รีเซต

แห่เตือนเข้ายุโรป หวั่นประท้วงลาม โดน MINT แค่ไหน

แห่เตือนเข้ายุโรป หวั่นประท้วงลาม โดน MINT แค่ไหน
ทันหุ้น
22 ตุลาคม 2569 ( 02:10 )

นายสีหศักดิ์  พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ กล่าวถึงสถานการณ์ประท้วงหลายพื้นที่ในยุโรปว่า ที่น่าเป็นห่วงหลักๆ คือ ที่ฝรั่งเศส สถานการณ์ยังตึงเครียด และที่มิลาน ประเทศอิตาลี  ที่ยังมีเหตุการณ์ต่างๆ จนทำให้ต้องมีการประชุมคณะรัฐมนตรีฉุกเฉิน รวมทั้งยังมีเหตุการณ์ประท้วงอยู่ที่สเปน โดยอยากย้ำเตือนคนไทยที่ต้องการเดินทางมาในฝั่งยุโรปให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขอให้ตรวจสอบข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศ และสถานทูตในประเทศนั้นๆ และหากไม่มีความจำเป็นจริงๆ ควรชะลอการเดินทางไปในประเทศที่เกิดเหตุการณ์ต่างๆ ออกไปก่อน

ขณะที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ โพสต์ประกาศผ่าน Facebook แจ้งคำแนะนำสำหรับคนไทยที่พำนักอยู่ในยุโรปและผู้ที่กำลังวางแผนเดินทางไปยุโรป หลังเกิดสถานการณ์การชุมนุมประท้วงและเหตุจลาจลในหลายพื้นที่ของภูมิภาคยุโรป ซึ่งอาจมีแนวโน้มขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ พร้อมขอให้คนไทยเพิ่มความระมัดระวัง และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการชุมนุมประท้วงหรือก่อการจลาจล รวมถึงพื้นที่เสี่ยงตามประกาศของทางการท้องถิ่น

@MINT กระทบแค่ไหน

นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุกับ “ทันหุ้น” ว่า การประท้วงในยุโรปอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน (Sentiment) ต่อหุ้นบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ในระยะสั้นมากกว่ากระทบผลประกอบการโดยตรง เนื่องจากบริษัทมีโรงแรมในฝรั่งเศสเพียง 9 แห่ง คิดเป็นประมาณ 2% ของพอร์ตโรงแรมทั้งหมด และในจำนวนนี้ 4–5 แห่งเป็นโรงแรมที่รับบริหารหรือให้สิทธิแฟรนไชส์ ซึ่งมีรายได้หลักจากค่าธรรมเนียมบริหารจัดการ ขณะที่พอร์ตโรงแรมหลักในยุโรปอยู่ในสเปน โปรตุเกส อิตาลี เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์

แต่ก็มีปัจจัยที่ต้องติดตามคือภาระต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น หลังบริษัทกู้ยืมเงินเพิ่มในไตรมาส 2/2569 ซึ่งต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นอาจส่งผลต่อเนื่องของปี 2569 ประกอบกับหนี้บางส่วนที่อิงอัตราดอกเบี้ยผันแปร ทำให้ได้รับผลกระทบจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น เช่นเดียวกับโครงสร้างหนี้ MINT มีแผนบริหารหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน (Perpetual Bond) ซึ่งเดิมมีมูลค่าประมาณ 30,000 ล้านบาท โดยชำระคืนไปแล้ว 10,000 ล้านบาท การไถ่ถอนหุ้นกู้ดังกล่าวส่งผลให้มียอดที่เข้าเงื่อนไขต้องจัดประเภทเป็นหนี้สินถูกบันทึกในส่วนหนี้สินของงบการเงินเพิ่มขึ้น ตลาดจึงติดตามความสามารถและความรวดเร็วในการรีไฟแนนซ์ (Refinance) เพื่อควบคุมต้นทุนทางการเงินและลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาว

นอกจากนี้ความผันผวนของต้นทุนพลังงานในยุโรป โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติ ยังเป็นอีกปัจจัยเสี่ยงต่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของโรงแรม ขณะที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นอาจดันต้นทุนการเดินทางและราคาตั๋วเครื่องบิน ซึ่งมีโอกาสกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติและการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมในระยะถัดไป อย่างไรก็ดีประเมินโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/2569 มีโอกาสทยอยฟื้นตัวตามฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ของธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะโรงแรมในไทย และมัลดีฟส์ที่เข้าสู่ช่วงไฮซีซัน และยังมีความสามารถในการแข่งขันด้านราคาได้ดี

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ในยุโรปต่อ MINT ยังอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากโรงแรมส่วนใหญ่อยู่ในสเปนและโปรตุเกส โดยฝรั่งเศสมีสัดส่วนรายได้ไม่เกิน 2% จากโรงแรม 9 แห่ง และอิตาลีมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 4–5% ของรายได้รวม ด้านการบริหารหนี้ MINT เดินหน้าลดภาระดอกเบี้ย พร้อมพิจารณาขายสินทรัพย์และเช่ากลับ เพื่อเพิ่มกระแสเงินสดและนำเงินไปชำระหนี้ นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนระยะยาวนำธุรกิจอาหาร Minor Food เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (IPO) เพื่อระดมทุนและเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน

ภาพรวมธุรกิจในงวดไตรมาส 4/2569 คาดได้รับปัจจัยหนุนจากพอร์ตโรงแรมในประเทศไทย ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 10% ของรายได้รวม ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหลังการปรับปรุงโรงแรมแล้วเสร็จ ช่วยสนับสนุนอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) ให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 9.97 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% YoY และเติบโตต่อเนื่อง 13% YoY แตะ 1.12 หมื่นล้านบาท ในปี 2570 แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 32.50 บาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง