TNP กำไร Q3 โต 17% รับรัฐอัดฉีดกำลังซื้อ เปิดสาขาใหม่ดันยอด

#TNP #ทันหุ้น - TNP โบรกส่องงบไตรมาส 3/2569 กำไรสุทธิจ่อพุ่ง 17% แตะ 56 ล้านบาท อานิสงส์เพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็น 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน หนุนยอดขายสาขาเดิม (SSSG) โตกระฉูด 14% ดันรายได้ทะยาน 24% แตะ 907 ล้านบาท ผนึกแรงส่งเปิดสาขาใหม่ 8 แห่ง เสริมฐานรายได้แกร่ง!
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุถึง บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP ว่า คาดผลประกอบการไตรมาส 3/2569 จะได้รับประโยชน์จากมาตรการภาครัฐเต็มไตรมาส โดยมีมุมมองเป็นกลาง (Neutral) ต่อแนวโน้มผลประกอบการ คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) จากยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่คาดว่าจะเติบโต 14% YoY โดยได้รับประโยชน์จากมาตรการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเต็มไตรมาส รวมถึงผลจากการเปิดสาขาใหม่ ส่งผลให้รายได้รวมยังเติบโตได้ดี คาดเพิ่มขึ้น 24% YoY
ด้านแนวโน้มไตรมาส 4/2569 คาดว่ากำไรจะชะลอตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากฐานยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ในปีก่อนเติบโตสูงถึง 12% YoY จากมาตรการภาครัฐที่ให้วงเงินสนับสนุนสูงกว่าปีนี้
@กำไร Q3 โต 17%
คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% YoY และเพิ่มขึ้น 1% QoQ จากยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่คาดว่าจะเติบโต 14% YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากโครงการภาครัฐที่เพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจาก 300 บาท เป็น 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งได้รับประโยชน์เต็มไตรมาส โดยลูกค้ากลุ่มดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 8–10% ของรายได้ในช่วงปกติ
นอกจากนี้ ยังได้รับผลบวกจากการเปิดสาขาใหม่จำนวน 8 แห่ง ในช่วงไตรมาส 4/2568 ถึงไตรมาส 3/2569 โดยในไตรมาส 3/2569 มีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 2 แห่ง โดยรวมคาดว่าบริษัทจะมีรายได้อยู่ที่ 907 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% YoY และเพิ่มขึ้น 6% QoQ
ด้านอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) คาดว่าจะปรับลดลงมาอยู่ที่ 17.2% จากระดับ 18.6% ในไตรมาส 3/2568 และ 18.0% ในไตรมาส 2/2569 เนื่องจากสัดส่วนผลิตภัณฑ์ (Product Mix) เปลี่ยนแปลงไป โดยมีสัดส่วนสินค้าที่มีอัตรากำไรต่ำ (Low Margin) เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าภายใต้มาตรการภาครัฐ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีพ
สำหรับสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A/Sales) คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น โดยลดลงมาอยู่ที่ 9.8% เทียบกับระดับ 10.9% ในไตรมาส 3/2568 และ 10.3% ในไตรมาส 2/2569 จากประโยชน์ด้านขนาดธุรกิจ (Economies of Scale) ตามการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมที่อยู่ในระดับสูง
แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/2569 คาดว่ากำไรจะชะลอตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากฐานปีก่อนได้รับประโยชน์จากมาตรการภาครัฐในระดับที่สูงกว่า โดยมีการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็น 1,150 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 2 เดือน ในช่วงเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคม 2568 เทียบกับไตรมาส 4/2569 ที่ให้วงเงิน 1,000 บาทต่อคน
จึงคาดว่ายอดขายสาขาเดิม (SSSG) มีแนวโน้มกลับมาติดลบในระดับสูง เมื่อเทียบกับฐานในช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เติบโต 12.2% YoY
@ขยายสาขาใหม่
ขณะที่ภาพรวมกำไรปี 2570 เบื้องต้นมีโอกาสชะลอตัว เนื่องจากฐานกำไรปี 2569 ได้รับประโยชน์จากมาตรการภาครัฐในช่วงไตรมาส 2–4/2569 รวมถึงผลสะสมจากการเปิดสาขาใหม่เชิงรุกในช่วงปี 2568–2570 จำนวน 6 แห่ง 8 แห่ง และ 8 แห่ง ตามลำดับ ซึ่งสาขาใหม่ในช่วงแรกยังไม่สามารถสร้างกำไรได้
อย่างไรก็ตาม การขยายสาขาดังกล่าวถือเป็นกลยุทธ์เชิงรุก (Strategic Move) ที่น่าสนใจ และมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของบริษัทในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
