รีเซต

น.ร.-ผู้ปกครอง ร้องเปิดเทอมเดินทางไปโรงเรียนลำบาก ถนนสร้างใหม่ยูเทิร์นไกล

น.ร.-ผู้ปกครอง ร้องเปิดเทอมเดินทางไปโรงเรียนลำบาก ถนนสร้างใหม่ยูเทิร์นไกล
มติชน
3 พฤศจิกายน 2565 ( 10:49 )
34
น.ร.-ผู้ปกครอง ร้องเปิดเทอมเดินทางไปโรงเรียนลำบาก ถนนสร้างใหม่ยูเทิร์นไกล

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่ห้องประชุมโรงเรียนบ้านนาเลา ต.หนองไฮ อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม ชาวบ้าน ผู้ปกครองนักเรียน และชาวบ้านนาเลา ต.หนองไฮ อ.วาปีปุทม จ.มหาสารคาม ร่วมประชุมหาทางออกกรณี นักเรียน ผู้ปกครอง และชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากการก่อสร้างถนนของแขวงทางหลวงมหาสารคาม ที่ไม่ได้มีการทำประชาคมสอบถามชาวบ้าน ทำให้จุดกลับรถอยู่ไกล ห่างออกไป 1.5 กิโลเมตร ไป-กลับ 3 กิโลเมตร ทั้ง ๆ ที่ปากทางหมู่บ้านกับโรงเรียนห่างกันแค่ถนนกั้น นักเรียนและผู้ปกครองเรียกร้องขอให้ทำจุดกลับรถให้ชาวบ้านใช้สัญจรได้สะดวกมากกว่านี้ โดยมีชาวบ้าน นักเรียน ผู้ปกครอง นายช่างโครงการ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกันหาทางออก

 

โดยความเดือดร้อนดังกล่าว เกิดจากการก่อสร้างถนนทางหลวงหมายเลข 2045 สายบ้านสนาม – อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม ระหว่าง กม.25+300.00-กม.36+440.000 ระยะทาง 11.140 กิโลเมตร จากเดิมเป็นทาง 2 ช่องจราจรแบบวิ่งสวนทาง ขยายเป็นมาตรฐานทางชั้นพิเศษ 4 ช่องจราจร โดยช่วงหน้าปากทางหมู่บ้านนาเลา ฝั่งตรงข้ามจะเป็นโรงเรียนบ้านนาเลา เมื่อก่อนชาวบ้านขับขี่รถจักรยาน จักรยานยนต์ หรือนักเรียน สามารถข้ามถนนแล้วเข้าสู่โรงเรียนได้เลย แต่ปัจจุบันมีการก่อสร้างถนนใหม่ จุดกลับรถอยู่ห่างออกไปถึง 1.5 กิโลเมตร ระยะทางไป-กลับรวมเป็น 3 กิโลเมตร ทำให้ชาวบ้าน ผู้ปกครองและนักเรียนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จึงอยากให้ทางโครงการ ทำจุดกลับรถให้ใหม่ให้มีระยะทางใกล้ขึ้นกว่าเดิม เพื่อความสะดวกในการเดินทาง และลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุของนักเรียนและชาวบ้าน

น.ส.ระเบียบ ประสานตรี ผู้ปกครองนักเรียน กล่าวว่า ก่อนหน้านั้นได้ยินว่าคนที่มีที่นาติดถนนให้มาเข้าร่วมรับฟังการประชาคม ทางโครงการไม่ได้บอกว่าให้ผู้ปกครองมาร่วมฟัง เราเข้าใจว่าเป็นการให้คนที่มีนาติดถนนว่าเดือดร้อนหรือไม่ การก่อสร้างไปกินเนื้อที่นาของชาวบ้านหรือไม่ เลยแค่รับฟัง แต่พอเปิดเรียนมากลายเป็นปัญหาของนักเรียน เป็นปัญหาของผู้ปกครอง ว่าเราไม่มีจุดข้ามที่สะดวกและปลอดภัย ถ้าวันหนึ่งทำถนนเสร็จ อาจจะทำจุดแยกไว้ก็ได้ หรือจุดยูเทริน์ที่สะดวกให้เรา แต่ตอนนี้ดูแล้วว่า กว่าจะถึงตอนนั้นก็คงจะอีกนาน อาจจะเกิดอันตรายขึ้นก่อนก็ได้ เลยคิดว่าน่าจะแก้ไขก่อน เพื่อความปลอดภัยของผู้ปกครองและนักเรียนในเบื้องต้น

 

นายวิชญ์คุณ ประสังติโย ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนาเลา กล่าวว่า จากการที่กรมทางได้สร้างทาง ผลกระทบโดยตรงคือนักเรียน และชุมชนที่ใกล้ถนน นักเรียนที่จะเดินทางมาโรงเรียน หรือชาวบ้านที่จะเดินทางเข้าหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ห่างกันแค่ถนนกั้น ได้รับความลำบาก กว่าจะขับรถถึงยูเทริน์ก็ไกล ยิ่งถ้าเป็นชาวบ้านขี่รถจักรยาน ก็จะยิ่งลำบาก เพราะยูเทริน์อยู่ห่างจากหมู่บ้านและโรงเรียน ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร ไปกลับก็ 3 กิโลเมตร ผู้ปกครองที่ไปรับไปส่งก็ต้องไปยูเทริน์ไกลมาก ทำให้ไม่ได้รับความสะดวก จึงมีความเป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัยของนักเรียน ที่สำคัญเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับลูกหลานที่ต้องมากลับรถไกล ๆ เพราะบางคนก็เลือกที่จะขับรถย้อนศร เพื่อไปเข้าจุดยูเทริน์ที่ใกล้กว่า แล้วก็ย้อนศรเข้าหมู่บ้านอีกที ซึ่งในการพูดคุยวันนี้ก็จะได้ร่วมกันกับชาวบ้านและทางโครงการฯ หาทางออกร่วมกัน เพื่อที่จะหาจุดกลับรถที่ใกล้ขึ้น ให้นักเรียน และชาวบ้านเดินทางได้สะดวกมากขึ้นกว่านี้

ขณะที่ ด.ญ.จุฑามาศ ชินาหงส์ นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนบ้านนาเลา กล่าวว่า มีความลำบากในการมาโรงเรียนและการกลับบ้าน เพราะว่าต้องไปยูเทริน์ไกลมาก อาจทำให้เกิดอันตรายได้ ปกติมาโรงเรียนก็จะขับขี่รถจักรยานยนต์มา ต้องไปยูเทริน์ไกล เมื่อก่อน ก่อนที่จะทำถนนจากบ้านมาถึงโรงเรียนใช้เวลาเพียง 3-4 นาที ก็มาถึง แต่พอตัดถนนใหม่ ต้องใช้เวลาประมาณ 10 นาที เพราะต้องไปกลับรถไกล ยิ่งเป็นเพื่อนที่ขี่รถจักรยานมาก็จะยิ่งใช้เวลาเพิ่มมากขึ้นไปอีก

 

ด้านนาย สุริยัน พันพิพัฒน์ นายช่างโครงการฯ กล่าวว่า โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 2045 สายบ้านสนาม-อ.วาปีปทุม มีจุดเริ่มต้นโครงการอยู่ที่ กม.25+300.000 ถึง กม.36+440.000 รวมระยะทาง 11.140 กิโลเมตร เดิม 2 ช่องการจราจร รถวิ่งสวนทาง เป็นแบบมาตรฐานทางชั้นพิเศษ 4 ช่องจราจร สัญญาเลขที่ สท.2/17/2564 ลว.13 สิงหาคม 2564 วันเริ่มต้นสัญญา 14 สิงหาคม 2564 วันสิ้นสุดสัญญา 2 กันยายน 2566 ถนนมีลักษณะเป็นทางตรงยาว โดยในระยะที่ปลอดภัยตามหลักวิศวกรรมการจราจร ในการมีจุดกลับรถ ควรอยู่ห่างกัน 4 กิโลเมตร แต่ในระยะทาง 11 กิโลเมตร ของโครงการฯ มีจุดกลับรถจำนวน 7 จุด ซึ่งก่อนหน้านี้ทางโครงการเคยได้มีการทำประชาคมไปแล้ว 2 รอบ รอบแรกเป็นการให้ประชาชนที่มีที่นาติดกับถนนไปรับฟังที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองไฮ เพื่อชี้แจงระบบการระบายน้ำที่อาจะทำให้มีปัญหา ส่วนอีกครั้งคือในช่วงที่มีสถานการณ์โควิด-19 ในช่วงปลายปี 64 ในเรื่องรูปแบบการก่อสร้างถนน จุดยูเทริน์ การปักป้ายประชาสัมพันธ์ รวมถึงการทำประชาคม โดยให้ชาวบ้านมาร่วมทำประชาคมที่ที่ว่าการอำเภอวาปีปทุม แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ในตอนนั้น ทำให้ชาวบ้านมากันน้อย ซึ่งตอนนั้นก็ไม่มีการคัดค้าน จนการก่อสร้าง ณ วันนี้สร้างไปแล้ว 73% งานก่อสร้างกำแพงคันดิน ทางหลักทำไปเรียบร้อยแล้ว หากจะขอจุดกลับรถเพิ่ม ทางโครงการฯ ไม่มีอำนาจอนุมัติให้ได้ ซึ่งทำได้เพียงรับเรื่อง และนำเสนอไปยังส่วนกลาง เพื่อพิจารณาว่าจุดกลับรถที่จะสร้างใหม่ มีความปลอดภัยหรือไม่ โดยผู้ออกแบบจะเป็นผู้พิจารณา รวมถึงงบประมาณว่ามีเพียงพอหรือไม่ ซึ่งหากจะมีการก่อสร้างจุดกลับรถใหม่ ต้องพิจารณาถึงความปลอดภัย ทั้งนี้หากมีจุดกลับรถในบริเวณใด ก็จะเกิดการตัดกระแสการจราจร รถวิ่งทางตรงจะต้องชะลอความเร็ว ซึ่งก็จะต้องไปดูว่า จะมีความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด เพราะไม่เช่นนั้นก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติหตุรวมถึงความสูญเสียได้

 

เบื้องต้นจากการได้พูดคุยกันวันนี้ ทางโครงการฯ จะดำเนินการทำทางข้ามชั่วคราวให้ก่อน แต่ต้องดูด้วยว่าจุดที่จะเปิดให้ชั่วคราวจะต้องไม่ใช่ทางโค้ง ไม่ใช่ทางแยก และจะเพิ่มป้ายเตือน ไฟกระพริบ เพิ่มไฟฟ้าแสงสว่างให้เพื่อความปลอดภัย ส่วนการออกแบบในอนาคต ขอให้ทางชุมชนเสนอเรื่องเข้ามา ทางโครงการฯ จะส่งไปยังสำนักสำรวจและออกแบบพิจารณา ความเหมาะสม ตามจุดที่ร้องขอ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากที่การพูดคุยกันเสร็จสิ้น นักเรียน ผู้ปกครอง และชาวบ้านบ้านนาเลา ก็ได้พาผู้สื่อข่าวลองเดินทางจากโรงเรียนไปยังจุดกลับรถ ซึ่งอยู่เลยออกไปไกลมาก ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร ไปกลับ 3 กิโลเมตร เพื่อให้เห็นถึงความเดือดร้อนของชาวบ้าน ที่ต้องใช้เส้นทางสัญจรทุกวัน โดยชาวบ้านเรียกร้องขอให้มีจุดกลับรถที่ใกล้กว่านี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักเรียน ผู้ปกครอง และทุกคนในชุมชน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง