ชงเพิ่มแต้มต่อ"SME"ประมูลงานรัฐร้อยละ20

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวเปิดงานสัมมนา FTI Reinvent Thailand จัดโดย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจไทย
ดังนั้นที่ผ่านมารัฐบาลจึงได้กำหนดให้เป็น 1 ใน 5 เสาหลักของนโยบาย Quick Big Win ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่แนวทางการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในช่วงต่อจากนี้แบ่งเป็น 3 ด้าน ได้แก่
1.การสนับสนุนตลาดให้กับเอสเอ็มอี โดยมีแนวคิดในการให้แต้มต่อด้านราคาแก่เอสเอ็มอีที่ทำสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand) ในการประมูลงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสูงสุด ร้อยละ 20 โดยปัจจุบันได้เตรียมโครงการเสร็จเรียบร้อยแล้วรอขั้นตอนของการจัดตั้งรัฐบาลโดยพร้อมเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)ใหม่ทันที
2.สนับสนุนการเข้าถึงโอกาสทางการเงิน โดยปัญหาใหญ่ของ SME คือการไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเนื่องจากมีความเสี่ยงสูง ดังนั้นจึงได้มีการดำเนินโครงการ SME Credit Boots เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกลไกค้ำประกันสินเชื่อ
นอกจากนี้ยังมีโครงการ SME Supply Chain Financing โดยการนำระบบ e-tax Invoice มาวางบนแพลตฟอร์มดิจิทัลของภาครัฐทำให้ SME สามารถใช้เครดิตจากบริษัทแม่หรือหน่วยงานภาครัฐที่เป็นคู่สัญญามาเป็นหลักประกันในการกู้ยืมได้ง่ายขึ้น
3.สนับสนุนให้เอสเอ็มอีไทยปรับตัวเข้าสู่โลกยุคใหม่ (Transformation) โดยปัจจุบันการลงทุนต่างชาติย้ายฐานการผลิตมายังไทยมากขึ้นโดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ไทยมีจุดแข็ง เช่น เกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture), ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ดังนั้นจึงทำโครงการพี่ช่วยน้องเพื่อสนับสนุนให้บริษัทขนาดใหญ่ดึงเอสเอ็มอีเข้าสู่ ซัพพลายเชนของตนเองโดยรัฐจะให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่บริษัทใหญ่เป็นการตอบแทน
สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยจะมีการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในโครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อช่วยแม่ค้าพ่อค้าวิเคราะห์ข้อมูลการขาย การบริหารจัดการรายรับ-รายจ่าย และการวางแผนซื้อวัตถุดิบ เพื่อเพิ่มทักษะการบริหารจัดการให้ดียิ่งขึ้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
