รีเซต

Facebook เปิดแผนใหม่ ดึง “อินฟลู” แพลตฟอร์มอื่น มาสร้างรายได้ง่าย ๆ ภายใน 3 เดือน

Facebook เปิดแผนใหม่ ดึง “อินฟลู” แพลตฟอร์มอื่น มาสร้างรายได้ง่าย ๆ ภายใน 3 เดือน
TNN ช่อง16
30 มีนาคม 2569 ( 11:57 )
11

Facebook เปิดตัวโปรแกรมใหม่ Creator Fast Track เพื่อช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถเติบโตบนแพลตฟอร์มได้รวดเร็วขึ้น พร้อมโอกาสในการสร้างรายได้ตั้งแต่เริ่มต้น โดยโปรแกรมนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนครั้งใหญ่ใน Creator Economy ของ Facebook

Creator Fast Track คืออะไร ?

Creator Fast Track คือโปรแกรมที่ออกแบบมาสำหรับครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตามอยู่แล้วบนแพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น Instagram, TikTok หรือ YouTube เพื่อให้สามารถเริ่มต้นและเติบโตบน Facebook ได้ง่ายขึ้น จุดเด่นสำคัญคือการ “ลดระยะเวลาเริ่มต้น” โดยช่วยให้ครีเอเตอร์ไม่ต้องสร้างฐานผู้ติดตามใหม่จากศูนย์

ฟีเจอร์เด่นของ Creator Fast Track มีดังนี้

  • เพิ่มการมองเห็น (Reach) และโตไวขึ้น โดย Facebook จะช่วยเพิ่ม Reach ให้กับคอนเทนต์ประเภท Reels ที่เข้าเงื่อนไข ทำให้ครีเอเตอร์สามารถเพิ่มผู้ติดตามได้เร็วขึ้น

  • การันตีรายได้ 3 เดือน โดยครีเอเตอร์จะได้รับรายได้การันตีจากการโพสต์ Reels โดยผู้ติดตามอย่างน้อย 100,000 คน จะการันตีรายได้ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 33,000 บาทต่อเดือน ผู้ติดตามมากกว่า 1,000,000 คน การันตีรายได้ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 98,000 ต่อเดือน

  • หาเงินได้ทันที โดยผู้เข้าร่วมโปรแกรมจะสามารถใช้งาน Facebook Content Monetization ได้ทันที 

โดยไม่ต้องรอผ่านเกณฑ์เหมือนปกติ ช่วยให้สามารถสร้างรายได้ได้ต่อเนื่อง แม้หลังจบโปรแกรม

วิธีเข้าร่วมโปรแกรม Creator Fast Track

แม้ว่า Facebook Content Monetization จะยังเป็นระบบแบบ Invite-only แต่ครีเอเตอร์สามารถแสดงความสนใจเข้าร่วมได้ผ่าน Professional Dashboard บนแอป Facebook และในเมนู Monetization ไปยัง Content Monetization และกรอกแบบฟอร์ม

Facebook ลงทุนหนักใน Creator Economy

Facebook ยังคงเดินหน้าสนับสนุนครีเอเตอร์อย่างจริงจัง โดยในปี 2025 บริษัทได้จ่ายเงินให้ครีเอเตอร์รวมเกือบ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 98,000 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 35% จากปี 2024 และถือเป็นตัวเลขสูงสุดเท่าที่เคยมีมา

ระบบ Facebook Content Monetization รองรับคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบ ได้แก่ วิดีโอสั้นและยาว (Reels), Stories, รูปภาพ, และข้อความ โดยสถิติระบุว่า 60% ของรายได้ทั้งหมดมาจาก Reels ขณะส่วนที่เหลือมาจากคอนเทนต์รูปแบบอื่น ๆ

การเปิดให้สร้างรายได้จากหลายรูปแบบ ทำให้ครีเอเตอร์ที่ไม่มีทีมโปรดักชันขนาดใหญ่ ก็สามารถสร้างรายได้จากคอนเทนต์ได้ นอกจากนี้ จำนวนครีเอเตอร์ที่มีรายได้มากกว่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 326,000 ต่อปีบน Facebook ยังเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% เมื่อเทียบปีต่อปี

Facebook ยังได้เปิดตัวตัวชี้วัดใหม่ เพื่อช่วยให้ครีเอเตอร์เข้าใจรายได้และพัฒนาคอนเทนต์ได้ดีขึ้น ได้แก่:

  • Qualified View - ยอดวิวที่สามารถสร้างรายได้

  • Earnings Rate - รายได้โดยประมาณต่อ 1,000 วิว

  • Non-Qualified Views - แสดงสาเหตุที่บางวิวไม่สามารถสร้างรายได้ได้

โดยระบบจะเน้นให้รางวัลกับคอนเทนต์ที่เป็น Original Content มียอด Engagement สูง และมี Watch Time ที่ยาวนานเป็นหลัก

แหล่งที่มา: Facebook

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง