รีเซต

ไทย-ภูฏาน เตรียมเซ็น FTA เริ่ม 1 ม.ค. ปีหน้า ดันส่งออกไทยพุ่ง 200%

ไทย-ภูฏาน เตรียมเซ็น FTA เริ่ม 1 ม.ค. ปีหน้า ดันส่งออกไทยพุ่ง 200%
ทันหุ้น
10 มิถุนายน 2569 ( 14:00 )
10

#ทันหุ้น ไทย-ภูฏาน เตรียมลงนามในข้อตกลง FTA โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคมปีหน้า คาดจะผลักดันให้สินค้าไทยส่งออกไปภูฏานเพิ่มขึ้นกว่า 200 %

..ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบให้เสนอความตกลงการค้าเสรีระหว่างราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรภูฏาน (Thailand–Bhutan Free Trade Agreement: FTA) ต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 178 พร้อมเตรียมดำเนินมาตรการรองรับเพื่อให้ความตกลงมีผลใช้บังคับตามเป้าหมายภายในวันที่ 1 มกราคม 2570

รองโฆษกฯ กล่าวว่า ความตกลงการค้าเสรีไทยภูฏาน เป็นความตกลงฉบับแรกระหว่างไทยกับภูฏานครอบคลุม 10 บท และ 4 ภาคผนวก โดยมีเป้าหมายเพื่อเปิดเสรีและอำนวยความสะดวกทางการค้า ลดอุปสรรคทางการค้า ส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ ตลอดจนสร้างกติกาทางการค้าที่ชัดเจนและเป็นประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ ความตกลงฉบับปรับปรุงยังครอบคลุมเขตบริหารพิเศษเมืองแห่งสติเกเลฟู (Gelephu Mindfulness City: GMC) ของภูฏาน ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ที่กำลังได้รับการพัฒนา

สำหรับการเปิดตลาดสินค้า ภูฏานจะยกเว้นอากรศุลกากรให้สินค้าไทยในสัดส่วนสูงถึง 99.8% ของรายการสินค้าทั้งหมด ขณะที่ไทยเปิดตลาดให้ภูฏาน 94% ของรายการสินค้า โดยสินค้าที่ไทยมีศักยภาพได้รับประโยชน์จากการส่งออกเพิ่มขึ้น ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน เกษตรและอาหาร เช่น ผลไม้อบแห้ง น้ำผลไม้ เส้นหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารปรุงแต่ง สิ่งทอ เครื่องแต่งกาย เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ยางและพลาสติก และเครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการไทยจะมีแหล่งวัตถุดิบทางเลือกเพิ่มขึ้นจากภูฏาน อาทิ แร่ธาตุ ถั่งเช่า เห็ดมัตสึทาเกะ และผลไม้เมืองหนาว เช่น แอปเปิล

นางสาวลลิดากล่าวว่า จากการศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจ คาดว่าความตกลงดังกล่าวจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.02–0.03 %หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 4,130–4,340 ล้านบาท การส่งออกไทยไปภูฏานเพิ่มขึ้น 229–266 %หรือประมาณ 12,355–14,385 ล้านบาท และการลงทุนจากต่างประเทศในไทยเพิ่มขึ้น 0.05–0.06 % หรือประมาณ 1,785–1,990 ล้านบาท แม้รัฐจะสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บอากรศุลกากรประมาณ 215,696 บาทต่อปี แต่ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยรวมที่ไทยจะได้รับมีมูลค่าสูงกว่ามาก

เธอกล่าวอีกว่า ความตกลงการค้าเสรีไทยภูฏาน ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายตลาดส่งออกของไทยไปยังเอเชียใต้ สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศในระยะยาว ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและประชาชนไทยในอนาคต

นอกจากนี้ ครม.ยังได้เห็นชอบให้เสนอพิธีสารเพื่อยกระดับเพิ่มเติมกรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างรอบด้านและความตกลงบางฉบับภายใต้กรอบความตกลงดังกล่าว ระหว่างประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียนกับสาธารณรัฐประชาชนจีนหรือ ACFTA 3.0 (ASEAN–China Free Trade Agreement: ACFTA) ต่อรัฐสภา

สาระสำคัญของ ACFTA 3.0 เป็นการปรับปรุงกฎระเบียบและมาตรฐานทางการค้าให้ทันสมัยมากขึ้นโดยยังคงข้อผูกพันเดิมด้านการเปิดตลาดสินค้า การค้าบริการ และการลงทุนไว้เช่นเดิม ไม่มีการเจรจาลดภาษีเพิ่มเติมหรือเปิดตลาดใหม่ แต่เน้นการอำนวยความสะดวกทางการค้าและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศสมาชิก

สำหรับบทที่ได้รับการปรับปรุง อาทิ การยกระดับพิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้าโดยกำหนดให้มีการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น การเผยแพร่ข้อมูลการนำเข้าส่งออกอย่างโปร่งใสและการเร่งรัดการตรวจปล่อยสินค้าที่เน่าเสียง่ายให้แล้วเสร็จภายใน 6 ชั่วโมงหลังสินค้ามาถึง รวมถึงการยกระดับมาตรฐานด้านกฎระเบียบทางเทคนิค มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) และความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการให้สอดคล้องกับมาตรฐานสาก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง