รีเซต

นักวิชาการหนุน TH-AI Passport ชี้ AI คือทักษะแห่งอนาคตของคนไทย

นักวิชาการหนุน TH-AI Passport ชี้ AI คือทักษะแห่งอนาคตของคนไทย
TNN ช่อง16
2 มิถุนายน 2569 ( 14:30 )

กระแสการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญที่หลายประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญ โดยเฉพาะในมิติของการพัฒนาทุนมนุษย์ ความสามารถในการแข่งขัน และความมั่นคงทางดิจิทัลของประเทศ

ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา อาจารย์วิชานวัตกรรมกระบวนการสันติภาพ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม และผู้แทนเครือข่ายวิชาการเพื่อขับเคลื่อน AI เชิงสร้างสรรค์ สถาบันวิจัยความสุขชุมชน กล่าวว่า ประเทศที่ประสบความสำเร็จในระยะยาวไม่ได้เกิดจากการมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุดเสมอไป แต่เกิดจากการมีประชาชนที่สามารถใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เขามองว่าโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ AI อาจกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญไม่ต่างจากไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต หรือโทรศัพท์มือถือ หากประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีได้ไม่เท่าเทียม อาจนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำรูปแบบใหม่ในสังคม โดยผู้ที่เข้าถึง AI ก่อนจะมีโอกาสและความได้เปรียบมากกว่าผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงเครื่องมือดังกล่าว

นอกจากนี้ AI ยังเกี่ยวข้องกับแนวคิด “อธิปไตยทางดิจิทัล” หรือ Digital Sovereignty เนื่องจากข้อมูล ความรู้ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังกลายเป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต การพัฒนาทักษะ AI ให้กับประชาชนจึงเกี่ยวข้องทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และขีดความสามารถในการแข่งขันของชาติ

สำหรับโครงการ TH-AI Passport นั้น ผศ.ดร.นพดล ระบุว่า หลังจากศึกษารายละเอียดของโครงการ พบว่าสาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเปิดให้ใช้งาน AI ฟรี แต่เป็นความพยายามยกระดับทุนมนุษย์ของประเทศ ผ่านการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับโลกและเรียนรู้การใช้งานอย่างสร้างสรรค์ โดยตั้งเป้าหมายให้คนไทยไม่น้อยกว่า 5 ล้านคนสามารถเข้าถึงโอกาสดังกล่าว

เขาเห็นว่าโครงการนี้ควรถูกมองในฐานะ “โครงการพัฒนาคน” มากกว่า “โครงการเทคโนโลยี” เพราะท้ายที่สุดแล้วผู้ที่จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างธุรกิจ และพัฒนาประเทศ คือประชาชน ไม่ใช่ตัวเทคโนโลยีเอง

ผศ.ดร.นพดล ยังยกตัวอย่างประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ AI ในหลายภาคส่วน เช่น เกษตรกรสามารถวิเคราะห์ต้นทุนและวางแผนการผลิตได้แม่นยำขึ้น ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถใช้ AI ช่วยด้านการตลาด นักเรียนและนักศึกษามีเครื่องมือช่วยเรียนรู้ตลอด 24 ชั่วโมง ครูสามารถลดภาระงานเอกสาร ขณะที่ผู้สูงอายุและคนพิการสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการที่จำเป็นได้สะดวกมากขึ้น

ในประเด็นข้อวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับงบประมาณและความคุ้มค่าของโครงการ เขามองว่าเป็นเรื่องที่สามารถตั้งคำถามและตรวจสอบได้ตามหลักธรรมาภิบาล แต่ควรพิจารณาควบคู่กับ “ต้นทุนของการไม่ทำอะไรเลย” หรือ Cost of Inaction ด้วย

โดยยกตัวอย่างประเทศอย่างสิงคโปร์ เอสโตเนีย และเกาหลีใต้ ที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านทักษะใหม่ของประชาชนเพื่อรองรับโลกดิจิทัล มากกว่าการประเมินผลตอบแทนทางการเงินในระยะสั้นเพียงอย่างเดียว

ผศ.ดร.นพดล ระบุว่า หากคนไทย 5 ล้านคนสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้เพียงคนละ 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาวอาจมีมูลค่าสูงกว่างบประมาณของโครงการอย่างมีนัยสำคัญ

เขายังเน้นว่า ความสำเร็จของโครงการใดก็ตามจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวระบบหรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเป็นโครงการที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง สามารถช่วยเพิ่มรายได้ เพิ่มโอกาสทางการศึกษา และยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างเป็นรูปธรรม

พร้อมทิ้งท้ายว่า ในศตวรรษที่ 21 ความมั่นคงของชาติไม่ได้วัดจากกำลังทางทหารเท่านั้น แต่รวมถึงคุณภาพของประชาชน ความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางไซเบอร์ และศักยภาพในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง