รีเซต

งบฯ 70 วงเงิน 3.788 ล้านล้าน ถกอะไรบ้างก่อนเข้าสู่โค้งสุดท้าย

งบฯ 70 วงเงิน 3.788 ล้านล้าน ถกอะไรบ้างก่อนเข้าสู่โค้งสุดท้าย
TNN ช่อง16
10 กันยายน 2569 ( 20:38 )
2

ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท เดินทางเข้าสู่ช่วงสำคัญของการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร หลังสมาชิกอภิปรายและลงมติรายมาตราต่อเนื่องหลายวัน โดยประเด็นที่ถูกหยิบขึ้นมาหารือครอบคลุมตั้งแต่ภาพรวมฐานะการคลังของประเทศ ไปจนถึงรายละเอียดการใช้จ่ายของกระทรวงและหน่วยงานรัฐ

ตลอดการพิจารณามีทั้งข้อเสนอให้ปรับลดงบประมาณ การตั้งข้อสังเกตเรื่องความคุ้มค่าของโครงการ และคำชี้แจงจากกรรมาธิการวิสามัญฯ ขณะที่รัฐบาลและฝ่ายค้านได้หารือเรื่องการบริหารเวลา เพื่อให้กระบวนการพิจารณาสามารถเดินหน้าได้ตามกรอบที่กำหนด

เปิดข้อถกเถียงจากโครงสร้างงบและพื้นที่ทางการคลัง

ประเด็นระดับภาพรวมเริ่มชัดเจนในการพิจารณามาตรา 4 เมื่อวันที่ 7 กันยายน โดย นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เสนอปรับลดวงเงินในภาพรวมร้อยละ 10 เพื่อเปิดโอกาสให้คณะรัฐมนตรีนำงบกลับไปจัดลำดับความสำคัญใหม่ โดยเสนอให้มุ่งไปยังปัญหา 5 ด้าน ได้แก่ การศึกษา สังคมสูงอายุ หนี้ครัวเรือน ประสิทธิภาพการผลิต และการปรับตัวด้านเทคโนโลยี

ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอปรับลดงบประมาณรวม 150,000 ล้านบาท โดยให้ความสำคัญกับการรักษาพื้นที่ทางการคลัง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงหลักเกณฑ์การนับรายจ่ายลงทุน โดยเฉพาะงบกลางและค่าบริการคลาวด์ภาครัฐบางรายการ

ด้าน นายอนุรักษ์ จุรีมาศ สส.ร้อยเอ็ด พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานกรรมาธิการวิสามัญฯ ยืนยันต่อสภาว่า การพิจารณาของกรรมาธิการดำเนินการอย่างรอบคอบ โปร่งใส และเป็นไปตามกฎหมาย

งบมหาดไทย จุดถกเถียงจากชายแดนถึงการจัดซื้อครุภัณฑ์

เมื่อการพิจารณาลงมาถึงงบกระทรวงมหาดไทย วงเงินกว่า 226,000 ล้านบาท ประเด็นที่สมาชิกให้ความสำคัญมีทั้งความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน การกระจายงบสู่ท้องถิ่น และความคุ้มค่าของการจัดซื้อ

นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ สส.สุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการอนุมัติงบกลางเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 สำหรับสร้างบังเกอร์และหลุมหลบภัยในจังหวัดสุรินทร์เพิ่ม 230 แห่ง พร้อมเสนอให้พิจารณาการสนับสนุนชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านในพื้นที่ชายแดนอีสานใต้ตามระดับความเสี่ยง

ส่วน นายสุไลมาน บือแนปีแน สส.ยะลา พรรคประชาชาติ เสนอปรับลดงบกระทรวงมหาดไทยร้อยละ 0.5 แต่เห็นว่าการปรับลดต้องไม่กระทบโครงสร้างพื้นฐานที่ประชาชนจำเป็นต้องใช้ โดยเฉพาะถนน ประปา ระบบระบายน้ำ และโครงการป้องกันน้ำท่วม

ขณะเดียวกัน สมาชิกพรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตต่อหลายโครงการ เช่น ระบบดับเพลิงห้องคอมพิวเตอร์ 77 แห่ง วงเงิน 129 ล้านบาท ระบบวิเคราะห์ข้อมูลโทรศัพท์มือถือเพื่อการพิสูจน์หลักฐานดิจิทัล และการจัดหาเสื้อเกราะ 14,814 ตัว วงเงิน 482.8 ล้านบาท โดยขอให้หน่วยงานชี้แจงรายละเอียดด้านราคาและความคุ้มค่า

อีกหนึ่งรายการที่ถูกอภิปรายคือโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญฯ ชี้แจงว่า อปท. 4,093 แห่ง เสนอของบรายการโคมไฟรวม 32,904 ล้านบาท แต่ได้รับอนุมัติ 329 รายการ รวม 2,371 ล้านบาท หรือร้อยละ 7 โดยกรรมาธิการพิจารณาจากความจำเป็น บริบทพื้นที่ และความคุ้มค่า

ประกันภัยพิบัติ 1.55 หมื่นล้าน อีกโจทย์ที่สภาหยิบมาหารือ

แนวทางใช้งบประมาณประมาณ 15,000–15,500 ล้านบาท สำหรับประกันภัยพิบัติเป็นอีกประเด็นที่มีข้อเสนอแตกต่างกัน

ศ.สุชาติ ธาดาธำรงเวช สส.พรรคเพื่อไทย เสนอให้พิจารณาการจัดตั้งกองทุนสำรองบรรเทาสาธารณภัยของรัฐ เพื่อสะสมเงินสำหรับรับมือความเสียหายในระยะยาว

ส่วน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ตั้งข้อสังเกตต่อสัดส่วนเบี้ยประกันเมื่อเทียบกับทุนประกัน 75,000 ล้านบาท และเสนอให้พิจารณารูปแบบที่ใช้ทั้งกองทุนของรัฐและระบบประกันร่วมกัน

ยุติธรรม-การศึกษา ถกความจำเป็นก่อนจัดสรรเงิน

งบกระทรวงยุติธรรมมีทั้งประเด็นโครงการก่อสร้างอาคารเก็บทรัพย์สินคดียาเสพติดของสำนักงาน ป.ป.ส. ในจังหวัดขอนแก่นและสมุทรสาคร รวมถึงงบระบบรักษาความปลอดภัย

น.ส.สุภานันท์ ปัญญาทิพย์ สส.เชียงใหม่ พรรคกล้าธรรม ขอคำชี้แจงถึงหลักเกณฑ์การปรับลดงบระบบ CCTV ของกรมราชทัณฑ์ รวมถึงโครงการเรือนจำอัจฉริยะ ซึ่งตั้งไว้ 50 ล้านบาทและถูกปรับลด 5 ล้านบาท และระบบรักษาความปลอดภัยของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ซึ่งตั้งงบกว่า 73.44 ล้านบาท และถูกปรับลดประมาณ 6.68 ล้านบาท

ส่วนการพิจารณางบกระทรวงศึกษาธิการ สมาชิกหลายฝ่ายมุ่งไปที่การจัดสรรเงินให้ถึงผู้เรียนและโรงเรียนมากขึ้น โดยมีทั้งข้อเสนอเรื่องบ้านพักครู ระบบไฟฟ้า อินเทอร์เน็ตในโรงเรียนห่างไกล การกระจายอำนาจด้านการศึกษา และการดูแลโรงเรียนขนาดเล็ก

อีกประเด็นคือการปรับลดงบกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. 21 ล้านบาท รวมถึงข้อเสนอให้ทบทวนงบด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการฝึกอบรม เพื่อให้สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่ต้องการ

คืนวันที่ 9 ก.ย. จากถกตัวเลขสู่โจทย์บริหารเวลาสภา

หลังการพิจารณาดำเนินต่อเนื่องจนถึงช่วงกลางคืน วันที่ 9 กันยายน ประเด็นเรื่องกรอบเวลาการประชุมกลายเป็นหัวข้อสำคัญ

เวลาประมาณ 22.30 น. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน ขอให้มีความชัดเจนเรื่องแผนการประชุม เพื่อให้สมาชิกจัดสรรเวลาและภารกิจได้ รวมถึงวาระที่ยังรอการพิจารณา ทั้งญัตติสถานการณ์ชายแดนภาคใต้และรายงานประจำปีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ต่อมา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอให้ลดจำนวนผู้อภิปรายบางส่วน และพิจารณาให้ถึงมาตรา 26 ก่อนพักการประชุม

หลังการหารือ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล แจ้งข้อสรุปว่า วันที่ 10 กันยายน ฝ่ายค้านจะมีเวลาอภิปรายรวม 6 ชั่วโมง ส่วนฝ่ายรัฐบาลจะบริหารเวลาของตน เพื่อให้การพิจารณาเดินหน้าไปสู่เป้าหมายเดียวกัน

สภาจึงพิจารณาต่อจนถึงมาตรา 26 งบกระทรวงอุตสาหกรรม ก่อนปิดประชุมเวลาประมาณ 02.09 น. วันที่ 10 กันยายน

งบตำรวจถูกตรวจรายละเอียด ก่อน กมธ.ชี้แจงงบถูกปรับลดแล้ว

เช้าวันที่ 10 กันยายน การพิจารณาเข้าสู่มาตรา 27 โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่สมาชิกอภิปรายหลายรายการ

ประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกตครอบคลุมชุดอุปกรณ์เก็บกู้วัตถุระเบิด 50 ชุด วงเงิน 30 ล้านบาท งบซ่อมเครื่องบินตำรวจ อุปกรณ์ดำน้ำ ระบบคอมพิวเตอร์ และโครงการปรับปรุงสนามฝึก โดยสมาชิกขอให้ตรวจสอบที่มาของราคากลาง คุณลักษณะ และความคุ้มค่าของการใช้เงิน

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เสนอปรับลดงบสำนักงานตำรวจแห่งชาติร้อยละ 10 พร้อมเสนอให้ทบทวนการตั้งด่านและเพิ่มการใช้เทคโนโลยีในการบังคับใช้กฎหมาย

ด้าน นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ชี้แจงว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอของบประมาณประมาณ 170,000 ล้านบาท ก่อนถูกปรับลดเหลือประมาณ 120,000 ล้านบาท โดยมีข้อกังวลว่าการปรับลดอาจกระทบค่าใช้จ่ายของเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติ เช่น เบี้ยเลี้ยงและค่าน้ำมัน

สำหรับรายการจัดซื้อที่ถูกตั้งข้อสังเกต กรรมาธิการแจ้งว่าจะจัดทำรายละเอียดชี้แจงเพิ่มเติม ก่อนสภามีมติเห็นชอบมาตรา 27 ด้วยคะแนน 270 ต่อ 124 เสียง งดออกเสียง 26 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง

กกต. เจอข้อเสนอปรับลดงบอบรม 11.9 ล้านบาท

การพิจารณางบสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. มีประเด็นจาก น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน ซึ่งเสนอปรับลดงบ 11.914 ล้านบาท ของโครงการอบรมพนักงานไต่สวนและสอบสวนระดับต้น

น.ส.พนิดาระบุว่า เห็นความสำคัญของการพัฒนาบุคลากร แต่ต้องการให้มีความชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาสำนวนและมาตรฐานในการพิจารณาพยานหลักฐาน โดยนำกระบวนการตรวจสอบกรณีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาปี 2567 มาประกอบการอภิปราย

ประเด็นดังกล่าวเป็นข้อเสนอและข้อสังเกตของผู้อภิปรายในสภา ซึ่งยังต้องพิจารณาควบคู่กับคำชี้แจงและกระบวนการตามกฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

10 ก.ย. เคาะกรอบสุดท้าย ฝ่ายค้าน 6 ชั่วโมง จบประมาณ 19.00 น.

ก่อนเข้าสู่มาตรา 28 งบประมาณจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ซึ่งกรรมาธิการปรับลดเหลือ 4,275 ล้านบาท นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร แจ้งผลการหารือระหว่างวิปรัฐบาลกับวิปฝ่ายค้านว่า จะบริหารเวลาเพื่อให้การพิจารณาร่างงบประมาณปี 2570 แล้วเสร็จภายในวันที่ 10 กันยายน

ฝ่ายค้านได้รับเวลาอภิปรายรวม 6 ชั่วโมง ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลจะจำกัดและบริหารเวลาของตนเอง โดยวางกรอบให้การพิจารณาสิ้นสุดประมาณ 19.00 น.

ส่วนวันที่ 11 กันยายนไม่มีการประชุมสภา และจะเพิ่มการประชุมนัดพิเศษในสัปดาห์ถัดไปและสัปดาห์ต่อไป สัปดาห์ละ 1 วัน เพื่อดำเนินการเรื่องเร่งด่วน โดยมีทั้งญัตติสถานการณ์ชายแดนภาคใต้และการรับทราบรายงานของ กกต.

จากวงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท การพิจารณาหลายวันที่ผ่านมาแสดงให้เห็นรายละเอียดของงบประมาณตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงรายโครงการ มีทั้งข้อเสนอปรับลด การตั้งข้อสังเกตของสมาชิก และคำชี้แจงจากกรรมาธิการ ก่อนเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการพิจารณาเพื่อเดินหน้ากระบวนการงบประมาณปี 2570 ตามขั้นตอนของรัฐสภา

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง