รีเซต

“มาตรา 301” คืออะไร ? ต้นเหตุทำ 25 รัฐ รุมฟ้องรัฐบาลทรัมป์ค้านภาษีรอบใหม่

“มาตรา 301” คืออะไร ? ต้นเหตุทำ 25 รัฐ รุมฟ้องรัฐบาลทรัมป์ค้านภาษีรอบใหม่
TNN ช่อง16
4 สิงหาคม 2569 ( 18:12 )

หลังรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้ารอบใหม่กับ 60 ประเทศและดินแดน โดยอาศัยอำนาจตาม "มาตรา 301" ล่าสุดมาตรการดังกล่าวกำลังเผชิญแรงต้านครั้งใหญ่ เมื่ออัยการสูงสุดจาก 25 รัฐของสหรัฐฯ ร่วมกันยื่นฟ้องรัฐบาล โดยมองว่าเป็นความพยายามนำภาษีชุดเดิมที่ศาลเคยตีตก กลับมาใช้ในฐานกฎหมายใหม่ แล้วมาตรา 301 คืออะไร และเหตุใดจึงกลายเป็นชนวนข้อพิพาทครั้งนี้ ?


"มาตรา 301" คืออะไร ?


"มาตรา 301" แห่งกฎหมายการค้าปี 1974 ของสหรัฐฯ เป็นกฎหมายที่ให้อำนาจรัฐบาลสหรัฐฯ ใช้ตอบโต้ประเทศคู่ค้าที่ถูกมองว่าใช้นโยบายหรือมาตรการทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ไม่สมเหตุสมผล หรือเลือกปฏิบัติ จนสร้างภาระหรือจำกัดการค้าและการลงทุนของสหรัฐฯ


อธิบายแบบง่าย ๆ มาตรา 301 เปรียบเหมือน "อาวุธทางการค้า" ของสหรัฐฯ ที่ให้อำนาจผู้แทนการค้าสหรัฐฯ หรือ USTR เริ่มสอบสวนได้เอง โดยไม่ต้องมีผู้ร้องเรียนว่า ประเทศคู่ค้ามีนโยบายหรือมาตรการที่ ไม่เป็นธรรม หรือ สร้างภาระต่อการค้าและการลงทุนของสหรัฐฯ หรือไม่ หากพบว่ามี ก็สามารถเสนอให้รัฐบาลใช้มาตรการตอบโต้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นภาษีนำเข้า จำกัดสิทธิทางการค้า หรือมาตรการอื่น ๆ เพื่อกดดันให้ประเทศคู่ค้าปรับเปลี่ยนนโยบาย


ที่ผ่านมา มาตรา 301 ถูกใช้หลายครั้ง แต่กรณีที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด คือช่วงสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนในปี 2018 เมื่อรัฐบาลทรัมป์ใช้มาตรการนี้ขึ้นภาษีสินค้าจีนมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์ โดยกล่าวหาว่าจีนมีการบังคับถ่ายทอดเทคโนโลยี ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และดำเนินนโยบายการค้าที่ไม่เป็นธรรม ก่อนที่ครั้งนี้จะถูกนำกลับมาใช้อีกครั้ง แต่เปลี่ยนเป้าหมายไปที่ประเด็นแรงงานบังคับและความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทานแทน

“ข้ออ้าง” ทดแทนภาษีนำเข้าชุดเดิม ?

 

หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า เป้าหมายที่แท้จริงของการนำมาตรา 301 มาใช้ อาจไม่ใช่ด้วยเหตุผลเรื่องแรงงานบังคับเพียงอย่างเดียว แต่มองว่า เป็นการนำมาใช้ เพื่อทดแทนการขึ้นภาษีเดิมที่เคยถูกศาลฏีกาสหรัฐฯ ตัดสินให้ยกเลิกไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา


บทวิเคราะห์ Forced Labor Tariffs and More to Come ? ของ The Conference Board ระบุว่า แม้ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายประเทศจะเร่งเจรจากับสหรัฐฯ จนบางประเทศถูกลดอัตราภาษีลง แต่ไม่มีประเทศใดถูกถอดออกจากรายชื่อ 60 ประเทศเลย ทำให้มีข้อสงสัยว่า มาตรการนี้อาจเป็นการนำ ภาษีพื้นฐาน 10% ที่เพิ่งหมดอายุ กลับมาใช้ใหม่ภายใต้ฐานกฎหมายที่แข็งแรงกว่าเดิม


ผลกระทบจึงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับประเทศผู้ส่งออก แต่ยังรวมถึงภาคธุรกิจสหรัฐฯ เอง เพราะผู้นำเข้าจะต้องตรวจสอบ

ห่วงโซ่อุปทานอย่างเข้มงวดมากขึ้น เพื่อยืนยันว่าสินค้าไม่ได้เกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับ ส่งผลให้ต้นทุนและขั้นตอนการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น


ในภาพใหญ่หลายฝ่ายมองว่า มาตรการนี้อาจเร่งให้ห่วงโซ่อุปทานโลกปรับตัวครั้งใหม่ ผู้ส่งออกบางส่วนอาจหันไปพึ่งตลาดอื่นเพื่อลดความเสี่ยง ขณะที่การค้ากับสหรัฐฯ จะมีเงื่อนไขและมาตรฐานที่เข้มงวดมากขึ้นกว่าเดิม


ด้านบทความ Donald Trump rebuilds his tariff wall จาก Financial Times วิเคราะห์ว่า ทรัมป์ไม่ได้ยุตินโยบายภาษี แต่กำลังพาเข้าสู่ระยะใหม่ โดยสหรัฐฯ กำลังสร้างกำแพงภาษีขึ้นมาใหม่ บนฐานกฎหมายที่มั่นคงกว่า โดยคาดว่า มาตรการถัดไปที่จะเกิดขึ้น คือ การเก็บภาษีเพิ่มเติมกับ 16 ประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐฯ หลังการสอบสวนเรื่องกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง ซึ่งดำเนินการภายใต้มาตรา 301 เช่นกัน

25 รัฐรุมฟ้องทรัมป์ค้านขึ้นภาษีรอบใหม่


แม้รัฐบาลทรัมป์จะเปลี่ยนฐานกฎหมายมาใช้มาตรา 301 ซึ่งถูกมองว่าแข็งแรงกว่าเดิม แต่กำแพงภาษีรอบนี้อาจไม่ได้เจอแค่แรงต้านจากต่างประเทศ เพราะภายในสหรัฐฯ เอง กำลังถูก 25 รัฐนำเรื่องนี้ขึ้นสู่ศาล 


เมื่อวันจันทร์ (3 สิงหาคม) ที่ผ่านมา อัยการสูงสุดของ 25 รัฐในสหรัฐฯ ได้ยื่นฟ้องรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กรณีประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้าชุดใหม่ โดยระบุว่า มาตรการดังกล่าวเป็นเพียง “ข้ออ้าง” เพื่อใช้ทดแทนภาษีนำเข้า

ชุดเดิมที่ศาลสูงสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยให้เป็นโมฆะเมื่อเดือนกุมภาพันธ์


รัฐที่ร่วมยื่นฟ้องประกอบด้วย นิวยอร์ก แอริโซนา แคลิฟอร์เนีย โคโลราโด คอนเนตทิคัต เดลาแวร์ ฮาวาย อิลลินอยส์ เคนทักกี แมสซาชูเซตส์ แมริแลนด์ เมน มิชิแกน มินนิโซตา เนวาดา นิวเจอร์ซีย์ นิวเม็กซิโก นอร์ทแคโรไลนา โอเรกอน เพนซิลเวเนีย โรดไอแลนด์ เวอร์จิเนีย เวอร์มอนต์ วอชิงตัน และวิสคอนซิน


เลทิเทีย เจมส์ อัยการสูงสุดรัฐนิวยอร์ก กล่าวว่า หลังจากแพ้คดีในศาลสูง รัฐบาลกลับพยายามขึ้นภาษีกับครอบครัวและภาคธุรกิจอย่างผิดกฎหมายอีกครั้ง ผ่านมาตรการภาษีชุดใหม่


ด้านคุช เดไซ โฆษกทำเนียบขาว ระบุว่า สหรัฐฯ กำลังใช้อำนาจตามกฎหมายเพื่อยุติการกระทำ นโยบาย และแนวปฏิบัติที่ไม่สมเหตุสมผลซึ่งสร้างภาระต่อการค้าของสหรัฐฯ 


“การที่ประเทศต่าง ๆ ไม่ออกมาตรการหรือบังคับใช้กฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับอย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นการกระทำที่ไม่สมเหตุสมผลและส่งผลกระทบต่อการค้าของสหรัฐฯ รวมถึงแรงงานอเมริกัน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข ภาษีตามมาตรา 301 ได้พิสูจน์แล้วว่ามีความมั่นคงทางกฎหมายมาตั้งแต่สมัยแรกของประธานาธิบดี และยังคงเป็นเช่นนั้นในปัจจุบัน” โฆษกทำเนียบขาว กล่าว 


แหล่งข้อมูลอ้างอิง: 


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง