รีเซต

TERA อัดฉีด T.Cloud Gen3 ซุ่มดีล M&A เสริมฐานแกร่ง

TERA อัดฉีด T.Cloud Gen3 ซุ่มดีล M&A เสริมฐานแกร่ง
ทันหุ้น
7 กรกฎาคม 2569 ( 02:00 )
11

นายสุรสิทธิ์  คิวประสพศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทอร์ราไบท์ พลัส จำกัด (มหาชน) หรือ TERA เปิดเผยกับ "ทันหุ้น" ว่า ภายหลังบริษัทมีผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 123.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.21% และมีกำไรสุทธิ 4.87 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนในช่วงเดียวกันของปีก่อน บริษัทมั่นใจว่าแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 จะยังเติบโตต่อเนื่อง จากการทยอยส่งมอบโครงการให้กับหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับฐานรายได้

สำหรับช่วงครึ่งหลังปี 2569 บริษัทจะเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จของโครงการ T.Cloud Gen3 ทั้งด้านการขยายฐานลูกค้าและการลงทุนเพิ่มเติม โดยปัจจุบันมีผู้สนใจใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังบริษัททำตลาดและประชาสัมพันธ์มาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับต้นทุนฮาร์ดแวร์ในตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ลูกค้าหลายรายหันมาเลือกใช้บริการ Cloud ของบริษัทแทนการลงทุนสร้างระบบเอง เนื่องจากมีความคุ้มค่ามากกว่า               

ขณะเดียวกัน บริษัทได้รับผลกระทบจากต้นทุนฮาร์ดแวร์ค่อนข้างจำกัด เนื่องจากมีการลงทุนและบริหารต้นทุนล่วงหน้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเลือกใช้โมเดลเช่า Data Center แทนการลงทุนก่อสร้างเอง โดยทำสัญญาเช่าระยะยาว 3 ปี ซึ่งกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าและค่าบริการคงที่ ส่งผลให้ T.Cloud Gen3 ไม่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นในปัจจุบัน อีกทั้งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้เริ่มสร้างผลประกอบการอย่างเต็มตัวตั้งแต่ต้นปี และไม่ต้องแบกรับผลขาดทุนเหมือนในช่วงเริ่มต้นของโครงการ

ในด้านการลงทุน บริษัทเตรียมใช้งบประมาณราว 20-30 ล้านบาท เพื่อขยาย T.Cloud Gen3 ในเฟสถัดไป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงบลงทุนรวมในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ที่วางไว้ไม่เกิน 100 ล้านบาท โดยเชื่อว่าการลงทุนดังกล่าวจะช่วยผลักดันรายได้เติบโตควบคู่ไปกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้บริษัทมองว่าอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพสร้างอัตรากำไรสูง (มาร์จิ้น) คือ Skyfox ระบบบริหารจัดการการขนส่ง ซึ่งได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ทำให้ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเป็นเวลา 8 ปี หรือจนถึงประมาณปี 2574

พร้อมกันนี้ TERA อยู่ระหว่างพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ด้าน AI ในรูปแบบ AI Gateway Solution ร่วมกับพันธมิตรระดับ Partner เพื่อให้บริการแก่ภาคธุรกิจ โดยจะเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้องค์กรสามารถเข้าถึงบริการ AI ระดับ Pro จากผู้ให้บริการชั้นนำหลายราย ผ่านการชำระค่าบริการเพียงจุดเดียว ช่วยลดต้นทุนด้าน Software Subscription และเพิ่มความสะดวกในการบริหารจัดการ คาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในปีนี้

สำหรับเป้าหมายปี 2569 บริษัทยังคงตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 505 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้ 454.40 ล้านบาท โดย ณ เดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัทมีงานในมือ (Backlog) แล้วประมาณ 380 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม บริษัทให้ความสำคัญกับการเติบโตของคุณภาพมาร์จิ้นมากกว่าการเร่งเพิ่มรายได้เพียงอย่างเดียว โดยเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จิ้นสูง ควบคู่กับการแสวงหาโอกาสเข้าซื้อหรือร่วมลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างให้ที่ปรึกษาทางการเงินประเมินมูลค่ากิจการ และคาดว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงและลงนามร่วมลงทุนได้ภายในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ปรับโครงสร้างองค์กรให้มีความคล่องตัวมากขึ้น ส่งผลให้สามารถลดค่าใช้จ่ายคงที่ได้หลายล้านบาทต่อปี ซึ่งจะช่วยสนับสนุนความสามารถของมาร์จิ้นในระยะยาวอีกด้วย

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง