PLUS ตั้งเป้าสูงเติบโตแรงแผนครึ่งแรกเปิดตัวสินค้า

#PLUS #ทันหุ้น - PLUS กางแผนปี 2569 มุ่งสู่ Year of Accelerated Growth ชูเป้าเติบโตเฉลี่ยต่อปี หรือ CAGR ในช่วง 5 ปี มากกว่า 25% ล่าสุดเข้า Walmart จีน เป็นแรงหนุนรายได้ปี 2569 พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ 3S และ 3 Engines รุกตลาดเต็มกำลัง ทยอยเปิดตัวสินค้าใหม่ภายในครึ่งปีแรก
นายพลแสง แซ่เบ๊ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท โรแยล พลัส จำกัด (มหาชน) หรือ PLUS เปิดเผยว่า บริษัท ประกาศความพร้อมก้าวสู่ปี 2569 ภายใต้ธีม “Year of Accelerated Growth” ตั้งเป้าการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ในช่วง 5 ปี มากกว่า 25% พร้อมยกระดับศักยภาพการแข่งขันในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ (Well-being) ครอบคลุม 116 ประเทศทั่วโลก โดยปีนี้บริษัทเตรียมเดินหน้าใช้กำลังการผลิตอย่างเต็มประสิทธิภาพ ควบคู่การบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย และยกระดับความสามารถในการทำกำไร เพื่อผลักดันการเติบโตแบบก้าวกระโดดบนพื้นฐานที่แข็งแกร่ง
*เข้าสู่ Walmart จีน
ภายหลังจากปี 2568 ที่บริษัท มุ่งวางรากฐานเชิงโครงสร้าง ทั้งการขยายฐานลูกค้า ปรับระบบบริหารจัดการ และเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร ล่าสุดสามารถขยายช่องทางจำหน่ายเข้าสู่ Walmart ประเทศจีนได้สำเร็จ นับเป็นก้าวสำคัญในการเจาะตลาดค้าปลีกขนาดใหญ่ และตอกย้ำมาตรฐานการผลิตระดับสากล ซึ่งจะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อโครงสร้างรายได้ในปี 2569
จากปัจจัยบวกดังกล่าว ส่งผลให้ไตรมาส 1/2569 ซึ่งโดยปกติเป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ มีแนวโน้มเห็นสัญญาณยอดขายปรับตัวดีขึ้นทั้ง YoY และ QoQ จากผลของการขยายฐานลูกค้าใหม่ในปีที่ผ่านมา ปี 2569 จึงถือเป็นปีที่ PLUS สามารถ “เร่งเครื่อง” ได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมความชัดเจนด้านทิศทางรายได้และความสามารถในการเติบโตระยะยาว เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย CAGR ในช่วง 5 ปีตามที่บริษัทฯ วางไว้
นายพลแสง กล่าวต่าอไปว่า ปี 2569 จะเป็นปีแห่งการเร่งสปีดองค์กรผ่านยุทธศาสตร์ 3S ได้แก่ Scale Fast เร่งอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) อย่างเต็มกำลัง เพื่อสร้าง Economy of Scale และความได้เปรียบด้านต้นทุน, Spend Smart นำ Data & AI มาบริหารทรัพยากรอย่างแม่นยำเพื่อเพิ่ม Profitability และ Share Well-Being Worldwide ขยายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพให้ครอบคลุมตลาดโลกมากยิ่งขึ้น การขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะช่วยเสริม Earnings Visibility ให้มีความชัดเจนมากขึ้น สร้างโครงสร้างรายได้ที่สมดุล และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง พร้อมรองรับการเติบโตเชิงรุกในระยะยาว
*เปิดตัวสินค้าใหม่
หัวใจสำคัญของปีนี้อยู่ที่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPD) ในกลุ่ม Functional Beverage ซึ่งถูกพัฒนาเป็น Flagship Functional Innovation Series ที่ผสานคุณค่าของมะพร้าวเข้ากับเทรนด์ Beauty, Healthy และ Energy อย่างลงตัว เพื่อตอบรับเมกะเทรนด์สุขภาพระดับโลก พร้อมยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์สู่กลุ่มผู้บริโภคพรีเมียม และเพิ่มศักยภาพการทำกำไรในระยะยาว โดยบริษัทวางตำแหน่งสินค้าใหม่เป็น High-Value Portfolio ที่สามารถสร้างความแตกต่างในตลาดและขยายฐานลูกค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทเตรียมทยอยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดังกล่าวภายในครึ่งปีแรกของปี 2569 ซึ่งคาดว่าจะเป็น Growth Catalyst สำคัญในช่วงครึ่งปีหลัง
ด้านการขายและการตลาด บริษัทจะขับเคลื่อนผ่าน “3 Engines of Growth” ได้แก่ 1. OBM Synergy Engine มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างน้อย 3 คอนเซ็ปต์ต่อปี พร้อมต่อยอดโมเดล Co-branding กับพันธมิตรระดับโลก หลังเราประสบความสำเร็จในตลาดสหรัฐอเมริกา
2.Channels Integration Engine จะเน้นขยายตลาดผ่านพันธมิตรหลัก ทั้งการรุกขยายกลุ่มลูกค้า Key Accounts รายใหญ่ในต่างประเทศ และใช้โมเดล Direct-to-Market เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง ควบคู่การรับจ้างผลิต ODM คุณภาพสูงเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของฐานรายได้ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่เตรียมขยาย Modern Trade และ Convenience Store รายใหญ่ พร้อมรุก E-Commerce และ Social Commerce อย่างจริงจัง เพื่อสร้างฐานรายได้ที่มั่นคงและเติบโตต่อเนื่อง
3. Unreached Market Engine จะมุ่งเจาะตลาดใหม่ที่ยังมีศักยภาพสูง ผ่านการทำ Business Matching และใช้ความเชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบและความเข้าใจรสนิยมท้องถิ่นเป็นจุดแข็ง เพื่อเปิดโอกาสสู่ตลาด Blue Ocean และสร้างแหล่งการเติบโตระยะยาว
“ปี 2569 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ PLUS จากช่วงการลงทุนโครงสร้างครั้งใหญ่ สู่การเติบโตแบบเร่งสปีด เรามีความพร้อมทั้งด้านกำลังการผลิต ระบบบริหารจัดการ และศักยภาพบุคลากรในการรองรับการขยายตัวในระดับสากล เราจะสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของรายได้และการบริหารกำไรอย่างมีวินัย เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุน และก้าวสู่การเป็นแบรนด์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพระดับโลกอย่างยั่งยืน” นายพลแสง กล่าวทิ้งท้าย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
