รีเซต

ส่อง 3 นวัตกรรม AI สัญชาติไทย ช่วยเกษตรกรลดต้นทุน ยกระดับคุณภาพข้าว-ทุเรียน

ส่อง 3 นวัตกรรม AI สัญชาติไทย ช่วยเกษตรกรลดต้นทุน ยกระดับคุณภาพข้าว-ทุเรียน
TNN ช่อง16
31 ตุลาคม 2569 ( 15:08 )

ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ภาพที่หลายคนคุ้นเคยอาจเป็นบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่ทุ่มเงินลงทุนมหาศาลเพื่อพัฒนาโมเดล AI แต่สำหรับประเทศกำลังพัฒนาและธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) การเข้าถึงเทคโนโลยีอาจไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการแข่งขันในระดับเดียวกัน

แนวคิด “Small AI, Big Jobs” ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาในการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลก (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ สะท้อนมุมมองสำคัญว่า AI ขนาดเล็กหรือ AI ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะด้าน สามารถสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจได้ หากตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานจริง

ประเด็นนี้มีความสำคัญต่อประเทศไทย เนื่องจากผู้ประกอบการรายเล็กจำนวนมากยังมีข้อจำกัดด้านเงินทุน บุคลากร และเทคโนโลยี การนำ AI ที่เหมาะสมกับธุรกิจมาใช้จึงอาจเป็นทางเลือกในการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มโอกาสแข่งขัน โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนพัฒนาระบบ AI ขึ้นมาเองทั้งหมด

Small AI, Big Jobs แนวคิดที่ตอบโจทย์ธุรกิจรายเล็ก

นายอาเจย์ บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก ระบุว่า ธุรกิจ MSMEs มีสัดส่วนประมาณ 90% ของจำนวนบริษัททั่วโลก และเป็นแหล่งจ้างงานประมาณ 75% ของแรงงานในประเทศกำลังพัฒนา

ขณะเดียวกัน ในอีก 10 - 15 ปีข้างหน้า คาดว่าจะมีคนรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงานถึง 1,600 ล้านคน แต่มีตำแหน่งงานรองรับประมาณ 420 ล้านตำแหน่ง ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความท้าทายของเศรษฐกิจโลกในการสร้างโอกาสการจ้างงานให้เพียงพอ

การเพิ่มศักยภาพให้ธุรกิจรายเล็กสามารถเติบโตและขยายกิจการจึงเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญ เพราะเมื่อธุรกิจมีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น ก็มีโอกาสขยายตลาด เพิ่มกำลังการผลิต และสร้างความต้องการแรงงานได้มากขึ้น

สำหรับแนวคิด Small AI, Big Jobs จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่การสร้าง AI ให้มีขนาดใหญ่ที่สุด แต่เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีให้เหมาะกับงาน เช่น การตรวจสอบคุณภาพสินค้า การวิเคราะห์ข้อมูลการผลิต หรือการบริหารจัดการทรัพยากร ซึ่งเป็นปัญหาที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญในชีวิตจริง

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA จึงมองว่าแนวคิดดังกล่าวเป็นโอกาสของประเทศไทยในการนำจุดแข็งของผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมในประเทศมาต่อยอดเป็นนวัตกรรม AI เฉพาะทาง เพื่อให้ธุรกิจเข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น และเปิดพื้นที่ให้สตาร์ตอัปไทยสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาด

NIA ชี้โอกาส AI ไทย ไม่จำเป็นต้องแข่งสร้างโมเดลขนาดใหญ่

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กล่าวว่า การพัฒนาเศรษฐกิจ AI ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการแข่งขันเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง แต่ต้องให้ความสำคัญกับการนำ AI ไปประยุกต์ใช้แก้ปัญหาของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ประเทศไทยมีความเชี่ยวชาญและมีฐานผู้ประกอบการจำนวนมาก

อุตสาหกรรมที่มีโอกาสนำ AI ไปต่อยอด ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ เกษตรและแปรรูปอาหาร ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ การแพทย์และสุขภาพ รวมถึงการท่องเที่ยวและบริการ

จุดแข็งของผู้พัฒนาเทคโนโลยีไทยคือความเข้าใจปัญหาและข้อจำกัดของตลาดในประเทศ ซึ่งสามารถนำมาใช้พัฒนาโซลูชันให้เหมาะสมกับการทำงานของผู้ประกอบการแต่ละกลุ่ม

ขณะที่ธุรกิจ MSMEs สามารถเข้าถึง AI ผ่านผลิตภัณฑ์หรือบริการที่พัฒนาโดยสตาร์ตอัป โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างระบบเองทั้งหมด ช่วยลดอุปสรรคในการเริ่มต้นใช้งานเทคโนโลยี และเปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดเล็กนำ AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้มากขึ้น

เปิด 3 นวัตกรรม AI สัญชาติไทย แก้โจทย์จริงในภาคเกษตร

ภาคเกษตรกรรมเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่เห็นภาพการประยุกต์ใช้ AI เฉพาะทางได้อย่างชัดเจน เนื่องจากกระบวนการผลิตมีความท้าทายหลายด้าน ทั้งต้นทุนปัจจัยการผลิต การขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะ และการรักษามาตรฐานคุณภาพสินค้าเพื่อจำหน่ายในตลาด

ที่ผ่านมา NIA ได้ดำเนินโครงการ AgTech Connext 2026 เพื่อเชื่อมโยงนวัตกรรมจากสตาร์ตอัปไทยกับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและทุเรียนใน 10 จังหวัด โดยคัดเลือกเกษตรกร 70 กลุ่มเข้าร่วมเรียนรู้ ทดลอง และประยุกต์ใช้เทคโนโลยี พร้อมนำนวัตกรรมจากสตาร์ตอัป 14 รายไปส่งเสริมการใช้งานในกระบวนการผลิตจริง

ตัวอย่างนวัตกรรม 3 โซลูชันที่สะท้อนแนวคิด Small AI, Big Jobs ได้แก่

EASYRICE ใช้ AI ตรวจคุณภาพข้าว เพิ่มความแม่นยำในการซื้อขาย

EASYRICE จากบริษัท อีซีไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด พัฒนาเทคโนโลยี AI และการประมวลผลภาพสำหรับตรวจสอบพันธุ์ข้าวเปลือกและคุณภาพข้าวสาร ช่วยลดข้อจำกัดของการตรวจสอบด้วยสายตาซึ่งต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์

ระบบมีความแม่นยำในการตรวจสอบมากกว่า 95% และใช้เวลาประมวลผลเร็วสุดประมาณ 30 วินาที ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่เลือกใช้ รองรับการตรวจสอบพันธุ์ข้าวเปลือกมากกว่า 10 พันธุ์ และตรวจสอบคุณภาพข้าวสารตามมาตรฐานกระทรวงพาณิชย์ได้มากกว่า 50 มาตรฐาน

ผลตรวจสามารถพิมพ์ออกมาเพื่อใช้อ้างอิงได้ ช่วยให้โรงสี ผู้ส่งออก ท่าข้าว วิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์ มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อขายที่รวดเร็วและสม่ำเสมอมากขึ้น

ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่า AI ไม่จำเป็นต้องทำงานซับซ้อนในทุกมิติ แต่สามารถสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้จากการช่วยแก้ปัญหาสำคัญอย่างการตรวจสอบคุณภาพสินค้า ซึ่งมีผลต่อมาตรฐานและความน่าเชื่อถือของการซื้อขายตลอดห่วงโซ่อุปทานข้าว

ListenField ใช้ AI วิเคราะห์แปลงเกษตร ช่วยบริหารต้นทุนการผลิต

ListenField เป็นนวัตกรรมด้านเกษตรแม่นยำที่นำ AI มาวิเคราะห์ข้อมูลแปลงเพาะปลูกและคุณภาพดิน เพื่อช่วยให้เกษตรกรวางแผนการผลิตให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่

ข้อมูลที่ได้สามารถนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดการดิน การใช้ปุ๋ย และการติดตามข้อมูลการเพาะปลูก ช่วยให้เกษตรกรมีข้อมูลสนับสนุนการวางแผน แทนการพึ่งพาประสบการณ์เพียงอย่างเดียว

การวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเหมาะสมช่วยลดโอกาสการใช้ปัจจัยการผลิตเกินความจำเป็น และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการแปลง ซึ่งมีความสำคัญต่อการควบคุมต้นทุนและลดความสูญเสียในการผลิต

สำหรับเกษตรกรรายย่อย เทคโนโลยีลักษณะนี้มีบทบาทในการเพิ่มโอกาสเข้าถึงข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ ช่วยให้การจัดการทรัพยากรมีประสิทธิภาพขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องพัฒนาเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลขึ้นมาเอง

Durian AI ใช้ AI คัดเกรดทุเรียน เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการผลผลิต

Durian AI จากบริษัท กัสโต้ เทคโนโลยี จำกัด พัฒนาเครื่องคัดแยกเกรดทุเรียนอัตโนมัติ โดยใช้ AI ร่วมกับเทคโนโลยีภาพถ่ายสามมิติ เพื่อวิเคราะห์ขนาดและรูปทรงของทุเรียนสำหรับจัดเกรดผลผลิต

นวัตกรรมนี้ช่วยลดข้อจำกัดจากการพึ่งพาแรงงานที่มีทักษะเฉพาะ และเพิ่มความสม่ำเสมอในกระบวนการคัดแยก ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญต่อการบริหารจัดการผลผลิตและการรักษามาตรฐานสินค้า

นอกจากนี้ ระบบยังบันทึกข้อมูลวัน เวลา และแหล่งที่มาของผลผลิต ช่วยให้ผู้ประกอบการจัดการข้อมูลและตรวจสอบย้อนกลับได้สะดวกขึ้น

สำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการรวบรวม คัดแยก และจำหน่ายทุเรียน การนำเทคโนโลยีมาช่วยจัดการกระบวนการทำงานสามารถสนับสนุนการควบคุมคุณภาพ และเพิ่มความพร้อมในการรักษามาตรฐานสินค้าสำหรับตลาดในประเทศและต่างประเทศ

AI ลดต้นทุนได้จริง เมื่อเทคโนโลยีเชื่อมถึงผู้ใช้งาน

จากตัวอย่างทั้ง 3 นวัตกรรม จะเห็นว่า AI เฉพาะทางสามารถเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของกระบวนการผลิต ตั้งแต่การวางแผนเพาะปลูก การจัดการทรัพยากร ไปจนถึงการตรวจสอบและคัดแยกคุณภาพสินค้า

ประโยชน์สำคัญไม่ได้อยู่เพียงความสามารถของเทคโนโลยี แต่ยังอยู่ที่การนำไปใช้ได้จริงในกระบวนการทำงานของผู้ประกอบการ หาก AI ช่วยลดเวลาในการทำงาน ลดความผิดพลาด หรือทำให้การใช้ทรัพยากรมีประสิทธิภาพขึ้น ก็มีโอกาสสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจได้โดยตรง

ข้อมูลจากการดำเนินงานของโครงการ AgTech Connext 2026 ระบุว่า การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากสตาร์ตอัปไปประยุกต์ใช้ในภาคเกษตรสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนได้มากกว่า 10% ในภาพรวมของโครงการ

ผลดังกล่าวสะท้อนความสำคัญของการเชื่อมโยงผู้พัฒนาเทคโนโลยีกับผู้ใช้งานจริง เพราะแม้นวัตกรรมจะมีศักยภาพสูงเพียงใด แต่หากไม่สามารถตอบโจทย์ข้อจำกัดของผู้ประกอบการ หรือมีต้นทุนการใช้งานสูงเกินไป ก็อาจไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ตามเป้าหมาย

 เดินหน้ากลไก 4G ดันสตาร์ตอัปไทยสู่ตลาด

NIA ระบุว่า การขับเคลื่อน AI ให้เป็นเครื่องมือยกระดับเศรษฐกิจไทยจำเป็นต้องดำเนินการตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ การสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี การทดลองใช้งานจริง ไปจนถึงการสร้างโอกาสเชิงพาณิชย์

แนวทางสำคัญคือการเชื่อมโยงภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และเครือข่ายผู้ประกอบการ เพื่อให้การพัฒนานวัตกรรมสอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะการจับคู่สตาร์ตอัปที่พัฒนา AI กับธุรกิจ MSMEs ที่ต้องการนำเทคโนโลยีไปเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ การเปิดโอกาสให้ทดลองใช้นวัตกรรม และการเชื่อมโยงตลาด จะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึง AI ที่เหมาะสมกับธุรกิจได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็ช่วยให้สตาร์ตอัปไทยนำผลิตภัณฑ์ไปใช้กับลูกค้าจริงและขยายตลาดได้มากขึ้น

เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงการทำให้ประเทศไทยมีเทคโนโลยี AI เพิ่มขึ้น แต่ต้องทำให้ผู้ประกอบการสามารถใช้เทคโนโลยีสร้างประโยชน์ทางธุรกิจได้จริง ทั้งการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รักษามาตรฐานสินค้า และสร้างรายได้ใหม่

Small AI, Big Jobs โอกาสสร้างเศรษฐกิจจากนวัตกรรมไทย

แนวคิด Small AI, Big Jobs ชี้ให้เห็นว่า โอกาสของประเทศไทยในเศรษฐกิจ AI ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการแข่งขันสร้างโมเดลขนาดใหญ่ แต่สามารถเริ่มจากการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมไปแก้ปัญหาของธุรกิจที่มีอยู่แล้ว

สำหรับ MSMEs การเข้าถึง AI ที่ตอบโจทย์การดำเนินงานอาจช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ขณะที่สตาร์ตอัปไทยก็มีโอกาสพัฒนานวัตกรรมให้ตรงกับความต้องการของตลาด สร้างฐานลูกค้า และต่อยอดสู่การเติบโตเชิงพาณิชย์

อย่างไรก็ตาม การสร้างผลลัพธ์ในระยะยาวยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการนำเทคโนโลยีไปใช้จริง ความพร้อมของผู้ประกอบการ และการพัฒนาทักษะบุคลากรควบคู่กันไป

หากสามารถเชื่อมโยงนวัตกรรมกับผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ AI เฉพาะทางก็มีโอกาสเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มผลิตภาพของธุรกิจไทย และช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของสตาร์ตอัป การลงทุน และการจ้างงานในอนาคต

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง