"ศุภจี"ชง 3 โมเดลลดขาดดุลการค้าจีน

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย ว่า ปัจจุบันจีนเผชิญปัญหาการส่งออกและการแข่งขันรุนแรงโดยอุดหนุนการส่งออก และถูกหลายประเทศกล่าวหาพฤติกรรมทุ่มตลาด ซึ่งทำให้ไทยและหลายประเทศรับผลกระทบสินค้านำเข้าราคาต่ำ ขณะที่ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น สหรัฐ รวมถึงสหภาพยุโรปมีมาตรการรับมือเข้มแข็งกว่า
รวมทั้งไทยเผชิญปัญหาสินค้านำเข้า การทุ่มตลาด ธุรกิจนอมินีและสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งภาครัฐกำลังเร่งแก้ไขและไทยเสนอแนวคิด Co-Creation ให้รัฐบาลจีน โดยการลงทุนของจีนในไทยควรสร้างประโยชน์ร่วมกันมากขึ้น และไม่นำเข้าวัตถุดิบและชิ้นส่วนทั้งหมดจากจีน เพราะไม่เกิดการสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ในประเทศ
ทั้งนี้ แนวทางของบริษัทจากจีนแตกต่างจากการลงทุนของผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นที่ใช้เวลาหลายสิบปีพัฒนาอุตสาหกรรมชิ้นส่วนในไทย
ขณะที่การลงทุนอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ส่วนใหญ่ใช้ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ทำให้การจ้างงาน และการใช้ชิ้นส่วนในประเทศมีจำกัด แม้จะได้รับสิทธิประโยชน์จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
รวมทั้งระหว่างร่วมประชุม APEC ที่จีนเดือน พ.ค.2569 ได้หารือทวิภาคีกับนายเหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน และเสนอความร่วมมือ 3 ประเด็นเพื่อลดขาดดุลการค้า ดังนี้
1. ขอให้ผู้ประกอบการจีนที่มาลงทุนในไทยเพิ่มการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนที่ผลิตในไทย เพื่อเพิ่มสัดส่วนมูลค่าเพิ่มในประเทศ (Local Content) ให้เป็นไปตามกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin) ลดปัญหาการสวมสิทธิส่งออก (Transshipment) และเพิ่มโอกาสให้สินค้าที่ผลิตในไทยส่งออกไปตลาดโลกในฐานะสินค้าไทย
2. ขอให้จีนเปิดโอกาสให้สินค้า SME ไทยจำหน่ายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจีน ผ่านการจัดตั้ง Thai Pavilion เพื่อรวบรวมสินค้าคุณภาพและได้มาตรฐานเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคจีนกว่า 1,400 ล้านคน
3. เสนอให้จีนร่วมลงทุนแปรรูปสินค้าเกษตรไทย โดยนำเทคโนโลยีจีนมาพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูป ใช้วัตถุดิบการเกษตรไทยเป็นฐานการผลิต