เอฟบีไอออกหมายจับ หนุ่มทริปมรณะ พัวพันคู่หมั้นสาวดาวไอจี ถูกพบเป็นศพ

เอฟบีไอออกหมายจับ หนุ่มทริปมรณะ พัวพันคู่หมั้นสาวดาวไอจี ถูกพบเป็นศพ
ข่าวสด
24 กันยายน 2564 ( 15:18 )
26
เอฟบีไอออกหมายจับ หนุ่มทริปมรณะ พัวพันคู่หมั้นสาวดาวไอจี ถูกพบเป็นศพ

อฟบีไอออกหมายจับ - ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า สำนักงานตำรวจสอบสวนกลาง สหรัฐอเมริกา หรือ เอฟบีไอ ออกหมายจับ นายไบรอัน ลอนดรี หนุ่มดาวดังในโลกโซเชียล อายุ 23 ปี ต้องสงสัยพัวพันกับการตายของ แก็บบี เปติโต คู่หมั้นสาววัย 22 ปีที่ทำรายการเดินทางท่องเที่ยวในรถแวนไปตามอุทยานแห่งชาติฝั่งตะวันตกของสหรัฐ เผยแพร่ โด่งดังในโลกโซเชียลจนมีแฮชแท็ก #vanlife

 

 

 

คดีดังกล่าวเป็นคดีที่อยู่ความสนใจของชาวอเมริกันอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสองหนุ่มสาวมีผู้ติดตามในโลกโซเชียลจำนวนมาก อีกทั้งเหตุการณ์ยังพลิกผันเป็นคดีความรุนแรงจากคนใกล้ตัว

 

 

 

เอฟบีไอออกหมายจับเมื่อวันที่ 23 ก.ย. หลังจากเจ้าหน้าที่ยังตามหาตัวนายลอนดรีไม่พบ มีเพียงบันทึกเหตุการณ์ว่า ชายหนุ่มกลับถึงบ้านที่รัฐฟลอริดา เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ตามลำพังโดยไม่มีแฟนสาว จากนั้นวันที่ 14 ก.ย. หายออกจากบ้านไป โดยบอกพ่อแม่เพียงว่า จะไปอุทยานในท้องถิ่น หรืออุทยานคาร์ลตันที่อยู่ในรัฐฟลอริดา

 

 

ภาพจากกล้องตำรวจ ตอนเข้าตรวจสอบว่ามีคู่รักทะเลาะวิวาทกัน เมื่อ 12 ส.ค.2564

 

 

กระทั่งผ่านไป 3 วัน พ่อแม่ติดต่อลอนดรีไม่ได้อีก จึงแจ้งความวันที่ 17 ก.ย. ว่าลูกหายตัวไป โดยไม่ได้นำโทรศัพท์มือถือ หรือกระเป๋าสตางค์ไปด้วย ทั้งสองร้อนใจและห่วงว่าลูกอาจไปทำร้ายตัวเอง

 

 

ทีมสืบสวนสอบสวนใช้รถเอทีวี สุนัขดมกลิ่นและโดรนค้นหาลอนดรีในอุทยานแห่งชาติเพื่อค้นหาหลักฐานและข้อมูลมาปะติดปะต่อกรณีของเปติโต แต่การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะสภาพภูมิประเทศเต็มไปด้วยหนองน้ำและป่าทำให้ทีมค้นหาอาจได้รับอันตรายจากจระเข้และงู อีกทั้งต้องเดินลุยเส้นทางเดินป่าและปั่นจักรยานที่น้ำท่วมขัง

 

 

 

 

นอกจากนี้ ตำรวจเมืองนอร์ทพอร์ตยังขอความช่วยเหลือจากทีมนักประดาน้ำ 10 นายซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการดำน้ำในพื้นที่ที่มีสภาพน้ำขุ่นจนมองไม่เห็นโดยใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์พิเศษช่วยให้ดำน้ำลึกได้และค้นหาอยู่ 4 วัน แต่ไม่พบอะไรเลย

 

 

พยานเห็นคู่รักทะเลาะกันหนัก

ก่อนหน้านั้น มีพยาน 2 คน ชื่อ นินา แอนเจโล และแมตต์ อิงแลนด์ เห็นสาวเปติโตและหนุ่มลอนดรีมีปากเสียงกันในร้านอาหารเดอะ เมอร์รี พิกเล็ตส์ เท็กซ์-เม็กซ์ วันที่ 27 ส.ค. โดยฝ่ายหญิงร้องไห้ ส่วนฝ่ายชายโมโหฉุนเฉียว ทั้งคู่เดินเข้าเดินออกร้านอาหารหลายรอบและยังเหวี่ยงอารมณ์ใส่พนักงานทำให้พนักงานกลัวจนตัวสั่น แต่ไม่เห็นว่าคู่รักทำร้ายร่างกายกัน

 

 

ภาพในสื่อโซเชียลขณะทั้งสองยังมีรักหวานชื่น

ส่วนผู้จัดการร้านอาหารกล่าวว่าเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวและแจ้งเอฟบีไอเพื่อให้ข้อมูล แต่น่าเสียดายที่ทางร้านไม่มีกล้องวงจรปิด

 

หลังจากเรื่องในร้านอาหารไม่นาน เปติโตก็หายตัวไปโดยครอบครัวแจ้งความเมื่อวันที่ 11 ก.ย.

 

 

ต่อมา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ย. เจ้าหน้าที่พบศพหญิงสาวที่อุทยานแห่งชาติแกรนด์เททันซึ่งเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพเททันชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นพบว่าสาเหตุของการเสียชีวิตเกิดจากการฆาตกรรม แต่ไมได้เปิดเผยรายละเอียดของการเสียชีวิต

 

 

เอฟบีไอวอนประชาชนแจ้งทุกเบาะแส

ส่วนเอฟบีไอขอให้ประชาชนที่เคยติดต่อกับลอนดรีหรือเปติโต หรือผู้ที่ไปเที่ยวลานตั้งแคมป์สเปรดครีกดิสเพิร์สในอุทยานแห่งชาติบริดเจอร์-เททันระหว่างวันที่ 27-30 ส.ค. หรือผู้ที่เคยเห็นรถแวนสีขาวคันดังกล่าวมาให้ข้อมูล พร้อมระบุว่า เบาะแสเพียงเล็กน้อยล้วนมีความสำคัญทั้งสิ้น

 

 

 

 

หลายคนเริ่มมาให้ข้อมูลแล้ว บางคนกล่าวว่าเคยคุยกับทั้งคู่ประมาณปลายเดือน ส.ค.
ด้านพยานคนหนึ่ง ชื่อ “คริส” เขียนคำให้การกับตำรวจว่าเห็นทั้งสองคนกำลังโต้เถียงกันเรื่องการใช้งานควบคุมโทรศัพท์ของเปโตโตและช่วงหนึ่ง เปติโตต่อยแฟนที่แขนและใบหน้าและพยายามจะขึ้นรถแวน อีกทั้ง ได้ยินเสียงเปติโตกล่าวว่า "ทำไมคุณต้องใจร้ายอย่างนี้" และแยกกันค้างคืน

 

 

ภาพออกสื่อดูน่ารักและรักกันดี

 

 

นอกจากนี้ ยังมีพลเมืองดีคนหนึ่งโทรศัพท์สายด่วนแจ้งเหตุฉุกเฉินว่าพบเห็นผู้ชายกับผู้หญิงทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายในรัฐยูทาห์ เมื่อวันที่ 12 ส.ค. จากนั้นมีตำรวจเข้าตรวจสอบ และมีบันทึกคลิปทั้งสองคนในกล้องบอดี้แคมของตำรวจ ฝ่ายหญิงดูทุกข์ใจ แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ของทั้ง 2 คนไม่ได้หวานหรือราบรื่นเหมือนที่โพสต์ในยูทูบหรืออินสตาแกรม

 

 

สาวแก็บบี เปติโต สีหน้าไม่สู้ดี ขณะตำรวจเข้าไปสอบถามว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่ บริเวณทางเข้าอุทยาน Arches National Park on Aug. 12, 2021. (The Moab Police Department via AP)

 

 

ชะตากรรมของสาวเปติโตสะเทือนใจชาวอเมริกันจำนวนมาก โดยเฉพาะที่เมืองซอลต์ เลก ซิตี บ้านของหญิงสาว มีกลุ่มประชาชนทำพิธีไว้อาลัยให้เปติโตด้วย

++++++++

ข่าวที่เกี่ยวข้อง