รีเซต

PTG ลุ้นไตรมาส4ทำนิวไฮ รุกฐานธุรกิจ Non-Oil แกร่ง

PTG ลุ้นไตรมาส4ทำนิวไฮ รุกฐานธุรกิจ Non-Oil แกร่ง
ทันหุ้น
29 พฤศจิกายน 2566 ( 11:44 )
119
PTG ลุ้นไตรมาส4ทำนิวไฮ รุกฐานธุรกิจ Non-Oil แกร่ง

#PTG #ทันหุ้น – บอสใหญ่ PTG “พิทักษ์ รัชกิจประการ” คาดผลงานยอดขายไตรมาสสุดท้ายของปี 2566 ทำนิวไฮใหม่ต่อเนื่อง มองทิศทางค่าการตลาดเป็นแนวโน้มที่ดี เล็งทั้งปีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 1.7-1.8 บาทต่อลิตร มั่นใจยอดขายรวมปีนี้โต 10-15% เทียบกับปีก่อน เดินหน้าขยายปั๊ม รุกฐานธุรกิจ Non-Oil เพิ่ม

 

นายพิทักษ์  รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยถึงแนวโน้มยอดขายไตรมาส 4/2566 จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีโอกาสที่จะทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซันของธุรกิจน้ำมัน และเป็นฤดูกาลของการเดินทางท่องเที่ยวและเก็บเกี่ยวผลผลิตทำให้มีปริมาณความต้องการใช้กลับมาอีกครั้ง ส่งผลให้มีปริมาณขายน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น

 

ประกอบกับค่าการตลาดน้ำมันที่มีการฟื้นตัวดีขึ้น โดยคาดว่าทั้งปีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 1.7-1.8 บาทต่อลิตร โดยรวมในปี 2566 บริษัทคาดว่ายอดขายจะเติบโตตามเป้าหมายที่ระดับ 10-15% เทียบกับปีก่อน หรือสูงกว่าตลาดโดยรวมที่คาดว่าจะขยายตัวเพียง 1% รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 คลี่คลาย รวมถึงการประกาศใช้นโยบายฟรีวีซ่าของภาครัฐ และมีมาร์เก็ตแชร์เติบโตที่ 20% จากไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 19.2% และในปี 2566 บริษัทได้มีการปรับลดงบลงทุนเหลือ 3,000-4,000 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีนโยบายจะไม่ลงทุนมากกว่ากระแสเงินสดที่มี

 

สำหรับผลประกอบการงวด 9 เดือน ปี 2566 บริษัทมีปริมาณการเติมน้ำมันอยู่ที่ 4,414 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 12.9% เทียบจาก 9 เดือนของปี 2565 ที่ 3,909 ล้านลิตร จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และการเพิ่มขึ้นของสมาชิก PT Max Card ณ สิ้นไตรมาสที่ 3/2566 บริษัทมีปั๊มน้ำมันทั้งหมด 2,176 แห่ง และยังคงวางเป้าการขยายสถานีบริการไว้เท่าเดิมคือ จำนวน 2,206 สถานีบริการในปี 2566 กระจายในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

 

*ธุรกิจ Non-Oil โตต่อ

 

ขณะที่ธุรกิจ Non-Oil ปีนี้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องแม้เศรษฐกิจจะชะลอตัว โดยวางเป้าหมายการเติบโตของรายได้ Non-Oil ไว้ที่ 50-60% ถือว่ายังอยู่ในระดับสูง ขณะที่สัดส่วนกำไรขั้นต้นยังคงเดิมที่ระดับ 20-30%

 

ในส่วนของธุรกิจก๊าซ LPG ปัจจุบันมีสาขา 539 สาขา และเตรียมขยายให้ครบ 574 สาขา ซึ่งปริมาณการจำหน่ายก๊าซ LPG ยังสูงต่อเนื่องเป็นประวัติการณ์และมียอดขายเกิน 100 ล้านลิตร ถึง 8 ไตรมาสติดต่อกัน และคาดว่าจะสร้างสถิติใหม่อย่างต่อเนื่องในไตรมาสสุดท้ายของปี คาดยอดขายทั้งปีจะอยู่ที่ระดับ 30-40% จากปีก่อน โดย LPG ยังครองส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มบริการการจำหน่ายก๊าซ LPG ผ่านสถานีบริการเป็นอันดับที่ 1 ในงวด 9 เดือนที่ผ่านมา

 

สำหรับธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทย ในปี 2566 บริษัทได้ปรับลดการขยายสาขาจากเป้า 1,200 สาขา ในปีนี้เป็น 900 สาขา เพื่อคัดเลือกพื้นที่ ที่มีศักยภาพและสามารถสร้างการเติบโตของยอดขาย บริษัทเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า และการกลับมาใช้ซ้ำของสมาชิกบัตร PT Max Card และ PT Max Card Plus ที่มีมากกว่า 20 ล้านราย รวมถึงธุรกิจจุดชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า Elex by EGAT Max ที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อครอบคลุมเส้นทางในกรุงเทพฯ และเส้นทางหลักทั่วประเทศมากขึ้น

 

ด้านศูนย์บริการและซ่อมบำรุงรถยนต์ Autobacs ปัจจุบันมี 59 สาขา เพิ่มขึ้น 14 สาขา จากต้นปี 2566 โดย Autobacs ยังคงมีรายได้ที่เติบโตจากการออกแคมเปญการตลาดเพื่อดึงดูดลูกค้าตามฤดูกาล โดยบริษัทยังเดินหน้าขยายสาขายังคงมีอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะมีจำนวนสาขาครอบคลุมเป็นอันดับ 2 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ภายในสิ้นปี 2566 นี้

 

*ลุยพลังงานทางเลือก

 

ในอนาคตเตรียมลงทุนในธุรกิจพลังงานทางเลือกมากขึ้น เห็นได้จากการเติบโตของผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยยอดสะสมยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนเฉพาะกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลมีจำนวนกว่า 57,000 คัน (เพิ่มขึ้นกว่า 500% เทียบกับสิ้นปีก่อนหน้า) บริษัทจึงเล็งเห็นความสำคัญในกลุ่มที่ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างมาก และได้ขยายจุดชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า Elex by EGAT Max ที่ได้ร่วมกับ กฟผ.อย่างต่อเนื่องโดยคาดว่าในปีนี้จะมี 62 จุดชาร์จเพื่อครอบคลุมเส้นทางหลักทั่วประเทศ

 

ปัจจุบัน บริษัทได้ลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าขยะเพื่อชุมชนอำเภอบ้านพรุ จังหวัดสงขลา ซึ่งขณะนี้ได้รับสัญญาซื้อขายไฟเรียบร้อยแล้ว และอยู่ในช่วงเริ่มเข้าพื้นที่ก่อสร้าง โดยคาดว่าจะช่วยสร้างรายได้ในปี 2568

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง