“ร้อน” กว่าเดิม “อันตราย” กว่าเดิม แต่ยุโรปยังไม่พร้อมรับมือ?

ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพภูมิอากาศเตือนว่า หลายประเทศในยุโรปยังคงขาดความพร้อมในการรับมือกับคลื่นความร้อนที่มีแนวโน้มรุนแรงและเกิดบ่อยขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แม้ว่าภูมิภาคยุโรปจะเผชิญเหตุการณ์อากาศร้อนจัดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
หลังจากคลื่นความร้อนระลอกแรกของปีปกคลุมหลายพื้นที่ในยุโรปตะวันตกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จนทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดประจำเดือนพฤษภาคมในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ หลายประเทศกำลังเตรียมรับมือกับฤดูร้อนที่คาดว่าจะร้อนกว่าปกติ ขณะที่องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ออกคำเตือนให้ประเทศต่าง ๆ เตรียมพร้อมรับผลกระทบจากการกลับมาของปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งอาจส่งผลให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นอีก
แม้จะยังไม่มีการสรุปจำนวนผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนระลอกล่าสุดอย่างเป็นทางการ แต่นักวิจัยด้านระบาดวิทยาสิ่งแวดล้อมประเมินเบื้องต้นว่า ช่วงสุดสัปดาห์ก่อนที่อุณหภูมิจะพุ่งสูงสุด อาจมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจากความร้อนในสหราชอาณาจักรราว 250 ราย โดยคาดว่าผลกระทบอาจรุนแรงกว่าปกติ เนื่องจากคลื่นความร้อนมาเร็วกว่าที่ประชาชนจะปรับตัวหรือเตรียมมาตรการป้องกันได้ทัน
ข้อมูลจากนักวิทยาศาสตร์ระบุว่า คลื่นความร้อนเป็นหนึ่งในภัยธรรมชาติที่คร่าชีวิตผู้คนในยุโรปมากที่สุด โดยมีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรหลายหมื่นรายในแต่ละปี ขณะที่การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลและภาวะโลกร้อนทำให้คลื่นความร้อนมีความรุนแรง ยาวนาน และอันตรายมากขึ้น
ผลการศึกษาที่เผยแพร่เมื่อปี 2568 ยังชี้ว่า การเสียชีวิตจากความร้อนในเมืองต่าง ๆ ของยุโรปประมาณ 2 ใน 3 มีความเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์
อย่างไรก็ตาม หลายประเทศในยุโรปยังไม่มีมาตรการรองรับผลกระทบจากคลื่นความร้อนอย่างเป็นระบบ โดยผลสำรวจในปี 2567 พบว่า จาก 38 ประเทศในยุโรป มีเพียง 21 ประเทศเท่านั้นที่มีแผนปฏิบัติการด้านสุขภาพเพื่อรับมือกับคลื่นความร้อน ขณะที่แนวคิดการเพิ่มพื้นที่สีเขียวหรือปรับพื้นที่คอนกรีตให้เป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อลดความร้อนในเมือง ยังไม่ได้รับการผลักดันอย่างจริงจังในหลายพื้นที่
อย่างไรก็ตาม หลายเมืองเริ่มมีการจัดตั้ง “ศูนย์พักพิงจากความร้อน” หรือ Climate Shelters เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าไปหลบอากาศร้อน ดื่มน้ำ และพักผ่อนในพื้นที่ปรับอากาศ โดยเฉพาะในสเปน ซึ่งเมืองบาร์เซโลนาได้เริ่มโครงการดังกล่าวตั้งแต่ปี 2563 และปัจจุบันมีศูนย์พักพิงมากกว่า 400 แห่ง
รัฐบาลสเปนยังประกาศขยายเครือข่ายศูนย์พักพิงด้านสภาพภูมิอากาศไปทั่วประเทศ ภายใต้แผนรับมือภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศ ขณะที่หลายเมืองในยุโรป เช่น ปารีสและเวียนนา ก็เริ่มดำเนินมาตรการในลักษณะเดียวกัน
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า แม้มาตรการดังกล่าวจะช่วยลดความเสี่ยงจากอากาศร้อนในช่วงกลางวันได้ แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหา “คืนร้อน” หรือช่วงเวลากลางคืนที่อุณหภูมิไม่ลดลง ซึ่งส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถฟื้นตัวจากความร้อนสะสมได้อย่างเพียงพอ
ขณะเดียวกัน หลายประเทศในยุโรปเหนือ เช่น สหราชอาณาจักร สวิตเซอร์แลนด์ และนอร์เวย์ กำลังถูกจับตามองเป็นพิเศษ เนื่องจากงานวิจัยพบว่าพื้นที่เหล่านี้จะเผชิญการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิที่ไม่สบายตัวในอัตราสูงกว่าหลายพื้นที่ในยุโรปตอนใต้ ซึ่งมีการออกแบบเมืองและอาคารให้รองรับสภาพอากาศร้อนมาเป็นเวลานานแล้ว
ล่าสุด คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหราชอาณาจักรเสนอให้ติดตั้งระบบปรับอากาศในสถานดูแลผู้สูงอายุและโรงพยาบาลทั้งหมดภายใน 10 ปีข้างหน้า และขยายไปยังโรงเรียนทั่วประเทศภายใน 25 ปี เพื่อรับมือกับคลื่นความร้อนที่คาดว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นในอนาคต
นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่า แม้การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองจะเป็นมาตรการระยะยาวที่สำคัญ แต่การดูแลกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ตามลำพัง การดื่มน้ำอย่างเพียงพอ การหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงอากาศร้อนจัด และการติดตามอาการของคนใกล้ชิด ถือเป็นมาตรการง่าย ๆ ที่สามารถช่วยลดความสูญเสียจากคลื่นความร้อนได้อย่างมีนัยสำคัญ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
