เจาะนโยบายคืนชีพไดโนเสาร์ “พี่เต้ มงคลกิตติ์” ทำได้จริงไหม - เป็นไปได้แค่ไหน?

นโยบายคืนชีพไดโนเสาร์ “พี่เต้ มงคลกิตติ์” กลายเป็นไวรัล คนตั้งคำถามทำได้จริงไหม?
กลายเป็นกระแสไวรัลสนั่นโซเชียลทันที เมื่อ "เต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์" พรรคทางเลือกใหม่ ออกมาประกาศนโยบายสุดล้ำอย่าง "การคืนชีพไดโนเสาร์" และการเพาะพันธุ์ทีเร็กซ์ (T-Rex) เพื่อสร้างสีสันในการเลือกตั้งปี 2569 แม้จะฟังดูเหมือนหลุดออกมาจากบทภาพยนตร์ Jurassic Park แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง นโยบายนี้มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน? เรามาดูกันว่ามุมมองนี้จากสายตานักวิทย์จะเป็นอย่างไร?
ใช้ดีเอ็นเอจากเลือดยุง ซากฟอสซิล สร้างไดโนเสาร์ได้จริงไหม?
ภาพจำจากภาพยนตร์ Jurassic Park ที่ใช้ยุงในอำพันสกัด DNA ไดโนเสาร์อาจต้องพับเก็บไป Dr. Susie Maidment นักวิจัยไดโนเสาร์จาก Natural History Museum ระบุว่า แม้เราจะพบแมลงในอำพันจากยุคไดโนเสาร์จริง แต่อำพันทำหน้าที่รักษาเพียง "เปลือกนอก" ของแมลงเท่านั้น แต่ไม่ได้รักษาเนื้อเยื่ออ่อนหรือเลือดที่อยู่ภายในไว้เลย
แม้จะมีการค้นพบฮีโมโกลบินในท้องยุงจากยุคอีโอซีน (45 ล้านปีก่อน) แต่นั่นก็เกิดขึ้นหลังไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไปแล้วกว่า 20 ล้านปี การจะหา DNA ที่สมบูรณ์จากยุคเมโซโซอิกจึงแทบจะเป็นศูนย์
กำแพงเวลา 66 ล้านปี DNA สลายตัวเร็วกว่าที่คิด
อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือ "อายุขัยของพันธุกรรม" * ขีดจำกัดของ DNA มีความเปราะบางสูง สลายตัวเร็วเมื่อถูกแสงและน้ำ DNA เก่าแก่ที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสกัดได้มีอายุเพียง 1 ล้านปี แต่ไดโนเสาร์ตัวสุดท้ายตายไปเมื่อ 66 ล้านปีก่อน ซึ่งนานกว่าขีดจำกัดที่เราพบถึง 66 เท่า!
แม้จะมีการพบเซลล์เม็ดเลือดแดงในกระดูกไดโนเสาร์เมื่อปี 2015 แต่เมื่อตรวจสอบกลับพบเพียงร่องรอยเชิงโครงสร้าง แต่ไม่พบสาย DNA หลงเหลืออยู่เลย
การตัดต่อพันธุกรรม กบ หรือ นก สร้างไดโนเสาร์ได้ไหม?
ในหนังมีการนำ DNA กบมาเติมเต็มช่องว่าง แต่ในทางวิทยาศาสตร์ Dr. Susie แย้งว่านั่นคือการเลือกสายพันธุ์ที่ผิดพลาด หากต้องการสร้างไดโนเสาร์ขึ้นมาใหม่จริงๆ เราต้องใช้ DNA ของ "นก" หรือ "จระเข้" ซึ่งเป็นญาติสนิทที่มีบรรพบุรุษร่วมกันมากกว่ากบที่เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ
อย่างไรก็ตาม การจะเติมช่องว่างได้ เราต้องมี "พิมพ์เขียวฉบับเต็ม" (Genome) ซึ่งปัจจุบันเราไม่มีเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
ทำได้ใกล้เคียงทีเร็กซ์ที่สุด คือปลุกสัญชาตญาณนักล่าในตัว "ไก่"
อีกหนึ่งแนวคิดที่เป็นไปได้มากกว่าคือการดัดแปลงพันธุกรรมสัตว์ในปัจจุบัน เช่น การทำให้ "ไก่" มีฟันหรือหางยาวเหมือนบรรพบุรุษของมัน แต่นั่นก็มีคำถามตามมาว่า "นั่นคือไดโนเสาร์จริงๆ หรือแค่สัตว์ดัดแปลง?" ซึ่งในทางชีววิทยาถือว่าไม่ใช่การคืนชีพสายพันธุ์เดิม
คำถามใหญ่ด้านจริยธรรมเรา "ควร" จะปลุกชีพไดโนเสาร์ ไหม?
นอกจากเรื่องเทคโนโลยีแล้ว ยังมีประเด็นเรื่องระบบนิเวศและจริยธรรมที่ต้องพิจารณา อาทิ ในเรื่องของอาหารที่หายไป ซึ่ง พืชและหญ้าในปัจจุบันต่างจากเมื่อ 150 ล้านปีก่อนอย่างสิ้นเชิง ไดโนเสาร์อาจไม่มีอะไรกิน หรือ แม้กระทั้งเรื่องของพื้นที่ และ หน้าที่ในระบบนิเวศ
โลกปัจจุบันไม่มีที่ว่างให้ผู้ล่าขนาดมหึมาอย่างทีเร็กซ์ Dr. Susie Maidment ระบุว่าเราควรใช้เทคโนโลยีนี้คืนชีพสัตว์ที่ "มนุษย์เป็นต้นเหตุให้สูญพันธุ์" ที่ยังพอมีที่ทางในระบบนิเวศปัจจุบัน มากกว่าการปลุกอสูรกายจากยุคดึกดำบรรพ์
นโยบายคืนชีพไดโนเสาร์อาจเป็นสีสันที่สร้างความตื่นเต้นในเวทีการเมืองปี 2569 แต่ในทางปฏิบัติทางวิทยาศาสตร์นั้น "ยังห่างไกลจากความเป็นจริง" ทั้งด้วยข้อจำกัดทางพันธุกรรมและจริยธรรม แต่ทว่าฝันให้ไปไกลไปให้ถึงเราอาจจะได้เห็นสิ่งดีๆ ที่ดัดแปลงมาจากแนวคิดนี้ก็เป็นได้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
