รีเซต

CPAXT บล.ดาโอ แนะนำ “ซื้อ” เป้า 19.00 บาท กำไรไตรมาส 1/2569 ดีกว่าคาด

CPAXT บล.ดาโอ แนะนำ “ซื้อ” เป้า 19.00 บาท กำไรไตรมาส 1/2569 ดีกว่าคาด
ทันหุ้น
11 พฤษภาคม 2569 ( 11:05 )

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #CPAXT บล.ดาโอ แนะนำ “ซื้อ” เป้า 19.00 บาท กำไรไตรมาส 1/2569 ดีกว่าคาด จากรายได้ทำสถิติสูงสุดใหม่และต้นทุนดอกเบี้ยลดลง

บล.ดาโอ : บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)CPAXT รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 2.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อน สูงกว่าที่เราและตลาดคาดราว 10%

การเติบโตของกำไรเมื่อเทียบกับปีก่อน ได้รับแรงหนุนจากรายได้รวมที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากการเปิดสาขาใหม่ การเติบโตของ Omni Channel และยอดขายสินค้า Private Label

นอกจากนี้ ยังได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของ Lotus’s Malaysia และรายได้ค่าเช่า ขณะที่การเติบโตจากไตรมาสก่อนมาจาก Seasonal Demand และแรงซื้อตุนสินค้าในช่วงปลายไตรมาส จากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง

แม้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะอ่อนตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 15.8% จาก 16.3% ในไตรมาส 1/2568 และ 15.9% ในไตรมาส 4/2568 จาก Product Mix ค่าใช้จ่าย Clearance Stock และการรับรู้สินค้าสูญหายจากการตรวจนับสต๊อก แต่บริษัทสามารถชดเชยได้จากการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

สัดส่วนค่าใช้จ่าย SG&A ต่อยอดขายปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 12.9% จาก 13.2% ในไตรมาส 1/2568 และ 13.3% ในไตรมาส 4/2568 แม้ว่าค่าใช้จ่ายด้าน Fulfillment และ Online Platform จะเพิ่มขึ้นตามยอดขาย Omni Channel

ด้านต้นทุนทางการเงินลดลงมาอยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท จาก 1.4 พันล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการทยอยชำระคืนเงินกู้ระยะยาว และ Effective Interest Rate ที่ลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิ (NPM) ฟื้นตัวมาอยู่ที่ 2.1% จาก 2.0% ในไตรมาส 1/2568 และ 1.9% ในไตรมาส 4/2568

เราคงประมาณการกำไรปี 2569 และ 2570 ที่ 9.8 พันล้านบาท และ 1.0 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นการเติบโต 5% และ 6% จากกำไรปี 2568 ที่ 9.4 พันล้านบาท

ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากฐานกำไรปี 2568 ที่อยู่ในระดับต่ำ จากผลกระทบของเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่และความตึงเครียดไทย-กัมพูชา รวมถึงการขยายสาขา การเร่งตัวของรายได้จาก Demand ระยะสั้นจากการกักตุนสินค้า และการเริ่มรับรู้รายได้จาก Lucky Frozen เต็มปี

เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 19.00 บาท อิง PER ปี 2569 ที่ 20 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ราว 1.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD)

แม้ราคาหุ้นจะเคลื่อนไหวทรงตัว แต่ยัง Underperform SET ราว 15% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา จากผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ที่ต่ำกว่าคาด อย่างไรก็ตาม เรามองว่าราคาหุ้นมีโอกาสฟื้นตัวได้จากแนวโน้มกำไรปี 2569 ที่ดีขึ้น รวมถึง Upside จากความชัดเจนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงกลางปี 2569 เช่น โครงการ “ไทยช่วยไทย”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง