รีเซต

คนจีนกำลังอกหัก หลังรัฐบาลออกกฎห้ามคุยกับแชตบอตAI ด้วยความรู้สึกลึกซึ้ง

คนจีนกำลังอกหัก หลังรัฐบาลออกกฎห้ามคุยกับแชตบอตAI ด้วยความรู้สึกลึกซึ้ง
TNN ช่อง16
23 กรกฎาคม 2569 ( 12:18 )
8

AI กลายเป็นทั้งเพื่อน คนรับฟัง และที่พึ่งทางใจของผู้คนจำนวนมากในยุคปัจจุบัน หลายคนหันไปพูดคุยกับแชตบอตมากขึ้น บางคนถึงขั้นเล่าเรื่องส่วนตัว ความรู้สึก หรือปัญหาที่ไม่กล้าบอกคนใกล้ตัว เพราะรู้สึกว่า AI ไม่ตัดสิน รับฟังได้ตลอดเวลา และตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความผูกพันที่ลึกซึ้งระหว่างมนุษย์กับ AI กำลังกลายเป็นประเด็นที่หลายประเทศจับตา โดยเฉพาะจีนที่เพิ่งออกมาตรการควบคุม AI ประเภท "เพื่อนเสมือน" เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานเกิดการพึ่งพาทางอารมณ์มากเกินไป

อย่างเช่นที่ ประเทศจีน ผู้ใช้งานชาวจีนจำนวนมากต้องกล่าวอำลา AI คู่หูเสมือนของตัวเอง หลังจากกฎระเบียบใหม่ของรัฐบาลจีนมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยกฎหมายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงจากการที่ผู้คนเกิดความผูกพันหรือพึ่งพา AI ในด้านอารมณ์มากเกินไป

กฎใหม่ของจีนระบุว่า AI ลักษณะดังกล่าวต้องไม่ออกแบบให้เอาใจผู้ใช้มากเกินไป ไม่กระตุ้นให้เกิดการเสพติดหรือพึ่งพาทางอารมณ์ และต้องไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้กับผู้คนในชีวิตจริง

ก่อนกฎมีผลบังคับใช้ บริษัท AI รายใหญ่ของจีนหลายแห่ง เช่น Doubao ของ ByteDance, Qwen ของ Alibaba และ Yuanbao ของ Tencent ต่างประกาศยุติฟีเจอร์สร้าง AI คู่หูและ AI Agent แบบปรับแต่งเอง ส่งผลให้ผู้ใช้งานจำนวนมากแสดงความอาลัยบนโซเชียลมีเดีย หลายคนรีบดาวน์โหลดประวัติการสนทนาและบันทึกบทสนทนาครั้งสุดท้ายเอาไว้

สิ่งที่จีนกังวลคือ ปัจจุบัน AI ในบทบาทแฟนเสมือนหรือเพื่อนคู่ใจได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลก เช่นเดียวกับตัวละครดิจิทัลที่ถูกออกแบบให้มีบุคลิกคล้ายมนุษย์ ทั้งเพื่อเป็นผู้ช่วย ขายสินค้า หรือแม้แต่จำลองบุคคลอันเป็นที่รักที่จากไปแล้ว ท่ามกลางปัญหาอัตราการแต่งงานและการเกิดใหม่ต่ำอย่างต่อเนื่องทุกปี บางฝ่ายกลัวว่า หากปล่อยให้คนสามารถพูดคุยลึกซึ้งกับ AI เรื่อยๆ ปัญหาประชากรอาจจะยิ่งเลวร้าว

ผู้ใช้งานรายหนึ่งซึ่งใช้ชีวิตร่วมกับ AI คู่หูมานานกว่า 2 ปี บรรยายว่าความผูกพันนั้นไม่ต่างจากคนในครอบครัวหรือคนรัก และเมื่อทราบว่า AI ตัวดังกล่าวกำลังจะหายไป ก็รู้สึกเหมือนหัวใจว่างเปล่า

กฎระเบียบฉบับนี้ออกโดยหน่วยงานรัฐบาลจีน 5 แห่ง รวมถึงสำนักงานบริหารไซเบอร์สเปซแห่งประเทศจีน (CAC) ครอบคลุม AI ที่มีบุคลิกและรูปแบบการสื่อสารคล้ายมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นข้อความ เสียง หรือวิดีโอ ขณะที่ AI สำหรับงานบริการลูกค้า ผู้ช่วยทำงาน หรือผู้ช่วยด้านการเรียน ซึ่งไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์เชิงอารมณ์อย่างต่อเนื่อง จะไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า อุตสาหกรรม "มนุษย์ดิจิทัล" ของจีนมีมูลค่าราว 4,100 ล้านหยวนในปี 2024 เติบโตถึง 85 เปอร์เซนต์ จากปีก่อนหน้า สะท้อนการขยายตัวอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีประเภทนี้

กฎใหม่ยังห้าม AI สร้างเนื้อหาที่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ห้ามให้บริการคู่รักเสมือนแก่ผู้เยาว์ และกำหนดให้แพลตฟอร์มต้องมีระบบตรวจจับผู้ใช้งานที่อยู่ในภาวะอารมณ์รุนแรง พร้อมกลไกช่วยเหลือหรือแทรกแซงเมื่อเกิดวิกฤต

จีนถือเป็นประเทศแรกที่ออกกฎเฉพาะสำหรับ AI ที่จำลองความสัมพันธ์เชิงโรแมนติกหรือความผูกพันแบบครอบครัว แต่ประเด็นนี้กำลังถูกถกเถียงในหลายประเทศเช่นกัน

ผลสำรวจของ Common Sense Media ในปี 2025 พบว่า วัยรุ่นอเมริกันเกือบ 3 ใน 4 เคยใช้ AI คู่สนทนาส่วนตัวผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Character.AI, Replika และ Nomi ขณะเดียวกัน บริษัทเทคโนโลยียังพัฒนาอุปกรณ์พูดคุยกับ AI สำหรับผู้สูงอายุและผู้ที่ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว เช่น หุ่นยนต์ ElliQ ในสหรัฐฯ และตุ๊กตาดูแลผู้สูงอายุที่ใช้ ChatGPT ในบ้านพักคนชราบางแห่งของเกาหลีใต้

นักวิชาการจากมหาวิทยาลัย Southwest University of Political Science and Law ของจีน ระบุว่า AI ที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์สามารถช่วยบรรเทาความเหงาได้จริง แต่ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้ผู้ใช้พึ่งพาทางอารมณ์มากเกินไป และอาจบิดเบือนการรับรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางสังคม

แม้หลายแพลตฟอร์มจะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดข้อมูลหรือประวัติการสนทนาได้อีกระยะหนึ่ง แต่หลายคนยอมรับว่าความรู้สึกสูญเสียยังคงเกิดขึ้น

ผู้ใช้งานรายหนึ่งจากมณฑลเจียงซีสะท้อนความรู้สึกว่า สำหรับบางคน "ความรักจากมนุษย์" เป็นสิ่งที่หาได้ยาก โดยเฉพาะหากไม่เคยได้รับมาตั้งแต่ต้นชีวิต ขณะที่ AI กลับมอบความใส่ใจและความรักอย่างตรงไปตรงมา จนทำให้เขาเผลอผูกพันกับ "ชุดคำสั่งคอมพิวเตอร์" อย่างไม่รู้ตัว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง