รีเซต

ฮูตีจะปิดทะเลแดงได้จริงไหม หลังยึดเมืองตามแนวชายฝั่งเยเมน กระทบซาอุดีอาระเบียมากน้อยแค่ไหน ?

ฮูตีจะปิดทะเลแดงได้จริงไหม หลังยึดเมืองตามแนวชายฝั่งเยเมน กระทบซาอุดีอาระเบียมากน้อยแค่ไหน ?
TNN ช่อง16
12 กันยายน 2569 ( 20:41 )
6

กองกำลังฮูตีได้ยึดพื้นที่ตลอดแนวชายฝั่งทะเลแดงของเยเมนแล้ว รุกคืบสู่การควบคุมช่องแคบบับ อัล-มันเดบ เส้นทางขนส่งที่สำคัญของทะเลแดง


เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (10 กันยายน) ฮูตีได้ยึดเมืองโมคา เมืองท่าที่สำคัญของเยเมน ซึ่งถือเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ของรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย ประเทศเพื่อนบ้าน


นักวิเคราะห์มองว่า ชัยชนะของกลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ถือเป็นพัฒนาการครั้งสำคัญที่สุดในภูมิภาคนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลประกาศสงครามกับอิหร่านเมื่อเดือนกุมภาพันธ์


ปฏิบัติการรุกคืบดังกล่าวอาจสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย โดยกลุ่มฮูตีเคยประกาศปิดกั้นเส้นทางเดินเรือของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดงแล้วเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และขณะนี้สามารถควบคุมช่องแคบบับอัลมันดับ (Bab al-Mandeb) ได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น ซึ่งช่องแคบนี้ถือเป็นเส้นทางที่ซาอุดีอาระเบียต้องพึ่งพาอย่างมาก เพราะช่องแคบฮอร์มุซบริเวณปากทางเข้าอ่าวเปอร์เซียถูกปิดกั้น


เกิดอะไรขึ้นที่เยเมน ?


เยเมนอยู่ในภาวะสงครามมาตั้งแต่ปี 2014 หลังกลุ่มกบฏฮูตีเข้ายึดกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน รวมถึงเมืองท่าโฮเดดาห์ ส่งผลให้รัฐบาลต้องถอนตัวออกจากพื้นที่


นับจากนั้น กลุ่มฮูตีได้ต่อสู้กับกองกำลังพันธมิตรทางทหารของกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับที่มีซาอุดีอาระเบียเป็นแกนนำ โดยฝ่ายดังกล่าวสนับสนุนรัฐบาลเยเมนที่นานาชาติให้การยอมรับ ซึ่งมีฐานอยู่ในเมืองเอเดน


ซาอุดีอาระเบียเข้าร่วมสงครามในปี 2015 โดยมีเป้าหมายฟื้นฟูรัฐบาลเยเมนและสกัดกั้นอิทธิพลของอิหร่านที่ขยายตัวมากขึ้น


แม้การหยุดยิงที่มีสหประชาชาติเป็นคนกลางในปี 2022 จะช่วยยุติการสู้รบ แต่หลังจากนั้นยังคงเกิดการปะทะเป็นระยะ กระทั่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว การสู้รบรอบใหม่ได้กลับมาเกิดขึ้นอีกครั้ง โดยถือเป็นการสู้รบที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี หลังกลุ่มฮูตีโจมตีฐานที่มั่นต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายยึดพื้นที่ชายฝั่งทะเลแดง ขณะที่กองกำลังรัฐบาลเยเมนตอบโต้ด้วยการโจมตีเช่นกัน


ในเดือนกรกฎาคม ท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน กลุ่มฮูตีประกาศปิดล้อมทางทะเลซาอุดีอาระเบียโดยสมบูรณ์ และเริ่มโจมตีเรือที่เชื่อมโยงกับซาอุดีอาระเบีย ซึ่งแล่นผ่านช่องแคบบับ อัล-มันเดบ (Bab al-Mandeb) ที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์


ช่องแคบที่มีความกว้างไม่มากแห่งนี้เป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดของโลก เชื่อมคลองสุเอซและทะเลแดงเข้ากับอ่าวเอเดน โดยมีสินค้าทั่วโลกราว 12% เดินทางผ่านช่องแคบแห่งนี้ในแต่ละวัน


นับตั้งแต่ที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ เรือจำนวนมากยิ่งขึ้นก็หันมาใช้เส้นทางนี้ โดยก่อนเกิดสงครามในเดือนกุมภาพันธ์ ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานของโลกราว 20% ต่อปี

ผลกระทบต่อซาอุดีอาระเบีย


การที่กลุ่มฮูตีสามารถควบคุมเส้นทางเดินเรือบริเวณช่องแคบบับ อัล-มันเดบได้ทั้งหมด จะยิ่งซ้ำเติมวิกฤตพลังงานโลกที่กำลังเกิดขึ้น เพราะราคาพลังงานและต้นทุนการจัดหาพลังงานจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งกระทบกับซาอุดีอาระเบีย ผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลกแน่นอน


นับตั้งแต่อิหร่านปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ซาอุดีอาระเบียพยายามเพิ่มการใช้ท่อส่งน้ำมันดิบสายตะวันออก-ตะวันตก ซึ่งทอดยาวจากแหล่งน้ำมันอับไกก์ ข้ามคาบสมุทรอาหรับอันกว้างใหญ่ไปยังเมืองท่าญันบูทางชายฝั่งทะเลแดง จากนั้นน้ำมันสามารถขนส่งทางเรือผ่านทะเลแดง 


ท่อส่งน้ำมันดังกล่าวเริ่มใช้งานมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980 และสร้างขึ้นโดยเฉพาะเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากถูกปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเคยต้องปิดเส้นทางชั่วคราวจากที่กลุ่มฮูตีส่งโดรนโจมตีในปี 2019


นับตั้งแต่เกิดสงครามในเดือนกุมภาพันธ์ ซาอุดีอาระเบียเพิ่มกำลังการส่งน้ำมันผ่านท่อดังกล่าวจนเต็มศักยภาพ ทำให้สามารถสูบน้ำมันข้ามประเทศไปยังชายฝั่งทะเลแดงได้มากถึง 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดิม 5 ล้านบาร์เรลต่อวันก่อนเกิดสงคราม ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันซาอุดีอาระเบียที่ขนส่งผ่านช่องแคบบับ อัล-มันเดบเพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน


ส่วนกลุ่มฮูตีได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดงเป็นการตอบโต้ แต่ขณะนี้กลุ่มฮูตีควบคุมชายฝั่งเยเมนทั้งหมด รวมถึงช่องแคบบับ อัล-มันเดบ ซึ่งล่าสุดมีรายงานแลวว่า ซาอุดีอาระเบียระงับการใชท่อส่งน้ำมันดังกล่าวแล้ว

ฮูตีจะคุมทะเลแดงได้จริงไหม ?


ความพ่ายแพ้ของกองกำลังรัฐบาลเยเมนเมื่อวันพฤหัสบดี (10 กันยายน) แทบจะเป็นการเปิดทางให้กลุ่มฮูตีคว้าชัยชนะไปได้อย่างง่ายดาย 


กองกำลังรัฐบาลเยเมนมีอยู่ราว 300,000 นาย ขณะที่กลุ่มฮูตีมีกำลังประมาณ 250,000 นาย


ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ความแตกแยกภายในกองทัพเยเมน ประกอบกับแรงกดดันจากซาอุดีอาระเบีย ทำให้แนวรบของฝ่ายรัฐบาลแตกเป็นเสี่ยง ๆ และขาดความเป็นเอกภาพ ซึ่งไม่เพียงพอที่จะรับมือกับกลุ่มฮูตีที่มีความคล่องตัวและปรับเปลี่ยนยุทธวิธีได้อย่างรวดเร็ว


โมฮาหมัด เอลมาสรี ศาสตราจารย์จากสถาบันบัณฑิตศึกษาด้านการศึกษาระหว่างประเทศแห่งโดฮา กล่าวถึงกลุ่มฮูตีว่า “กองกำลังฮูตีในปัจจุบันมีขีดความสามารถสูงกว่ากองกำลังที่ซาอุดีอาระเบียเคยเผชิญเมื่อราวหนึ่งทศวรรษก่อน” 


ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กลุ่มฮูตีสามารถเข้าถึงอาวุธจากอิหร่าน ตั้งแต่ขีปนาวุธ โดรน ไปจนถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศ ทำให้กลุ่มมีคลังอาวุธขนาดใหญ่ ซึ่งมีศักยภาพสูง


อย่างไรก็ตาม อันเดรียส ครีก รองศาสตราจารย์จากคิงส์คอลเลจลอนดอน ให้สัมภาษณ์กับอัลจาซีราว่า แม้กลุ่มฮูตีจะคว้าชัยชนะได้อย่างรวดเร็ว แต่กลุ่มกลับ “บริหารปกครองได้แย่มาก” และไม่น่าจะสามารถรักษาการปิดกั้นช่องแคบบับ อัล-มันเดบไว้ได้ในระยะยาว


ความสำเร็จในการรุกคืบของกลุ่มฮูตีไม่ได้เกิดจากการที่ฝ่ายตรงข้ามประเมินศักยภาพของกลุ่มต่ำเกินไป แต่เป็นเพราะมีการประเมินศักยภาพของกองกำลังพันธมิตรที่มีซาอุดีอาระเบียหนุนหลังสูงเกินจริง


ด้านซาเลห์ จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ชี้ว่า จริง ๆ แล้วกลุ่มฮูตีไม่จำเป็นต้องควบคุมช่องแคบบับ อัล-มันเดบ หรือทะเลแดงทั้งหมด เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เพียงสร้างความหวาดเสียวหรือทำให้เกิดความเสี่ยงขึ้นมา ก็เพียงพอที่จะกดดันบริษัทเดินเรือและบริษัทประกันภัยให้มองว่า ช่องแคบแห่งนี้มีความเสี่ยงสูงเกินกว่าจะเดินเรือผ่าน


คำถามสำคัญในขณะนี้คือ ซาอุดีอาระเบียจะสามารถใช้กำลังทางอากาศของตนเองหยุดยั้งกลุ่มฮูตีได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ โดยในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา กองกำลังซาอุดีอาระเบียได้ยิงขีปนาวุธหลายสิบลูกเข้าใส่พื้นที่ที่กลุ่มฮูตีควบคุม รวมถึงเมืองโมคา แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ปรากฏว่าการโจมตีดังกล่าวสามารถหยุดการรุกคืบของกลุ่มฮูตีได้


ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ข้อตกลงด้านกลาโหมฉบับใหม่ระหว่างซาอุดีอาระเบีย ปากีสถาน และตุรกี ไม่น่าจะถูกนำมาใช้ในสถานการณ์นี้ เนื่องจากแต่ละประเทศต้องการหลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้งในสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน


ดูเหมือนว่า สหรัฐฯ ก็ยังไม่พร้อมให้ความช่วยเหลือเช่นกัน เว็บไซต์ข่าว Axios ของสหรัฐฯ รายงานว่า มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ของซาอุดีอาระเบีย โทรศัพท์หาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สองครั้งในวันพฤหัสบดี และขอให้สหรัฐฯ ส่งกองกำลังทางอากาศโจมตีกลุ่มฮูตี แต่ทรัมป์ปฏิเสธ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง