รีเซต

หนี่เสี่ยงโลก!? "เนเธอร์แลนด์" ย้ายทองคำสำรอง จากสหรัฐฯ-แคนาดา เก็บลอนดอน

หนี่เสี่ยงโลก!? "เนเธอร์แลนด์" ย้ายทองคำสำรอง จากสหรัฐฯ-แคนาดา เก็บลอนดอน
TNN ช่อง16
12 กันยายน 2569 ( 08:00 )

"เนเธอร์แลนด์" ขยับทองคำสำรอง 86 ตัน โยกจากสหรัฐฯและแคนาดา มาเก็บลอนดอน 


คำถามคือ ทำไมต้องย้ายทอง? แล้วทำไมต้องเป็นลอนดอน?


คำตอบจาก ธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์ หรือ DNB ไม่ได้หมายความว่าสหรัฐฯ หรือแคนาดาไม่ปลอดภัย แต่เป็นการปรับตำแหน่งทองคำให้ “พร้อมใช้” มากขึ้น หากเกิดวิกฤตขึ้นมา


ไม่ได้ขายทอง แต่เปลี่ยนที่เก็บ


ก่อนหน้านี้ เนเธอร์แลนด์เก็บทองคำสำรองไว้ที่นิวยอร์กราว 31.3% แคนาดา 19.7% ลอนดอน 18.1% และเก็บไว้ในประเทศตัวเองอีก 30.8% หลังปรับโครงสร้างใหม่ สัดส่วนทองที่นิวยอร์กลดลงเหลือ 18.5% แคนาดาเหลือ 18.5% ขณะที่ลอนดอนเพิ่มขึ้นเป็น 32.1% พูดง่าย ๆ คือ เนเธอร์แลนด์ไม่ได้ลดทองคำในคลัง แต่เปลี่ยนจุดเก็บทอง


เหตุผลสำคัญอยู่ที่ลอนดอน เพราะเป็นหนึ่งในศูนย์กลางซื้อขายทองคำที่ใหญ่และมีสภาพคล่องสูงของโลก ทองที่อยู่ที่นี่จึงสามารถนำออกมาซื้อขาย หรือใช้เป็นหลักประกันได้สะดวก หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินในตลาดการเงิน


86 ตัน ไม่ได้แปลว่าขนทองข้ามมหาสมุทรทั้งหมด


อีกเรื่องที่ต้องเข้าใจให้ตรงกันคือ ข่าวที่บอกว่าเนเธอร์แลนด์ “ย้ายทอง 86 ตัน” ไม่ได้หมายความว่าต้องเอาทองทั้งหมดใส่เรือแล้วขนจากอเมริกาและแคนาดามาที่อังกฤษ ทองที่มีการเคลื่อนย้ายจริงอยู่ที่ประมาณ 27 ตัน โดยนำจากนิวยอร์กและออตตาวากลับมายังเนเธอร์แลนด์ จากนั้นจึงนำทองที่มีปริมาณและคุณสมบัติใกล้เคียงกันไปจัดเก็บไว้ที่ลอนดอน


ส่วนทองอีกส่วนหนึ่งใช้วิธี ขายทองที่นิวยอร์ก แล้วซื้อทองกลับที่ลอนดอน วิธีนี้ช่วยลดทั้งความยุ่งยากและความเสี่ยงจากการขนทองคำจำนวนมหาศาล


เนเธอร์แลนด์มีทองคำสำรองกว่า 600 ตัน


ณ สิ้นปี 2568 เนเธอร์แลนด์มีทองคำสำรองประมาณ 612.4 ตัน คิดเป็นมูลค่าราว 72,200 ล้านยูโร และ DNB ยืนยันว่า การปรับตำแหน่งครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าเนเธอร์แลนด์กำลังขายทองออกจากทุนสำรอง แต่เป็นการจัดตำแหน่งใหม่ เพื่อให้ทองที่มีอยู่สามารถนำมาใช้ได้ง่ายขึ้นเมื่อจำเป็น


ถ้าเปรียบเทียบง่าย ๆ ก็เหมือนมีเงินเก็บก้อนหนึ่ง เราไม่ได้ถอนเงินออกมาใช้ แต่เปลี่ยนจากบัญชีที่เข้าถึงยาก ไปไว้ในบัญชีที่ถ้าพรุ่งนี้เกิดเหตุฉุกเฉิน ก็สามารถนำออกมาใช้ได้ทันที


ทำไมช่วงนี้ธนาคารกลางทั่วโลกถึงซื้อทอง?


เรื่องของเนเธอร์แลนด์น่าสนใจ เพราะไม่ได้เกิดขึ้นแบบโดดเดี่ยว ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางทั่วโลกเพิ่มการถือครองทองคำอย่างต่อเนื่อง ในปี 2568 ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิประมาณ 863 ตัน


เหตุผลสำคัญคือโลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนหลายด้าน ทั้งสงคราม ความขัดแย้งทางการค้า ความเสี่ยงด้านค่าเงิน และเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนเร็ว ทองคำจึงกลับมามีบทบาทเป็นเหมือน “เบาะกันกระแทก” ของทุนสำรอง ไม่ได้หมายความว่าทองจะขึ้นตลอดเวลา แต่ในวันที่ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ทองมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงได้


เกี่ยวอะไรกับราคาทองไทย?


เกี่ยวโดยตรง เพราะเมื่อธนาคารกลาง นักลงทุนสถาบัน หรือกองทุนทั่วโลกเพิ่มความต้องการทอง ก็สามารถส่งผลต่อราคาทองในตลาดโลก และท้ายที่สุดกระทบมายังราคาทองในไทยด้วย แต่ต้องจำไว้ว่า ทองขึ้นแรง ก็ลงแรงได้เหมือนกัน


ที่ผ่านมาเราก็เห็นความผันผวนของราคาทองมาแล้ว ราคาสามารถพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนปรับฐานแรง แล้วกลับมาฟื้นตัวได้ เพราะฉะนั้น ข่าวที่ธนาคารกลางประเทศหนึ่งย้ายทอง ไม่ได้แปลว่าราคาทองจะขึ้นต่อแบบไม่มีวันลง


ทองโลกขึ้น แต่ทองไทยอาจขึ้นไม่เท่ากัน


สำหรับคนไทย ยังมีอีกหนึ่งตัวแปรที่ต้องดู นั่นคือ ค่าเงินบาท เพราะราคาทองในประเทศไม่ได้ขึ้นลงตามราคาทองโลกเพียงอย่างเดียว ถ้าทองโลกขึ้น แต่เงินบาทแข็งค่าขึ้น ราคาทองในประเทศอาจขึ้นไม่มาก


แต่ถ้าทองโลกขึ้นพร้อมกับเงินบาทอ่อนค่า ราคาทองไทยก็มีโอกาสได้แรงหนุนเพิ่ม ดังนั้น เวลาดูราคาทอง อย่าดูแค่ว่า “ทองโลกวันนี้ขึ้นกี่ดอลลาร์” แต่ต้องดูด้วยว่าเงินบาทกำลังแข็งหรืออ่อน


ย้ายทอง ไม่ได้แปลว่าโลกกำลังจะเกิดวิกฤต


สุดท้าย การที่เนเธอร์แลนด์ย้ายทอง 86 ตัน ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นสัญญาณว่าโลกกำลังจะเกิดวิกฤตครั้งใหญ่ แต่สิ่งที่สะท้อนชัดกว่าคือ ธนาคารกลางกำลังเตรียมตัวรับความไม่แน่นอน


เพราะโลกวันนี้เปลี่ยนเร็วมาก สงครามเกิดขึ้นได้ สงครามการค้าเกิดขึ้นได้ ค่าเงินผันผวนได้ และตลาดการเงินสามารถพลิกทิศได้ในเวลาไม่นาน 


เนเธอร์แลนด์จึงไม่ได้กำลังถามว่า “วิกฤตจะเกิดหรือไม่?” แต่กำลังถามว่า “ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา เราพร้อมแค่ไหน?”




บทเรียนจากเนเธอร์แลนด์ถึงนักลงทุนไทย


สำหรับนักลงทุน เรื่องสำคัญจึงไม่ใช่แค่ถามว่า “ทองจะขึ้นไหม?” แต่ต้องถามก่อนว่า เราถือทองไว้เพื่ออะไร ถ้าถือทองเพื่อ กระจายความเสี่ยง ราคาขึ้นก็ดี แต่ราคาลงก็ต้องรับได้ เพราะเป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การทำกำไรทุกวัน แต่ใช้ทองช่วยพยุงพอร์ตในวันที่สินทรัพย์อื่นเจอแรงกระแทก


แต่ถ้าถือทองเพื่อ เก็งกำไร สิ่งที่ต้องรับมือก็คือความผันผวน เพราะทองเองก็ไม่ได้ขึ้นทางเดียว


ทองคำช่วยกระจายความเสี่ยง แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยง สิ่งที่เนเธอร์แลนด์กำลังทำจึงไม่ได้กำลังบอกว่า พรุ่งนี้ทองจะขึ้นหรือจะลง แต่กำลังสะท้อนแนวคิดหนึ่งที่สำคัญมากในโลกที่ไม่แน่นอน นั่นคือ อย่าเอาความเสี่ยงทั้งหมดไปกองไว้ที่เดียว


เพราะในวันที่โลกเปลี่ยนเร็ว สิ่งสำคัญไม่ใช่การเดาให้ถูกทุกครั้งว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่คือการเตรียมตัวให้พร้อม เมื่อมันเกิดขึ้นจริง



ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง