รีเซต

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้
ทันหุ้น
22 ตุลาคม 2569 ( 09:29 )

#ทันหุ้น - บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index มีโอกาสฟื้นตัวระยะสั้นจากสัญญาณทางเทคนิคที่เริ่มดูดีขึ้น อย่างไรก็ตาม Upside ยังจำกัด เนื่องจากภาพรวมตลาดยังขาดปัจจัยบวกใหม่เข้ามาหนุน โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวที่ 1,548-1,565 จุด

ด้านราคาน้ำมันดิบที่ยังทรงตัวสูงบริเวณ US$110 ต่อบาร์เรล ท่ามกลางสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีพัฒนาการเชิงบวกอย่างชัดเจน ส่งผลให้ Bond Yield ยังคงทรงตัวในระดับสูงและจำกัด Upside ของสินทรัพย์เสี่ยง

ขณะที่หุ้นกลุ่ม Tech-AI คาดยังแกว่งตัวผันผวนสลับบวกลบ โดยตลาดให้น้ำหนักกับการประกาศผลประกอบการและ Guidance ของบริษัทต่างๆ ว่าจะออกมาแข็งแกร่งและเป็นบวกเพียงพอที่จะรองรับความคาดหวังที่สูงของนักลงทุนได้หรือไม่ด้านปัจจัยในประเทศ ผลประกอบการ 3Q26 ของกลุ่มธนาคารประกาศครบแล้ว ภาพรวมออกมาใกล้เคียงคาด

ส่วนแนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียนไทยใน 3Q26 เราคาดว่าจะชะลอตัว q-q แต่ยังเติบโต y-y นำโดยกลุ่ม Commodity ขณะที่ผลประกอบการของกลุ่มอื่นๆ คาดยังผสมผสานและมีความแตกต่างกันระหว่างบริษัทแม้อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนจึงเน้น Selective Buy ในหุ้นที่คาดว่าจะรายงานผลประกอบการแข็งแกร่ง รวมถึงมี Earnings Outlook และ Guidance เชิงบวก ท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังมีแนวโน้มแกว่งตัวทรงตัวถึงพักฐาน

กลยุทธ์ : Selective Buy เน้นหุ้นกำไร 3Q26 แข็งแกร่ง // ระยะกลาง-ยาวยัง Rotate หา Value-Domestic Play
หุ้นเด่นเดือน ต.ค. : BBL, BCH, CBG, DELTA, STA
FSSIA Portfolio : BA, BBL, BTG, CPALL, CPN, ERW, GULF, ITC, PR9, SAPPE, STA, and TIDLOR

หุ้นเด่นวันนี้ : BTG
· แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2027 ที่ 26 บาท
· คาดกำไรสุทธิ 3Q26 ที่ 1.26 พันลบ. +110% q-q, +8% y-y ดีกว่าที่เคยมองและดูดีที่สุดในกลุ่มเนื้อสัตว์ หนุนจากราคาเนื้อสัตว์ในไทยที่ปรับตัวขึ้น การฟื้นตัวของไก่ส่งออก และการควบคุมต้นทุนที่ดี
· แนวโน้ม 4Q26 คาดว่าจะดีต่อเนื่องจาก Supply ที่ตึงตัวขึ้นจากความเสี่ยง El Nino และการส่งออกที่ยังแข็งแรง เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026-27 ขึ้น 3-9% เป็น 4.1 พันลบ. -39% y-y และ 4.3 พันลบ. +6% y-y
· แนวรับ 20.20-20 บาท แนวต้าน 21.20//21.60-22 บาท

ด้าน บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด มองกรอบ SET Index 1,550-1,565 จุด หลัง SET ปรับฐานแรงก่อนหน้านี้และสามารถกลับมายืนเหนือระดับ 1,550 จุดได้ตามที่เราคาด เรามองว่าดัชนีมีโอกาสฟื้นตัวต่อ โดยได้รับแรงหนุนจากการรีบาวด์ของหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ หลังผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ SpaceX, Super Micro Computer และ Meta อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังควรติดตามทิศทาง Bond Yield สหรัฐฯ และผลการประชุม Fed ซึ่งยังเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางเงินทุนระยะสั้น

หุ้นแนะนำ

DELTA เราคาดว่ากำไรปกติของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทยใน 3Q26F จะเติบโต 39-873% yoy และ 33-105% qoq จากการฟื้นตัวที่เริ่มขยายวงกว้างไปนอกเหนือจากสินค้าเกี่ยวกับ AI เรายังคงมุมมอง Overweight ต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ โดยมี DELTA เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม การเติบโตยังได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการใน Data Center, AI Infrastructure และ Power Electronics (Take profit: 243.00 / Stop loss: 236.00)

KBANK กำไรสุทธิ 3Q26 อยู่ที่ 12.7 พันล้านบาท ลดลง 2.2% yoy และ 4.0% qoq อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารคาดว่าสินเชื่อปี FY26F จะเติบโตสูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ 0-2% เราปรับช่วงเวลาประเมินมูลค่าไปที่ ธ.ค. 2027F พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 262 บาท อิง P/BV ปี 2027F ที่ 1.0 เท่า และ KBANK ยังคงเป็น Top Pick ของกลุ่มธนาคาร จากแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อ คุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่ง และ ROE ที่อยู่ในระดับสูง (Take profit: 241.00 / Stop loss: 235.00)

ขณะที่ บล.ดาโอ คาด SET Index แกว่ง sideway up หลังหุ้นไทยปรับตัวลงมาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่บรรยากาศการลงทุนกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกกลับมาดีขึ้น จึงคาดว่าจะมีแรงซื้อกลับเข้ามา ขณะที่บรรยากาศการลงทุนจะเป็นลักษณะของ Rotation เก็งกำไรผลประกอบการ

ประเด็นที่น่าสนใจ

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกตามบรรยากาศการลงทุนในหุ้นกลุ่ม AI ที่ยังดีอยู่ เนื่องมาจากผลประกอบการที่ยังแข็งแกร่ง ซึ่งทำให้ตลาดคลายความกังวลไปบางส่วน และภาพนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่าเทรนด์ของ AI ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ด้าน ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แสดงความพร้อมในการรื้อฟื้นโต๊ะเจรจาสันติภาพแบบสามฝ่าย (Trilateral Negotiations) ร่วมกับสหรัฐอเมริกาและยูเครน ส่งผลให้ราคาน้ำมันลดลงเล็กน้อย
  • งบ Q3 ของ Meta Platforms เติบโตอย่างแข็งแกร่งเกินคาด โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 26% YoY แตะระดับ 64,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (สูงกว่าคาดที่ 63,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) พุ่งสู่ 3.83 ดอลลาร์สหรัฐ (สูงกว่าคาดที่ 3.57 ดอลลาร์สหรัฐ) พร้อมทั้งปรับเพิ่มกรอบล่างของ CapEx ตลอดทั้งปี 2026 ขึ้นเป็น 135,000 ถึง 145,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ต่อเนื่อง ด้าน กระแสตอบรับของตัวแทนปัญญาประดิษฐ์ (AI Agent) ตัวใหม่ "Muse" ที่มีผู้ใช้งานทะลุ 10 ล้านรายใน 6 สัปดาห์แรก
  • Meta Platforms ยังได้ประกาศสร้างโครงสร้างหุ้นใหม่ประเภทไม่มีสิทธิออกเสียง (Nonvoting Stock) ผ่านการจ่ายปันผลเป็นหุ้นในลักษณะแตกหุ้นแบบ 2 ต่อ 1 (2-for-1 Stock Split) เพื่อใช้ระดมทุนและทำข้อตกลงควบรวมกิจการ (M&A) โดยไม่กระทบอำนาจควบคุม ส่งผลให้ราคาหุ้น Meta ดีดตัวขึ้นมากกว่า +2% ในการซื้อขายหลังปิดตลาด (After-Hours Trading)
  • ธนาคารใหญ่ทยอยประกาศงบไตรมาส 3/69: BBL กำไร −31.2% YoY จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและกำไรเงินลงทุนที่ลดลง, KTB −13.9% YoY (แต่เพิ่มขึ้น QoQ), SCB −11.4% YoY จากขาดทุนมูลค่ายุติธรรมของตราสารหนี้เมื่อยีลด์ขึ้น ส่วน KBANK ลดลง QoQ แต่ 9 เดือนยังโต กลไกหลักคือวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงที่กด NII/NIM ขณะที่การตั้งสำรองที่ผ่อนลงช่วยพยุงตัวเลข QoQ ในบางราย
  • กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอ ครม. 26 ต.ค. ขอกรอบงบกลางราว 5,800–5,850 ลบ. เพื่อชดเชยส่วนต่างค่าโดยสารรถไฟฟ้า 8 สายให้จ่ายไม่เกิน 17–45 บาท/เที่ยว ตลอดปี 2570 โดย ผู้โดยสารจ่ายเต็มก่อนแล้วรัฐโอนส่วนต่างคืนผ่านเป๋าตัง ไม่จ่ายผู้ประกอบการโดยตรงและไม่แก้สัญญาสัมปทาน

Strategy
กลยุทธ์หลัก: ตลาดยังคงผันผวนท่ามกลางผลประกอบการ Core Strategy เรายังชอบกลุ่มธนาคาร ขณะที่ Tactical Strategy เรามอง ชอบ (Mega play Theme) Data Center โรงไฟฟ้า และผสมกับตีมการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว โดยยังเหลือเงินสดไว้บางส่วน

ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
· EA, ECB Panetta Speech
· US, Initial Jobless Claims (Oct/17), Consensus=200K, Prior=199K
· US, Continuing Jobless Claims (Oct/10), Consensus=1712.0K, Prior=1710K
· EA, Consumer Confidence Flash (Oct), Consensus=-16, Prior=-16.5
· US, CB Leading Index MoM (Sep), Consensus=-0.2%, Prior=-0.1%
· TH, New Car Sales YoY (Sep), Consensus=N/A, Prior=25.59%

Fund Flow และตลาดการเงิน

  • ต่างชาติ “ซื้อ” สุทธิตลาดหุ้นไทย และ “ซื้อ” ตลาดตราสารหนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
  • ตลาดหุ้น (21 ต.ค. 69): มูลค่าการซื้อขาย (SET) 68,738.74 ล้านบาท และ (MAI) 726.00 ล้านบาท ด้านนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1,545.23 ล้านบาท
  • Yield Curve เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจากวันก่อนหน้าประมาณ 1 bps สำหรับกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติวันนี้ NET INFLOW 6,072 ล้านบาท
  • ค่าเงินบาท: ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 33.63 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า

Strategy pick

GULF*: เป้า consensus 78.07 บาท

  • วานนี้มีประชุมคณะกรรมการนโยบายดาต้าเซนเตอร์ชุดใหญ่เพื่อเร่งทำเกณฑ์และกรอบการทำงานให้ชัดเจน เพื่อปลดล็อกโครงการลงทุนใน Data Center เรามองว่า GULF ได้ประโยชน์จากทั้งฐานะการเป็น Data Center operator และในฐานะ Power & Clean Energy Provider คาดกำไรจาก consensus ปี 2026E/27E ที่ 3.6/3.9 หมื่นลบ. (+26%/+10%)

HANA*: เป้า consensus 57.53 บาท

หนุนจาก Sentiment ของหุ้นกลุ่ม AI-theme หลังจากตลาดยังเห็นแนวโน้มการปรับ CAPEX ขึ้น เราเลือก HANA เป็น High BETA play โดยมี Momentum โตต่อเนื่องทั้งรายได้และ Margin ขยายตัวได้จาก Utilization เพิ่มขึ้น คาดกำไรจาก consensus ปี 2026E/27E ที่ 0.9/1.5 พันลบ. (+46%/+56%)

Strategy Pick: KTB(15%), KBANK(15%), KKP(15%), PTT(8%), GULF(8%), CENTEL(5%), CRC(5%), COM7(5%), DELTA(4%), HANA(4%), KCE(2.5%), cash(13.5%)

กรอบดัชนี SET วันนี้ แนวรับ 1538-1550 // แนวต้าน 1568-1580

Technical Pick : KCE, JMART

Stock picks for October 2026 : ADVICE, BGRIM, CK, PLANB, SCGP

.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง