"ลาว" เร่งใช้รถ EV เพิ่ม 30% ดันจุดแข็งเศรษฐกิจ ผลิตไฟฟ้าเอง

เปิดจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจ! เมื่อ "ลาว" เร่งเครื่องเปลี่ยนประเทศสู่ EV 30% แก้เกมวิกฤตพลังงาน
ท่ามกลางวิกฤตราคาน้ำมันโลกและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ สปป.ลาว กำลังเดินหน้ายุทธศาสตร์ครั้งสำคัญเพื่อความอยู่รอดทางเศรษฐกิจ ด้วยการเร่งผลักดันการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศอย่างก้าวกระโดด ไม่ใช่เพียงตามกระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่คือการลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้าจากต่างประเทศ
ล่าสุดรัฐบาลลาวออกมาราชการใช้มาตรการเข้มงวด ระงับการนำเข้ารถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ใช้น้ำมันเป็นการชั่วคราว (มีผลถึงสิ้นปี 2569) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่เพิ่มสัดส่วนรถ EV ในประเทศให้ถึง 30% ภายในปี 2573 และปรับเปลี่ยนรถราชการให้เป็น EV ถึง 50%
เปลี่ยนจุดอ่อน Landlocked เป็นจุดแข็งพลังงาน
ข้อได้เปรียบสำคัญที่ทำให้ลาวกล้าลุยตลาด EV คือการเป็นประเทศที่มีแหล่งผลิต "ไฟฟ้าพลังน้ำ" ขนาดใหญ่ จนได้รับฉายาว่า Battery of Southeast Asia การเปลี่ยนจากเดิมที่ต้องนำเข้าน้ำมัน มาเป็นการใช้ไฟฟ้าที่ผลิตได้เอง จะช่วยหยุดเลือดไหลออกของเงินตราต่างประเทศ และกระจายเม็ดเงินกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในประเทศโดยตรง
นอกจากนี้ ลาวยังเป็นผู้ส่งออกไฟฟ้าหลักให้กับประเทศไทย โดยคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 15.8–16.1% ของ GDP ลาว (ช่วงปี 2025–2026) ซึ่งไทยถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุด นำเข้าไฟฟ้ามูลค่ามหาศาล ขณะเดียวกันภาคเอกชนไทยก็เข้าไปลงทุนในโรงไฟฟ้าลาวรวมมูลค่านับหมื่นล้านดอลลาร์ การข้ามผ่านสู่ยุค EV ของลาวจึงเชื่อมโยงและส่งผลต่อโอกาสทางเศรษฐกิจของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ความท้าทายครั้งใหญ่ สู่เป้าหมาย 30%
อย่างไรก็ตาม เส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ปัจจุบันลาวมีรถ EV และไฮบริดเพียงราว 17,357 คัน หรือคิดเป็น 0.5% ของยานพาหนะทั้งหมด 3 ล้านคัน การถีบตัวขึ้นไปสู่เป้าหมาย 30% จึงเป็นโจทย์หินที่รัฐบาลลาวต้องเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งสถานีชาร์จและระบบสายส่ง เพื่อรองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
