Facebook เปิดแผนใหม่ ดึง “อินฟลู” แพลตฟอร์มอื่น มาสร้างรายได้ง่าย ๆ ภายใน 3 เดือน

Facebook เปิดตัวโปรแกรมใหม่ Creator Fast Track เพื่อช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถเติบโตบนแพลตฟอร์มได้รวดเร็วขึ้น พร้อมโอกาสในการสร้างรายได้ตั้งแต่เริ่มต้น โดยโปรแกรมนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนครั้งใหญ่ใน Creator Economy ของ Facebook
Creator Fast Track คืออะไร ?
Creator Fast Track คือโปรแกรมที่ออกแบบมาสำหรับครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตามอยู่แล้วบนแพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น Instagram, TikTok หรือ YouTube เพื่อให้สามารถเริ่มต้นและเติบโตบน Facebook ได้ง่ายขึ้น จุดเด่นสำคัญคือการ “ลดระยะเวลาเริ่มต้น” โดยช่วยให้ครีเอเตอร์ไม่ต้องสร้างฐานผู้ติดตามใหม่จากศูนย์
ฟีเจอร์เด่นของ Creator Fast Track มีดังนี้
เพิ่มการมองเห็น (Reach) และโตไวขึ้น โดย Facebook จะช่วยเพิ่ม Reach ให้กับคอนเทนต์ประเภท Reels ที่เข้าเงื่อนไข ทำให้ครีเอเตอร์สามารถเพิ่มผู้ติดตามได้เร็วขึ้น
การันตีรายได้ 3 เดือน โดยครีเอเตอร์จะได้รับรายได้การันตีจากการโพสต์ Reels โดยผู้ติดตามอย่างน้อย 100,000 คน จะการันตีรายได้ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 33,000 บาทต่อเดือน ผู้ติดตามมากกว่า 1,000,000 คน การันตีรายได้ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 98,000 ต่อเดือน
หาเงินได้ทันที โดยผู้เข้าร่วมโปรแกรมจะสามารถใช้งาน Facebook Content Monetization ได้ทันที
โดยไม่ต้องรอผ่านเกณฑ์เหมือนปกติ ช่วยให้สามารถสร้างรายได้ได้ต่อเนื่อง แม้หลังจบโปรแกรม
วิธีเข้าร่วมโปรแกรม Creator Fast Track
แม้ว่า Facebook Content Monetization จะยังเป็นระบบแบบ Invite-only แต่ครีเอเตอร์สามารถแสดงความสนใจเข้าร่วมได้ผ่าน Professional Dashboard บนแอป Facebook และในเมนู Monetization ไปยัง Content Monetization และกรอกแบบฟอร์ม
Facebook ลงทุนหนักใน Creator Economy
Facebook ยังคงเดินหน้าสนับสนุนครีเอเตอร์อย่างจริงจัง โดยในปี 2025 บริษัทได้จ่ายเงินให้ครีเอเตอร์รวมเกือบ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 98,000 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 35% จากปี 2024 และถือเป็นตัวเลขสูงสุดเท่าที่เคยมีมา
ระบบ Facebook Content Monetization รองรับคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบ ได้แก่ วิดีโอสั้นและยาว (Reels), Stories, รูปภาพ, และข้อความ โดยสถิติระบุว่า 60% ของรายได้ทั้งหมดมาจาก Reels ขณะส่วนที่เหลือมาจากคอนเทนต์รูปแบบอื่น ๆ
การเปิดให้สร้างรายได้จากหลายรูปแบบ ทำให้ครีเอเตอร์ที่ไม่มีทีมโปรดักชันขนาดใหญ่ ก็สามารถสร้างรายได้จากคอนเทนต์ได้ นอกจากนี้ จำนวนครีเอเตอร์ที่มีรายได้มากกว่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 326,000 ต่อปีบน Facebook ยังเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% เมื่อเทียบปีต่อปี
Facebook ยังได้เปิดตัวตัวชี้วัดใหม่ เพื่อช่วยให้ครีเอเตอร์เข้าใจรายได้และพัฒนาคอนเทนต์ได้ดีขึ้น ได้แก่:
Qualified View - ยอดวิวที่สามารถสร้างรายได้
Earnings Rate - รายได้โดยประมาณต่อ 1,000 วิว
Non-Qualified Views - แสดงสาเหตุที่บางวิวไม่สามารถสร้างรายได้ได้
โดยระบบจะเน้นให้รางวัลกับคอนเทนต์ที่เป็น Original Content มียอด Engagement สูง และมี Watch Time ที่ยาวนานเป็นหลัก
แหล่งที่มา: Facebook
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
