รัฐบาลลุยจัดระเบียบสถานรองรับเด็กทั่วประเทศ

วันนี้ (31 สิงหาคม 2569) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เดินหน้ายกระดับสวัสดิภาพเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ โดยกำหนดให้การเข้าสู่สถานสงเคราะห์เป็น “ทางเลือกสุดท้าย” และเน้นการเลี้ยงดูเด็กในรูปแบบครอบครัวหรือชุมชนเป็นหลัก เพื่อให้เด็กเติบโตในสภาพแวดล้อมที่มั่นคงและปลอดภัย
รัฐบาลวางแนวทางสำคัญในการคุ้มครองดูแลเด็ก โดยมุ่งเสริมความเข้มแข็งของครอบครัวและชุมชน ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานสถานสงเคราะห์และสถานรองรับเด็กทุกแห่ง เพื่อให้เด็กที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลนอกครอบครัวได้รับบริการที่เหมาะสม ปลอดภัย และมีการกำกับติดตามอย่างใกล้ชิด
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลได้วางแนวทางส่งเสริมให้สถานสงเคราะห์และสถานรองรับเด็กทุกแห่งปฏิบัติงานตามมาตรฐานการเลี้ยงดูเด็กและนโยบายการปกป้องคุ้มครองเด็กอย่างเคร่งครัด พร้อมมอบหมายให้กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดระเบียบสถานรองรับเด็กของภาคเอกชนและองค์กรสาธารณประโยชน์ทั่วประเทศ โดยเฉพาะสถานที่ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนหรือไม่ได้รับอนุญาต เพื่อให้เข้าสู่ระบบและปฏิบัติตามมาตรฐานสวัสดิภาพเด็กอย่างครบถ้วน
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเร่งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัวและชุมชน สามารถดูแลเด็กได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย ลดการนำเด็กเข้าสู่สถานรองรับโดยไม่จำเป็น พร้อมส่งเสริมรูปแบบการเลี้ยงดูทดแทน ทั้งครอบครัวเครือญาติอุปถัมภ์ ครอบครัวอุปถัมภ์ และครอบครัวบุญธรรม ควบคู่กับการช่วยเหลือและเตรียมความพร้อมครอบครัวเดิม เพื่อให้เด็กสามารถกลับไปเติบโตกับครอบครัวได้เมื่อมีความพร้อม
ทั้งนี้ ข้อมูลของกระทรวง พม. เมื่อปี 2568 พบว่า มีสถานรองรับเด็กในการกำกับดูแลรวม 407 แห่ง แบ่งเป็นภาครัฐ 108 แห่ง และภาคเอกชน 299 แห่ง มีเด็กอยู่ในการดูแลรวม 16,701 คน โดยสถานรองรับเด็กภาคเอกชน 299 แห่ง แบ่งเป็นสถานที่ได้รับอนุญาต 134 แห่ง ดูแลเด็ก 6,508 คน และยังไม่ได้รับอนุญาต 165 แห่ง ดูแลเด็ก 5,772 คน ซึ่งมากกว่าครึ่งของสถานรองรับเด็กภาคเอกชนทั้งหมด รัฐบาลจึงเร่งจัดระเบียบและยกระดับมาตรฐาน เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ปลอดภัย และเป็นไปตามกฎหมาย
“เด็กควรได้เติบโตในครอบครัว หากมีความจำเป็นต้องเข้าสู่สถานรองรับเด็ก ต้องเป็นทางเลือกสุดท้าย และเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย ต้องมีการวางแผนให้เด็กกลับคืนสู่ครอบครัวหรือชุมชน” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
