งจะทำให้มีคนตกงานมากขึ้น และในบรรดาคนตกงานทั้งหมด กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ที่เริ่มหางานเป็นครั้งแรก หรือ First Jobber เนื่องจากไม่มีประสบการณ์ทำงานมาก่อน แถมยังต้องมาโดนเอไอแย่งงาน เพราะว่างานที่เอไอจะเข้ามาทำแทนที่มนุษย์ได้ทันทีเลยก็คืองานในระดับเริ่มต้น หรือ Entry Level Job ซึ่งเป็นงานของกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ที่จะเริ่มต้นก้าวเข้าสู่ชีวิตวัยทำงาน แต่กลับถูกเอไอแย่งงานตรงนี้ไปทำจำนวนมาก
สิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้นักศึกษาจบใหม่จำนวนมาก ที่อดทนเรียนหนังสือนานหลานปีจนได้ใบปริญญา และมีความฝันอยากจะทำงานในบริษัทใหญ่ ๆ ที่มีความมั่นคง เปลี่ยนไปทำงานใช้แรงงาน หรืองานด้านบริการแทน เพราะยังเป็นงานที่เอไอเข้ามาทำแทนมนุษย์ไม่ได้ เช่น งานก่อสร้าง งานเสิร์ฟอาหาร พนักงานโรงแรม ในสหรัฐฯ มีผลสำรวจที่แสดงให้เห็นว่า คนวัย Gen Z กว่า 60% ที่มีใบปริญญา พร้อมจะทำงานใช้แรงงาน หรืองานบริการ ถ้าหากว่าหางานบริษัททำไม่ได้
อย่างไรก็ตาม แม้แต่การหางานใช้แรงงาน หรืองานบริการสำหรับคน Gen Z ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแม้งานด้านนี้ จะยังไม่ถูกเอไอเข้ามาแย่งงาน แต่ก็ต้องมีประสบการณ์ในการทำงาน ซึ่งคนวัย Gen Z ที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย ยังไม่มีประสบการณ์ทำงานมาก่อน จึงเป็นเรื่องยากที่จะหางานทำได้ เมื่อต้องแข่งขันกับคนที่มีอายุมากกว่า 10 หรือ 20 ปี ที่มีประสบการณ์ทำงานมาแล้ว และพร้อมทำงานในทันที โดยที่ไม่ต้องมีใครมาสอนงาน
ดังนั้น ทางเลือกของคนวัย Gen Z หรือนักศึกษาจบใหม่ในการหางานทำจึงไม่มีมากเท่าไร หลายคนถูกผลักให้ออกไปทำงานอิสระ เช่น งานไรเดอร์ หรือขับอูเบอร์ ซึ่งเป็นวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นในสหรัฐฯ ในยุโรป ในจีน หรือในประเทศไทย ที่นักศึกษาจบใหม่ที่มีใบปริญญาตรี หรือปริญญาโท แต่ต้องหันไปทำงานที่ใช้ความสามารถน้อยกว่าสิ่งที่ตัวเองเรียนมา
สำหรับนักศึกษาจบใหม่ที่อยากจะทำงานตามบริษัทให้ตรงกับสิ่งที่ตัวเองร่ำเรียนมา หากมีการเปิดรับสมัคร ก็เป็นเรื่องยากมาก ๆ ที่นักศึกษาจบใหม่จะได้งาน เพราะแม้แต่งานระดับ Entry Level Job ยังต้องใช้ประสบการณ์ทำงาน 3-5 ปี แล้วนักศึกษาจบใหม่จะได้งานได้อย่างไร
ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่หลายคนตั้งคำถามมาตลอดว่า ถ้าหากว่างานระดับ Entry Level Job ยังต้องใช้ประสบการณ์หลายปีในการสมัครงาน แล้วนักศึกษาจบใหม่ที่เพิ่งเรียนจบจะไปหาประสบการณ์ทำงานมากจากที่ไหน ถ้าหากว่าไม่มีใครรับเข้าทำงาน และทุกงานก็ต้องมีประสบการณ์ทำงานมาก่อน แล้วนักศึกษาจบใหม่จะต้องตกงานไปตลอดงั้นหรือ?
สำหรับนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังเริ่มสมัครงาน และเริ่มเหนื่อยและท้อใจต่อการถูกปฏิเสธ เรามีคำแนะนำดังต่อไปนี้
- ลองเริ่มสมัครงานที่บริษัทเล็ก ๆ ก่อน แน่นอนว่าการได้ทำงานในบริษัทใหญ่ ๆ ที่มีชื่อเสียงเป็นความใฝ่ฝันของทุกคน แต่หากงานหายาก เราควรเริ่มต้นจากการสมัครงานที่บริษัทเล็ ก ๆ ซึ่งการเริ่มต้นทำงานกับบริษัทเล็ก แม้งานอาจจะหนัก แต่ก็ช่วยให้เราได้เรียนรู้การทำงานจริง และมีประสบการณ์ที่จะนำไปสมัครงานต่อในอนาคต
- ทำความรู้จักกับผู้คน บางครั้งงานดี ๆ ก็มาจากคนที่รู้จักกัน หรือมีคนแนะนำต่อ ฝึกฝนทักษะการเข้าสังคม สร้างความประทับใจให้ทุกคนที่เราได้พบเจอ เราไม่มีทางรู้เลยว่าในแต่ละวันเราจะได้พบเจอใครบ้าง เราอาจจะมีโอกาสได้งานดี ๆ จากคนใหม่ ๆ ที่เราได้เจอก็ได้
- อย่าเพิ่งท้อ การสมัครหางานในยุคนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะก็ยังมีนักศึกษาจบใหม่ที่หางานได้อยู่เรื่อย ๆ หากเราถูกปฏิเสธ อย่าเครียด หรืออย่ากดดันตัวเองมากเกินไป แต่ให้เรียนรู้จากความผิดพลาด และปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น เช่น ปรับใบสมัครงานให้ดูน่าสนใจมากขึ้น ฝึกฝนการตอบคำถามตอนสัมภาษณ์ให้ดีกว่าเดิม เรียนรู้จุดแข็งและจุดด้อยของตัวเอง และไม่หยุดมองหาโอกาสใหม่ ๆ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
