รีเซต

BCPยันเดินหน้าซื้อหุ้นคืน เริ่มช้าติดดีลเซฟรอนฮ่องกง

BCPยันเดินหน้าซื้อหุ้นคืน เริ่มช้าติดดีลเซฟรอนฮ่องกง
ทันหุ้น
23 กุมภาพันธ์ 2569 ( 08:30 )

#BCP #ทันหุ้น - BCP ยันคงเดินหน้าซื้อหุ้นคืน แจงเหตุล่าช้ากว่ากำหนดเดิมจากเจรจาซื้อหุ้น “เชฟรอน ฮ่องกง” ใช้เวลานานกว่าที่คาดไว้  ด้าน “นักวิเคราะห์” เผย บริษัทแจ้งเริ่มซื้อหลังประกาศปันผลแล้ว แต่มองบริษัทยังไม่รีบ หลังราคาหุ้นขึ้นมาพอสมควร ใกล้ถึงราคาเป้าหมายปีนี้ที่  39 บาทต่อหุ้นแล้ว  ด้านสภาพคล่องสูงแม้ต้องชำระค่าซื้อหุ้น CHK กลางปีนี้  พร้อมแนะซื้อหุ้นโรงกลั่น เหตุค่าการกลั่นไตรมาส 1/2569 มีแนวโน้มสูงกว่าคาดการณ์ไว้

นายชัยวัฒน์  โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ  BCP เปิดเผยกับ "ทันหุ้น"ว่า บริษัทยังคงมีแผนที่จะทำโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน (Treasury Stock) อยู่ หลังจากที่คณะกรรมการ (บอร์ด)อนุมัติวงเงินไว้รวม  3,800 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี (2568-2571) แต่ถึงปัจจุบัน BCP ยังไม่ได้มีการซื้อหุ้นคืน เนื่องจากบริษัทใช้ระยะเวลาการเจรจาในการทำดีลซื้อหุ้นบริษัท Chevron Hong Kong Limited (CHK)นานกว่าที่คาด และในระยะเวลาที่ยังไม่สามารถทำดีลดังกล่าวเสร็จ บริษัทไม่สามารถทำโครงการ Treasury Stock ได้

@รอจังหวะซื้อหุ้นคืน

ดังนั้นจึงทำให้ปัจจุบันการเจรจาดีลดังกล่าวสำเร็จแล้ว เหลือเพียงการชำระค่าหุ้นและโอนหุ้นที่คาดเสร็จภายในกลางปี 2569  ส่วนบริษัทจะเริ่มซื้อหุ้นคืนเมื่อไรนั้น ก็จะต้องพิจารณาเรื่องของจังหวะการซื้อที่เหมาะสม จึงยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะเริ่มซื้อในช่วงไหน

อนึ่งจากข้อมูลที่ BCP แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ระบุว่า บอร์ด ได้อนุมัติวงเงินซื้อหุ้นคืนภายใต้วงเงินรวมไม่เกิน 3,800 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2568 ไปจนถึง 2571 โดยบริษัทจะดำเนินการซื้อหุ้นคืนครั้งแรกในปี 2568 ด้วยวงเงินไม่เกิน 1,100 ล้านบาท และจำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน  29.50 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น  2% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ณ วันที่  26 พฤศจิกายน 2568 และมีกำหนดระยะเวลาซื้อหุ้นคืน 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่  16 ธันวาคม 2568-15 มิถุนายน 2569 

สำหรับการดำเนินการซื้อหุ้นคืนในปีที่ 2 และ 3 นั้น จะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ในขณะนั้นๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงสภาพคล่องส่วนเกินของบริษัท จำนวนหนี้ที่ถึงกำหนดระยะเวลาภายใน 6 เดือนนับตั้งแต่วันที่เริ่มซื้อหุ้นคืนในปีนั้นๆ และการได้รับอนุมัติจากที่ประชุมบอร์ดในการซื้อหุ้นคืนแต่ละครั้ง

@เชื่อ BCP ไม่รีบซื้อ

นายจักรพงศ์  เชวงศรี  ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ทันหุ้น” ว่า ทาง BCP แจ้งว่าจะเริ่มซื้อหุ้นคืนหลังจากที่ประกาศจ่ายเงินปันผลแล้ว แต่ส่วนตัวมองว่าทาง BCP จะยังไม่รีบซื้อหุ้นคืน เนื่องจากราคาปัจจุบันปรับตัวขึ้นมาพอสมควรแล้ว เพราะตอนที่ BCP ประกาศซื้อหุ้นคืนราคาหุ้นลงหนักอยู่ระดับประมาณ 28 บาทต่อหุ้น จากความกังวลประเด็นผู้ถือหุ้น แต่ปัจจุบันราคาหุ้น BCP ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 36-37 บาทต่อหุ้น ซึ่งได้รับอานิสงส์จากเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ไหลเข้าด้วย

ทั้งนี้แม้ว่าทาง BCP จะต้องมีการชำระค่าซื้อหุ้น Chevron Hong Kong Limited มูลค่า 270 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 10,000 ล้านบาท  ซึ่งทางBCP แจ้งว่าจะใช้กระแสเงินสด 50% และกู้เงินจากสถาบันการเงินอีก 50% และจากที่ •Net Debt to Equity : อยู่ที่ประมาณ 1.1 เท่า  และ Net Debt to EBITDA อยู่ที่ประมาณ 3 เท่า ปัจจัยเหล่านี้สะท้อนว่าบริษัทยังมีขีดความสามารถในการกู้ยืมเพิ่มเติมและมีเงินสดเพียงพอสำหรับการดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนควบคู่ไปกับการลงทุนอื่นๆ ได้ สำหรับข้อมูล ณ วันที่  31 ธันวาคม 2568 กลุ่มบริษัท บางจาก มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 28,555 ล้านบาท

@แนะซื้อหุ้นโรงกลั่น

อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยยังคงแนะนำ “ซื้อ” หุ้น BCP แม้จะมีอัพไซด์อีกไม่มาก จากราคาเป้าหมายปีนี้ที่  39 บาทต่อหุ้น เนื่องจากฝ่ายวิจัยชอบหุ้นกลุ่มโรงกลั่นไม่ว่าจะเป็น BCP TOP  SPRC จากนี้ราคาจะไปต่อหรือไม่ขึ้นอยู่กับค่าการกลั่นจะมีอัพไซด์แค่ไหน ซึ่งเดิมคาดว่าค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ (Singapore GRM) จะอยู่ที่ 5.6-5.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนประเทศไทยอยู่ที่ 6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  แต่ไตรมาส 1 ค่าการกลั่นยืนระยะได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้  ซึ่งปกติช่วงนี้ค่าการกลั่นจะลงแต่ปัจจุบันไม่ได้ลง  ประกอบกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ก็มีโอกาสสูงที่จะมีการปรับประมาณการค่าการกลั่น ราคาน้ำมัน กำไรและราคาเป้าหมายขึ้นอีก

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง