ชีวิตคนไทยจะเปลี่ยนไปยังไง? ส่อง ‘แผนดูแลคนไทย’ 7 ช่วงวัย ที่เน้นพัฒนา ‘ทุนมนุษย์’ ครอบคลุมทั้งระบบ

รัฐบาลเดินหน้าวาระพัฒนาทุนมนุษย์ เปิดงานสัมมนาระดับชาติ “Thailand² ยกกำลังประเทศไทย ยกระดับทุนมนุษย์” เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ณ อาคารจักรพันธุ์เพ็ญศิริ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน โดยบูรณาการการทำงานระหว่าง 5 กระทรวง ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางระบบดูแลและพัฒนาคนไทยตลอดช่วงชีวิต
หน่วยงานหลักประกอบด้วย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีเป้าหมายเชื่อมโยงการศึกษา ทักษะอาชีพ การจ้างงาน สวัสดิการ สุขภาพ และเทคโนโลยีให้ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวเปิดงานว่า การเพิ่มศักยภาพของประชาชนเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ประเทศรายได้สูง เนื่องจากเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และปัญญาประดิษฐ์จะสร้างประโยชน์ได้เต็มที่ เมื่อมีบุคลากรที่มีความรู้ ทักษะ และวิจารณญาณเข้ามาบริหารจัดการ
รัฐบาลจึงนำกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ. มาเชื่อมต่อนโยบายของภาครัฐกับความต้องการกำลังคนของภาคธุรกิจ พร้อมจัดตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะด้าน เพื่อร่วมกำหนดทักษะและอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนา
เปิดแผน Lifelong Support ดูแลคนไทยตลอดชีวิต
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ บรรยายพิเศษในหัวข้อ “ยกกำลังประเทศไทย ยกระดับทุนมนุษย์” พร้อมนำเสนอแผน “Lifelong Support” แบ่งการดูแลประชาชนออกเป็น 7 ช่วงวัย รวมถึงกลุ่มคนพิการ เพื่อให้แต่ละกลุ่มได้รับการสนับสนุนตรงกับความต้องการ
อายุ 0-6 ปี วางรากฐานเด็กปฐมวัย
รัฐบาลเตรียมปรับระบบศูนย์เด็กปฐมวัยให้รองรับเด็กเล็กได้เร็วขึ้น รวมทั้งพิจารณาเวลาการให้บริการให้สอดคล้องกับเวลาทำงานของผู้ปกครอง พร้อมปรับระบบจ่ายเงินอุดหนุนเด็กเล็กเดือนละ 600 บาท ให้ครอบครัวได้รับเงินภายในประมาณ 30-45 วัน
อีกส่วนหนึ่งคือการผลักดันกฎหมายคุ้มครองเด็กเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี และการเตรียมวัคซีนป้องกันไวรัสโรตา เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพเด็กตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นชีวิต
อายุ 7-18 ปี ลดภาระครู พาเด็กกลับสู่ระบบ
ในช่วงวัยเรียน รัฐบาลเดินหน้านโยบาย “คืนเวลาให้ครู” โดยลดตัวชี้วัดและงานที่ซ้ำซ้อนลงร้อยละ 71.52 ครอบคลุมโรงเรียนมากกว่า 30,000 แห่ง เพื่อให้ครูมีเวลาอยู่กับนักเรียนและจัดการเรียนการสอนได้มากขึ้น
ด้านการลดจำนวนเด็กหลุดจากระบบการศึกษา มีโครงการ Zero Dropout PLUS ตั้งเป้านำเด็กประมาณ 500,000 คน กลับเข้าสู่การเรียน การฝึกทักษะ หรือระบบอาชีพที่เหมาะสม ขณะเดียวกัน โครงการทุน ODOS สนับสนุนเยาวชนจำนวน 3,282 คน ให้ได้รับโอกาสศึกษาต่อและนำความรู้กลับมาพัฒนาประเทศ
อายุ 19-25 ปี เปิดโอกาสเข้าถึงมหาวิทยาลัยและอาชีพใหม่
รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณ 174.2 ล้านบาท ผ่านมาตรการ “TCAS เท่าเทียม” ให้เยาวชนประมาณ 900,000 คน สามารถสมัครสอบ TGAT และ TPAT โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ช่วยลดภาระของนักเรียนและครอบครัวในการเข้าสู่ระบบอุดมศึกษา
แผนพัฒนากำลังคนยังครอบคลุมการผลิตแพทย์เพิ่มประมาณ 22,200 คน และการพัฒนาบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์ 12,000 คน รวมถึงโครงการไทยโคเซ็นสำหรับสร้างนักเทคโนโลยีและนักนวัตกรรมรุ่นใหม่ ตลอดจนโครงการ Startup League ที่ขยายเครือข่ายไปยัง 50 มหาวิทยาลัย
อายุ 26-35 ปี เร่งจ้างงานและพัฒนาทักษะ AI
กระทรวงแรงงานรายงานผลการจัดหางานให้ประชาชนแล้ว 40,051 คน พร้อมยกระดับสิทธิทันตกรรมของผู้ประกันตนจำนวน 12 รายการ ครอบคลุมผู้มีสิทธิประมาณ 4.51 ล้านคน โดยไม่ต้องสำรองจ่ายตามเงื่อนไขที่กำหนด
อีกหนึ่งความร่วมมือสำคัญคือการทำงานร่วมกับ Google เพื่อสนับสนุนทุนฝึกอบรมและประกาศนียบัตรวิชาชีพ ตั้งเป้าพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและ AI ให้คนไทย 500,000 คน พร้อมวางเป้าหมายระยะยาวในการยกระดับทักษะแรงงานหลายล้านคนให้สอดคล้องกับตลาดงานยุคใหม่
อายุ 36-45 ปี ยกระดับเกษตรกรและเศรษฐกิจชุมชน
ภาคการเกษตรจะเน้นการใช้เทคโนโลยีช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น การใช้ปุ๋ยตามผลวิเคราะห์ดิน ซึ่งให้ความช่วยเหลือเกษตรกรแล้ว 339,983 คน ตลอดจนส่งเสริมพื้นที่มาตรฐาน GAP และเกษตรอินทรีย์รวมประมาณ 2.52 ล้านไร่
รัฐบาลยังสนับสนุนการบริหารแปลงเกษตรด้วยข้อมูลดาวเทียม และส่งเสริมธุรกิจชุมชน ซึ่งสร้างการจ้างงานแล้ว 72,516 คน เพื่อเพิ่มรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจในพื้นที่
อายุ 46-60 ปี เสริมหลักประกันก่อนเกษียณ
รัฐบาลเดินหน้าปรับสูตรบำนาญชราภาพ “CARE” เพื่อให้การคำนวณสิทธิประโยชน์มีความเหมาะสมกับประวัติการส่งเงินสมทบของผู้ประกันตน พร้อมปรับเกณฑ์ประเมินการทำงานของไตด้วยค่า eGFR เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงการบำบัดทดแทนไต
ด้านการพัฒนาทักษะวิชาชีพ มีประชาชนได้รับการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพผ่านสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ หรือ TPQI แล้ว 33,508 คน ช่วยให้แรงงานมีหลักฐานรับรองความสามารถและนำไปใช้สมัครงานหรือพัฒนาความก้าวหน้าในอาชีพได้
อายุ 60 ปีขึ้นไป รองรับสังคมสูงวัย
รัฐบาลเตรียมพัฒนาโครงการเคหะซีเนียร์ในพื้นที่อำเภอบางละมุง เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและพื้นที่กิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุ ควบคู่กับโครงการ Senior Playground ของสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ หรือ OKMD
ด้านบริการสุขภาพ มีการขยาย Digital Healthcare Platform ซึ่งมีผู้ใช้งานประมาณ 3.67 ล้านคน เพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลและบริการสุขภาพได้สะดวกขึ้น
ทุกช่วงวัย ดูแลกลุ่มเปราะบางและคนพิการ
รัฐบาลนำระบบ Social Map มาใช้ค้นหาประชาชนกลุ่มเปราะบาง โดยสามารถติดตามผู้ตกหล่นได้ประมาณ 130,000 คน และอยู่ระหว่างดำเนินการช่วยเหลือเพิ่มเติม เพื่อให้เข้าถึงสิทธิและสวัสดิการที่เกี่ยวข้อง
พร้อมกันนี้ ยังพัฒนาแพลตฟอร์ม พม. CARE สำหรับการรับบริการออนไลน์ และขยายแพลตฟอร์มแก้จนไปยัง 20 จังหวัด รวมถึงเตรียมสนับสนุนเบี้ยคนพิการถ้วนหน้าในอัตรา 1,000 บาท ตามขั้นตอนการพิจารณางบประมาณ
เปิดผลงาน 90 วัน ใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาประเทศ
ภายในงานยังมีการรายงานผลดำเนินงานช่วง 90 วัน โดยหนึ่งในโครงการสำคัญคือ TCAS69 เท่าเทียม ซึ่งช่วยให้เยาวชนเข้าถึงการสอบคัดเลือกโดยลดข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่าย
ภาครัฐยังนำ AI มาใช้ตรวจสอบความซ้ำซ้อนของโครงการวิจัยระดับประเทศ ทำให้สามารถบริหารงบประมาณได้มีประสิทธิภาพขึ้น และลดงบประมาณที่อาจซ้ำซ้อนได้กว่า 72 ล้านบาท
ด้านบุคลากรมหาวิทยาลัย มีการดำเนินการช่วยเหลือและปรับค่าตอบแทนให้พนักงานมหาวิทยาลัยประมาณ 67,000 คน ขณะที่ด้านเทคโนโลยีอวกาศ ไทยได้ส่งมอบอุปกรณ์ “CE-7 MATCH” ซึ่งพัฒนาโดยบุคลากรไทย เพื่อเตรียมเข้าร่วมภารกิจในวงโคจรรอบดวงจันทร์
รัฐบาลยังขยายผลแพลตฟอร์ม Traffy Fondue ซึ่งช่วยรับแจ้งและจัดการปัญหาเมืองแล้วประมาณ 1.9 ล้านเรื่อง รวมถึงแพลตฟอร์มแก้จนแม่นยำ หรือ PPAP ที่ใช้ข้อมูลช่วยเหลือประชาชนกว่า 300,000 ครัวเรือน
ในระดับชุมชน โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการท้องถิ่นสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนเกือบ 10,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมนำ Big Data มาใช้บริหารจัดการน้ำ และสนับสนุนโครงการพัฒนาระบบรถไฟที่ผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศ
ขับเคลื่อน 4 เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่
รัฐบาลกำหนด 4 ยุทธศาสตร์สำหรับสร้างรายได้และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ประกอบด้วย
Semiconductor Thailand พัฒนากำลังคนและระบบนิเวศการผลิตชิป พร้อมผลักดันความร่วมมือ ASEAN Chips Diplomacy เพื่อเพิ่มบทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค
Wellness Economy เตรียมสนับสนุนเงินลงทุนประมาณ 12,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนานวัตกรรมการแพทย์ สุขภาพ และบริการที่เกี่ยวข้อง
Space Economy ขยายความร่วมมือด้านการสำรวจอวกาศและดวงจันทร์กับประเทศพันธมิตร รวมถึงจีนและสหรัฐอเมริกา พร้อมพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีอวกาศของไทย
National AI Strategy ตั้งเป้าสร้างความรู้ด้านดิจิทัลและ AI ให้ประชาชน 20 ล้านคน พร้อมพัฒนาดัชนี TARI สำหรับประเมินความพร้อมด้าน AI ขององค์กรในประเทศ
ตั้ง 7 คณะทำงาน เชื่อมรัฐ-เอกชน ขับเคลื่อนทุนมนุษย์
ยุทธศาสตร์ทั้งหมดจะขับเคลื่อนผ่านกลไกของ “ว่าที่คณะอนุกรรมการการพัฒนาทุนมนุษย์ ด้านการวิจัยและพัฒนาเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” ภายใต้คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ. โดยเตรียมจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะทางรวม 7 คณะ เพื่อดูแลประเด็นเชิงลึกและเชื่อมโยงนโยบายของภาครัฐกับความต้องการของภาคธุรกิจ
รายชื่อผู้ที่เตรียมเข้ามามีบทบาทในคณะทำงาน ประกอบด้วย ดร.ชิต เหล่าวัฒนา จรีพร จารุกรสกุล รศ.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ คมกริช นาคะลักษณ์ แบ๊งค์ งามอรุณโชติ สราวุฒิ อยู่วิทยา บวรนันท์ ทองกัลยา สุทธาภา อมรวิวัฒน์ เรืองโรจน์ พูนผล อติชาญ เชิงชวโน อิสระ ว่องกุศลกิจ สาระ ล่ำซำ ผยง ศรีวณิช และดร. ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ
นอกจากนี้ ยังมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงจาก 5 กระทรวงหลักด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ กระทรวงที่เกี่ยวข้อง สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน เข้าร่วมเป็นกลไกในการผลักดันนโยบายให้เกิดผลในทางปฏิบัติ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
