เช็กด่วนก่อนใจพัง! "6 ประเภทความสัมพันธ์เป็นพิษ" ในสังคมไทย ตอนนี้คุณติดอยู่ในข้อไหน?

Toxic Relationships 6 ชนิด ที่พบได้บ่อยที่สุดในคนไทย คุณกำลังเจอแบบไหน?
ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษไม่ได้แปลว่าใครคนหนึ่งต้องเป็น “คนเลว” เสมอไป แต่คือรูปแบบความสัมพันธ์ที่ค่อยๆทำให้เรารู้สึกเล็กลง เหนื่อยขึ้น กลัวมากขึ้น และสงสัยคุณค่าของตัวเองมากขึ้น โดยข้อมูลระดับโลกพบว่าความรุนแรงจากคู่รักสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และปัญหาสุขภาพจิตหลายด้าน และในสังคมไทย บางแผลไม่ได้เริ่มจากรอยช้ำบนร่างกาย แต่เริ่มจากรอยร้าวในใจที่คนอื่นมองไม่เห็น
1. ความสัมพันธ์แบบควบคุมทุกอย่าง
ไม่ใช่แค่ห่วง แต่ตรวจสอบว่าคุณคุยกับใคร ไปไหน แต่งตัวยังไง ทำไมตอบช้า และมักถูกแต่งหน้าให้ดูสวยด้วยคำว่า “ก็รักไงถึงหวง” ทั้งที่ความรักที่ดีไม่ควรทำให้เรารู้สึกเหมือนต้องรายงานตัวทุกครั้งที่หายใจ
2. ความสัมพันธ์แบบทำให้เราสงสัยตัวเอง
คุณเจ็บจริง แต่ถูกบอกว่า “คิดมากไปเอง” “อ่อนไหวเกินไป” หรือ “พูดเล่นแค่นี้เอง” จนสุดท้ายคุณเริ่มไม่เชื่อความรู้สึกตัวเอง ทั้งที่ความรู้สึกก็เหมือนไฟเตือนบนหน้าปัดรถ ถ้ามันเตือนซ้ำๆเราไม่ควรแค่ปิดไฟแล้วบอกว่ารถยังปกติดี
3. ความสัมพันธ์แบบลงโทษด้วยความเงียบ
อีกฝ่ายไม่ด่า ไม่ตะโกน แต่หายไป ไม่ตอบ ทำเย็นชา จนคุณต้องเดาเองว่าผิดอะไร และกลายเป็นฝ่ายไล่ตามหรือขอโทษก่อน ทั้งที่การขอเวลาสงบใจคือการดูแลอารมณ์ แต่การเงียบเพื่อให้อีกฝ่ายทรมานคือการใช้อำนาจ
4. ความสัมพันธ์แบบบุญคุณท่วมหัว
พบได้บ่อยในวัฒนธรรมที่ให้ค่ากับความกตัญญู เกรงใจ และรักษาหน้า แต่บางความสัมพันธ์ใช้คำว่า “บุญคุณ” เป็นเชือกผูกคอทางอารมณ์ เช่น “ถ้าไม่มีฉันเธอไม่มีวันนี้” หรือ “เป็นครอบครัวกันต้องทน” ทั้งที่ความกตัญญูไม่ควรแปลว่าต้องยอมเจ็บซ้ำๆโดยไม่มีสิทธิ์ตั้งขอบเขต
5. ความสัมพันธ์แบบร้อนหนาวไม่แน่นอน
วันนี้ดีมาก พรุ่งนี้หายไป วันนี้รักมาก พรุ่งนี้เย็นชา รูปแบบนี้อันตรายเพราะสมองมนุษย์ติดรางวัลที่มาไม่แน่นอนได้ง่าย คล้ายเกมหรือโซเชียลมีเดียที่ทำให้เรารอว่าเมื่อไรเขาจะกลับมาเป็นคนเดิม ทั้งที่คนเดิมคนนั้นอาจโผล่มาแค่พอให้เราไม่กล้าเดินออกไป
6. ความสัมพันธ์แบบผู้กอบกู้กับผู้ถูกกอบกู้
คนหนึ่งต้องเป็นหมอ เป็นพ่อแม่ เป็นนักบำบัด และเป็นหน่วยกู้ภัยทางอารมณ์ให้อีกฝ่ายตลอดเวลา จนความรักกลายเป็นเวรยาม 24 ชั่วโมง ซึ่งความเมตตาเป็นสิ่งงดงามครับ แต่ถ้ามันทำให้คุณหมดแรง หมดตัว และหมดความเป็นตัวเอง ความสัมพันธ์นั้นอาจไม่ได้ต้องการแค่ความรัก แต่อาจต้องการระบบช่วยเหลือที่จริงจังกว่านั้น
บทสรุป
ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกเหมือนมีบางข้อแทงใจมากเป็นพิเศษ นั่นไม่ได้แปลว่าคุณอ่อนแอ แต่มันอาจแปลว่าระบบเตือนภัยในใจของคุณกำลังพยายามบอกอะไรบางอย่าง และถ้าความสัมพันธ์นั้นมีการข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย บังคับทางเพศ ควบคุมการเงิน กักขัง แยกคุณออกจากคนอื่น หรือทำให้คุณเริ่มคิดว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การพิสูจน์ว่าใครผิด แต่คือการพาตัวเองไปสู่พื้นที่ปลอดภัยและขอความช่วยเหลือจากคนที่ไว้ใจหรือผู้เชี่ยวชาญ
เพจ คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา https://www.facebook.com/D2JED
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
