รีเซต

งานวิจัยล่าสุดชี้ "Clozapine" ยาที่มีในไทยมานาน อาจช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากการ "ปลิดชีพตัวเอง" ได้ถึง 27%

งานวิจัยล่าสุดชี้ "Clozapine" ยาที่มีในไทยมานาน อาจช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากการ "ปลิดชีพตัวเอง" ได้ถึง 27%
TNN ช่อง16
18 กันยายน 2569 ( 15:00 )
6

นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี ได้โพสต์เฟซบุ๊ก "คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา"  โดยระบุว่า


งานวิจัยล่าสุดพบยาที่อาจลดการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายได้ถึง 27% และมันเป็นยาที่มีในประเทศไทยมานานแล้ว


หลายคนรู้จัก Clozapine ในฐานะยารักษาโรคจิตเภทสำหรับผู้ป่วยที่ตอบสนองต่อยาชนิดอื่นได้ไม่ดี แต่ข้อมูลวิจัยล่าสุดชี้ว่า ประโยชน์ของยานี้อาจไม่ได้มีเพียงการควบคุมอาการทางจิต เพราะการใช้ Clozapine อย่างต่อเนื่องอาจสัมพันธ์กับการลดการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายด้วยครับ


งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน The British Journal of Psychiatry ปี 2026 ศึกษาผู้ป่วยโรคจิตเภทในฮ่องกง 9,456 คน และติดตามเป็นเวลาค่ากลางประมาณ 12.4 ปี โดยเปรียบเทียบผู้ที่ได้รับ Clozapine กับผู้ที่ใช้ยารักษาโรคจิตชนิดอื่น


ผลพบว่า ผู้ที่ได้รับ Clozapine มีอัตราการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายต่ำกว่าประมาณ 27% และเมื่อพิจารณาเฉพาะผู้ที่ใช้ยาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 90% ของช่วงเวลาที่ติดตาม ผลในทิศทางนี้ก็ยังคงพบอย่างชัดเจน

ที่น่าสนใจคือ กลุ่มที่ได้รับ Clozapine ไม่ได้เป็นผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่ำตั้งแต่แรก เพราะมีประวัติพยายามฆ่าตัวตายและผ่านการรักษาด้วยยาหลายชนิดมากกว่า แต่หลังปรับปัจจัยทางคลินิกต่างๆแล้ว ความสัมพันธ์กับการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายที่ลดลงก็ยังคงอยู่


จริงๆแล้วหลักฐานว่า Clozapine อาจช่วยลดพฤติกรรมฆ่าตัวตายมีมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่งานนี้ช่วยเติมภาพระยะยาวให้ชัดขึ้นว่า สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่เพียงการเคยได้รับยา แต่คือการรักษาอย่างต่อเนื่องในผู้ป่วยที่เหมาะสม ครับ


อย่างไรก็ตาม งานนี้เป็นการศึกษาจากข้อมูลประชากรจริง ไม่ใช่การทดลองสุ่ม จึงยังสรุปไม่ได้ว่า Clozapine เป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้การฆ่าตัวตายลดลง และควรใช้คำว่า “สัมพันธ์กับความเสี่ยงที่ลดลง” มากกว่าบอกว่ายานี้ป้องกันการฆ่าตัวตายได้ในทุกคนครับ

Clozapine ยังเป็นยาที่ต้องได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะมีผลข้างเคียงสำคัญ จึงไม่ควรเริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง แต่ควรชั่งประโยชน์และความเสี่ยงเป็นรายบุคคลร่วมกับแพทย์ครับ

สิ่งที่งานวิจัยนี้เตือนเราได้ดีคือ การรักษาโรคจิตเภทอย่างเหมาะสมไม่ได้มีเป้าหมายเพียงทำให้อาการหลงผิดหรือประสาทหลอนดีขึ้นเท่านั้น เพราะสำหรับผู้ป่วยบางคน การรักษาที่ต่อเนื่องอาจมีความหมายถึงการปกป้องชีวิตด้วย

นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี 


ข้อมูลจาก เพจ คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา 

https://www.facebook.com/D2JED/posts/pfbid03338NsKULhDCQXvtMttLchMXc38qTjwNfxjw6PZYitUiyWzCH2fsijEyifmLQ4bg7l

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง