รื้อเกณฑ์-เช็กย้อนหลัง 1 ปี! รัฐปิดช่องโหว่สัญชาติ สกัดนอมินีต่างชาติ

รื้อกระบวนการขอสัญชาติ ตั้งแต่ต้นทางถึงการตรวจสอบย้อนหลัง
รัฐบาลเดินหน้าจัดระเบียบสังคม หลังการปราบปรามภัยสังคมและเครือข่ายนอมินีพบหลายคดีมีความเชื่อมโยงกับบุคคลต่างชาติที่ถือสัญชาติไทย เตรียมทบทวนตั้งแต่ขั้นตอนการขอสัญชาติ หลักเกณฑ์ และกระบวนการพิจารณา พร้อมตรวจสอบย้อนหลังการได้มาซึ่งสัญชาติไทยเป็นเวลา 1 ปี หวังอุดช่องว่างทางกฎหมายและยกระดับระบบบริหารจัดการด้านสถานะและสัญชาติให้รัดกุมมากขึ้น
รัฐบาลทบทวนกระบวนการขอสัญชาติไทย
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้บูรณาการการทำงานของทุกกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อเดินหน้าจัดระเบียบสังคมและแก้ไขปัญหาการใช้ช่องว่างของกฎหมาย
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการทบทวนระบบและหลักเกณฑ์การขอสัญชาติไทย หลังพบจากการดำเนินคดีเกี่ยวกับภัยสังคมและเครือข่ายนอมินีว่า มีบางกรณีที่เกี่ยวข้องกับบุคคลต่างชาติซึ่งถือสัญชาติไทย
คณะกรรมการทำงานชุดเฉพาะกิจจัดระเบียบสังคมของกระทรวงมหาดไทย (ฉกอ.) จึงมีมติให้ทบทวนกระบวนการขอสัญชาติไทย ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นคำขอ หลักเกณฑ์ ไปจนถึงกระบวนการพิจารณา รวมถึงตรวจสอบย้อนหลังถึงที่มาของการได้มาซึ่งสัญชาติไทย
ข้อมูลจากการตรวจสอบจะถูกนำมาใช้ประกอบการพิจารณาปรับปรุงพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเพิ่มความรัดกุมของระบบ
ตรวจย้อนหลัง 1 ปี ค้นหาความผิดปกติ
มาตรการสำคัญที่รัฐบาลเตรียมดำเนินการคือการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง 1 ปี เพื่อค้นหาความผิดปกติ ตลอดจนพิจารณาว่ากระบวนการในปัจจุบันมีช่องว่างส่วนใดที่อาจถูกนำไปใช้ในทางมิชอบ การตรวจสอบดังกล่าวจะเป็นฐานข้อมูลสำหรับการทบทวนหลักเกณฑ์และพิจารณาปรับปรุงกฎหมาย โดยมุ่งให้การบริหารจัดการเรื่องสถานะและสัญชาติของไทยมีความเหมาะสมกับบริบทปัจจุบันมากขึ้น เป้าหมายไม่ได้อยู่เพียงการตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ยังรวมถึงการป้องกันไม่ให้ช่องว่างของระบบถูกนำไปใช้เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมายในอนาคต
ยกระดับความรู้เจ้าหน้าที่-เปิดทางประชาชนแจ้งเบาะแส
นอกจากการทบทวนระบบในส่วนกลาง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ยังเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายคนเข้าเมืองให้แก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ ไปจนถึงหมู่บ้านและชุมชน แนวทางดังกล่าวมุ่งเสริมกลไกเฝ้าระวังในพื้นที่ เปิดทางให้เจ้าหน้าที่และประชาชนมีส่วนร่วมในการสังเกตพฤติการณ์ที่อาจผิดปกติ และแจ้งเบาะแสต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กรณีที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือการนำบัตรประจำตัวประชาชนหรือข้อมูลของคนไทยไปใช้สวมสิทธิเพื่อจัดตั้งบริษัท ซึ่งที่ผ่านมาเคยตรวจพบกรณีในลักษณะที่อาจนำไปสู่การใช้คนไทยเป็นนอมินี เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมาย
ไล่ตรวจที่พักระยะสั้นผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
อีกด้านหนึ่ง กระทรวงมหาดไทยยังเดินหน้าตรวจสอบสถานที่พักที่อาจประกอบกิจการโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยกรมการปกครองได้จัดทำข้อมูลสถานที่พักทั่วประเทศที่ให้บริการห้องพักระยะสั้นผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และแจ้งให้ทุกจังหวัดตรวจสอบข้อเท็จจริง
หากพบว่ามีการประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต หรือไม่มีหนังสือรับแจ้งการเป็นสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม จะให้ตรวจสอบถึงปัญหาและอุปสรรคในการขอรับใบอนุญาต พร้อมพิจารณาปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
จาก “อุดช่องโหว่” สู่การปรับระบบระยะยาว
มาตรการทั้งหมดสะท้อนแนวทางของรัฐบาลที่ต้องการจัดการปัญหาในเชิงระบบ ไม่เพียงติดตามดำเนินคดีเมื่อพบการกระทำผิด แต่จะนำข้อมูลจากคดีและการตรวจสอบในพื้นที่กลับมาทบทวนกระบวนการทำงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
การตรวจสอบย้อนหลัง 1 ปี จึงเป็นอีกขั้นตอนสำคัญในการค้นหาความผิดปกติและประเมินช่องว่างของระบบ ก่อนนำข้อมูลไปใช้ประกอบการพิจารณาปรับปรุงพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508
รัฐบาลระบุว่า แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการใช้ช่องว่างของกฎหมายในทางมิชอบ สกัดการใช้คนไทยเป็นนอมินี และคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของประชาชนไทย ควบคู่กับการสร้างความมั่นคงในการบริหารจัดการด้านสถานะและสัญชาติให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
